ครูนอกบ้าน

ครูนอกบ้าน แบกกระเป๋า ก้าวออกจากบ้าน มาลองเป็นครูไปด้วยกัน

มูลนิธิกระจกเงา เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2534 ในนาม “กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา” สังกัดมูลนิธิโกมลคีมทอง ภายหลังกลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงาได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เมื่อปี 2547 โดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิกระจกเงา กิจกรรมที่ดำเนินการที่ผ่านมาประกอบด้วยงานด้านต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมไปในลักษณะบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสิทธิ งานด้านเด็กและสตรี การส่งเสริมด้านเศรษฐกิจในชุมชน การส่งเสริมด้านวัฒนธรรม งานด้านการใช้สื่อเพื่องานพัฒนา งานด้านอาสาสมัครเพื่อสังคม เป็นต้น ซึ่งในการดำเนินงานมีเป้าหมายเพื่อการสร้างสังคมและชุมชนที่เข้มแข็ง ดังนั้นมูลนิธิจึงมีประสบการณ์ในการดำเนินงานและบริหารโครงการมานานถึง 20 ปี ปัจจุบัน ด้วยแนวคิดที่มุ่งมั่น สนับสนุน สร้างสรรค์ คนหนุ่มสาว เพื่อการสร้างนวัตกรรมทางสังคม เพื่อสังคม มูลนิธิกระจกเงาได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อการช่วยเหลือ และส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และสังคม

มีครูอาสาท่านไหนเคยไปแจมกิจกรรม กับ มูลนิธิกังหันลม บ้าง? 🙋🏻‍♀️✨
15/06/2026

มีครูอาสาท่านไหนเคยไปแจมกิจกรรม กับ มูลนิธิกังหันลม บ้าง? 🙋🏻‍♀️✨

ครูนอกบ้านกลับมาแล้ววววววววววปีนี้เราจะปักหมุดที่ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่เนื่องจากตอนนี้ทางศูนย์การเร...
01/06/2026

ครูนอกบ้านกลับมาแล้วววววววววว
ปีนี้เราจะปักหมุดที่ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
เนื่องจากตอนนี้ทางศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ขาดแคลนคุณครู
รอบนี้เราเลยออกแบบโปรแกรมมาให้ครูอาสาได้รับบทเป็นผู้ช่วยสอน และได้เลือกวิชาสอนเองแบบฉ่ำ ไม่ว่าจะเป็น การสอนรายวิชาตาม 8 วิชาหลักสูตรแกนกลาง เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ หรือ จะสอนทักษะชีวิตและอาชีพ โดยเข้าชมรมของทางศูนย์การเรียน
นอกจากนี้ ครูอาสาสามารถเลือกวันมาเอง ได้ตลอดทั้งปี
แบบที่คุณครูกำหนดวันเองได้เลย ! เอาตามวันว่างของตัวเองได้

โดยมีรายละเอียดค่าลงทะเบียน ดังนี้
- ค่าที่พัก 200 บาทต่อคืน (ถ้าเอาเตนท์มาเองไม่เสียค่าที่พัก)
- ค่าอาหารกลางวันที่ศูนย์การเรียน 50 บาทต่อมื้อ
- อาหารเช้า-เย็น ครูอาสาจัดการตัวเอง (จะมีไกด์จิ๋วคอยพาไปหาอะไรทาน หรือทำอาหารทานร่วมกับเด็กแกนนำของศูนย์การเรียนได้)

ใครที่ว่างๆ หรือ กำลังตามหาความหมายของชีวิตอยู่
ลองมาเป็นครูกับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาดูสักครั้ง
แล้วจะพบว่าคุณค่าของตัวเอง เกิดขึ้นได้ที่นี่ กับนักเรียนกว่า 200 ชีวิต

รายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนสมัครได้ที่
: https://forms.gle/vidvBZcWhGmPp37y6

หรือ ติดต่อเรา โทร 098-829-7496 (ครูเทียน)
#ครูอาสา #การเรียนรู้นอกห้องเรียน #เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
#มูลนิธิกระจกเงาสำนักงานฝาง #ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา

ปอยส่างลอง หรือ พิธีบวชลูแก้วแบบชาวไทใหญ่ 📖อ่านเพิ่มเติมที่ มูลนิธิกังหันลม
19/04/2026

ปอยส่างลอง หรือ พิธีบวชลูแก้วแบบชาวไทใหญ่

📖อ่านเพิ่มเติมที่ มูลนิธิกังหันลม

☀️ท่ามกลางลมร้อนสิ้นเดือนเมษา เสียงกลองและฆ้องกังวานประสานกับเสียงโห่ร้องยินดีที่ลอยอยู่เหนือท้องถนน สีสันสดใสของเครื่องแต่งกายเคลื่อนไปพร้อมขบวนแห่ที่มีชีวิต นี่คือภาพของ “ปอยส่างลอง” พิธีบวชลูกแก้วที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมายของชาวไทใหญ่
วันนี้มูลนิธิกังหันลมขอตาม เสริม - แรง - เรียน เชียงใหม่ ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ยังคงหายใจอยู่ในชุมชน ผ่านประเพณีที่ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม หากเป็นหัวใจของผู้คน
ปอยส่างลอง คือ พิธีบรรพชาสามเณรของเด็กชายชาวไทใหญ่ที่สืบทอดกันมายาวนาน จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ในจังหวะเวลาที่ผืนดินได้พักจากการเพาะปลูก และผู้คนได้หันกลับมารวมใจสร้างบุญร่วมกัน งานพิธีมักดำเนินต่อเนื่องสามถึงห้าวัน แล้วแต่ความสะดวกและกำลังทรัพย์ของผู้จัด
คำว่า ส่าง หมายถึงผู้บวช และ ลอง หรือ อลอง หมายถึงหน่อกษัตริย์ เด็กชายในพิธีจึงถูกเปรียบเสมือนเจ้าชายน้อย ผู้กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งธรรม ท่ามกลางความรักและแรงศรัทธาที่โอบล้อมจากครอบครัวและชุมชน
ก่อนวันพิธี ชาวบ้านจะบอกบุญกันด้วยการส่งเทียนไปตามบ้าน เป็นการเชื้อเชิญที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย เมื่อถึงวันงาน เด็กชายจะถูกโกนผม เหลือเพียงคิ้ว ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ริมฝีปากแต้มสีอ่อนโยน สวมใส่เครื่องทรงงดงามราวกับเจ้าชายในนิทาน
🥁ขบวนแห่เคลื่อนผ่านถนนและวัดวา เสียงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงอย่างครึกครื้น ส่างลองถูกอุ้มขึ้นขี่คอพี่เลี้ยง เท้าไม่แตะพื้น เปรียบดังผู้สูงศักดิ์ที่ยังไม่สัมผัสโลกสามัญ ภาพนั้นงดงามทั้งในสายตาและในความหมายที่ซ่อนอยู่
🙏🏻ในอีกมุมหนึ่งของความครื้นเครง คือ พิธีคำขวัญที่ถ่ายทอดพระคุณของพ่อแม่ สายใยที่ร้อยโยงความรัก ความกตัญญู และความหวังเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนที่ในวันสุดท้าย เด็กชายจะเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้าไตร ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อย่างสงบงาม
ปอยส่างลองจึงไม่ใช่เพียงงานบุญ หากเป็นพื้นที่ที่ศิลปะ วัฒนธรรม และความเชื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นบทเรียนชีวิตที่ชุมชนร่วมกันถ่ายทอดผ่านพิธีกรรมที่งดงาม และเป็นสะพานที่เชื่อมอดีตสู่ปัจจุบันอย่างอ่อนโยน
✨ท่ามกลางแสงแดดและเสียงกลองที่ยังคงดังก้อง เราได้เห็นมากกว่าขบวนแห่ เราเห็นการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง เห็นความตั้งใจของครอบครัว และเห็นพลังของชุมชนที่ยังคงรักษารากของตนไว้อย่างมั่นคงในสังคมร่วมสมัย

🖌️เรื่องและภาพ : Jenny Li
📷ภาพถ่าย: วรรณวิษา พะเลียง

#พีธีบวชลูกแก้ว
#ปอยส่างลอง

#ไทใหญ่

อากาศช่วงนี้ร้อนจริง ๆ ทั้งร้อน ทั้งฝุ่น ♨️อย่าลืมดูแลสุขภาพ ดื่มน้ำเยอะ ๆ นั่งพักบ้าง และลบเลี่ยงแดดจัด ป้องกันฮีทสโตรก
07/04/2026

อากาศช่วงนี้ร้อนจริง ๆ ทั้งร้อน ทั้งฝุ่น ♨️
อย่าลืมดูแลสุขภาพ ดื่มน้ำเยอะ ๆ นั่งพักบ้าง และลบเลี่ยงแดดจัด ป้องกันฮีทสโตรก

English Below*

☀️ ยิ่งร้อน ยิ่งเหลื่อมล้ำ
อุณหภูมิที่พุ่งสูงเกือบ 40 องศาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ได้เพียงตอกย้ำปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อน แต่กำลังสะท้อนความไม่เท่าเทียมที่ฝังรากลึกในสังคม ความร้อนอาจกระทบทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเผชิญมันในระดับเดียวกัน สำหรับเด็กและเยาวชนในครอบครัวเปราะบาง ความร้อนคือภาวะเสี่ยงที่ทับซ้อน ทั้งด้านสุขภาพ การดำรงชีวิต และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ยังคงไม่เท่าเทียม
มูลนิธิกังหันลม ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิเด็กและสิทธิมนุษยชน เห็นชัดว่าปัญหาไม่ได้หยุดอยู่ที่สภาพอากาศ หากแต่อยู่ที่เงื่อนไขเชิงโครงสร้างที่ทำให้เด็กบางกลุ่มต้องเผชิญความเสี่ยงมากกว่า บ้านที่มุงหลังคาสังกะสี ชุมชนที่แออัด ขาดพื้นที่สีเขียว หรือระบบระบายน้ำที่ไม่เหมาะสม ล้วนทำให้ความร้อนสะสมและส่งผลต่อสุขภาวะโดยตรง ขณะที่การเข้าถึงน้ำสะอาด บริการสาธารณสุข และพื้นที่ปลอดภัยยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ
📍 ในพื้นที่อย่าง ชุมชนมุสลิมช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ ชีวิตของผู้คนสะท้อนภาพความเปราะบางได้อย่างชัดเจน ชุมชนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวกระเหรี่ยงมุสลิม บ้านไม้สองชั้นผสมปูน สร้างเรียงติดกันเป็นแถวในพื้นที่จำกัด สภาพเก่าและทรุดโทรมจากการอยู่อาศัยยาวนานกว่า บริเวณทางเข้าชุมชนเป็นลานเก็บของเก่าและกองขยะรีไซเคิลที่ผู้คนใช้เลี้ยงชีพ พื้นทางเดินขรุขระ เมื่อฝนตกจะเกิดน้ำขังและโคลนเปียกแฉะ งนำมาซึ่งความเสี่ยงจากสัตว์พาหะต่าง ๆ เช่น ยุง งู หนู และแมลงสาบ
ความเหลื่อมล้ำเช่นนี้ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งต้องเติบโตท่ามกลางความร้อน มลพิษ และโอกาสที่จำกัด อีกทั้งเสียงของพวกเขายังมักไม่ถูกรวมอยู่ในกระบวนการกำหนดนโยบายหรือการจัดการทรัพยากรในระดับพื้นที่
เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่เป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน การสร้างสังคมที่รับมือกับความร้อนได้อย่างเท่าเทียมจึงต้องอาศัยทั้งการมองเห็นความเปราะบาง และการเสริมศักยภาพให้ผู้คนดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม ผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่องของมูลนิธิกังหันลมในการขับเคลื่อน โครงการสร้างเสริมสุขภาวะและหนุนเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ที่มีภาวะเปราะบาง ที่มุ่งให้ความรู้และสร้างโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
🔆 หน้าร้อนนี้ สสส. และมูลนิธิกังหันลมขอส่งความห่วงใย ชวนทุกคนเริ่มดูแลตัวเองจากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท หรือการสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แนวทางเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงคำแนะนำทั่วไป แต่คือพื้นฐานของการลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับความร้อน เช่น ภาวะฮีทสโตรก และเป็นจุดตั้งต้นของการสร้างสุขภาวะที่ดีในสังคมที่ยังคงเผชิญความไม่เท่าเทียม

🔥 อากาศร้อนไม่เคยปรานีใคร
#ลดเสี่ยงลดโรค เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสดูแลตัวเองได้อย่างเท่าเทียม
—----
☀️ As temperatures rise to nearly forty degrees Celsius across many parts of Thailand, the heat does more than reflect climate change. It also reveals deep inequality in society. While everyone is exposed to high temperatures, not everyone experiences the impact in the same way. For children and young people in vulnerable families, heat becomes a serious risk that affects health, daily life, and access to basic rights.
🏠 Windmill Foundation, working on child rights and human rights, sees that the problem is not only about the weather. It is also about structural conditions that shape people’s lives. Poor housing, crowded communities, lack of green space, and limited access to clean water and health services increase the risks for certain groups. These conditions make some children more exposed to extreme heat and its impacts.
📍 In the Chang Khlan Muslim community in Chiang Mai, this inequality is clear. Families live in old and fragile houses, often near waste areas and flood prone land. Children grow up facing heat, pollution, and limited opportunities. Their voices are often missing from policy discussions and local decision making processes.
Climate change is therefore not only an environmental issue but also a human rights issue. Through the Ethnic Youth Empowerment project, Windmill Foundation supports vulnerable ethnic youth to access knowledge, resources, and better living conditions. This summer, together with ThaiHealth, we encourage simple actions such as drinking enough water, avoiding strong sun, staying in ventilated spaces, and wearing light clothing. These steps help reduce health risks and promote equal wellbeing for all.

🖋️ เรื่อง: Jenny Li
🖼ภาพ: Jenny Li

#ยิ่งร้อนยิ่งเหลื่อมล้ำ #สสส
#มูลนิธิกังหันลม

แบงค์สีเทาหนึ่งใบ 💸.... คือ ราคาเฉลี่ยของอุปกรณ์ศิลปะสำหรับเด็กหนึ่งคน 🎨❤️💛🌱 สีแดงอิฐจากชั้นดินลึก สีเหลืองนวลจากตะกอนริ...
26/02/2026

แบงค์สีเทาหนึ่งใบ 💸.... คือ ราคาเฉลี่ยของอุปกรณ์ศิลปะสำหรับเด็กหนึ่งคน 🎨
❤️💛🌱 สีแดงอิฐจากชั้นดินลึก สีเหลืองนวลจากตะกอนริมธาร และสีน้ำตาลเข้มจากผืนป่า กลายเป็นพาเลตต์สีชุดแรกของเด็ก ๆ ในชุมชน กระบวนการทำสีไม่ได้เป็นเพียงทางออกเรื่องต้นทุน หากยังเป็นบทเรียนว่าทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ได้อย่างงดงาม 🖼️
ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิกังหันลม มายชวนเด็ก ๆ มาวาดภาพเล่านิทานพื้นบ้านม้งที่เธอเคยได้ยินจากผู้เฒ่าผู้แก่ เรื่องภูเขา วิญญาณบรรพบุรุษ และการเดินทางของผู้คนถูกถ่ายทอดผ่านสีที่เกิดจากผืนดินเดียวกับที่พวกเขาเติบโต เด็กบางคนเพิ่งเคยได้ยินเรื่องเล่าเหล่านี้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก บางคนเริ่มถามถึงความหมายของลวดลายบนเสื้อผ้าและพิธีกรรมในชุมชน ศิลปะจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่น เชื่อมเรื่องเล่ากับจินตนาการ และเชื่อมอดีตเข้ากับปัจจุบัน 🌳⛰️
💭 วาทะของ ศิลป์ พีระศรี ที่ว่า “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” ยิ่งชัดเจนขึ้นในเส้นทางของมาย หากเธอมัวรอให้มีงบประมาณมากพอ หรือรอให้ทุกอย่างพร้อมกว่านี้ นิทานพื้นบ้านอาจค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของเด็ก ๆ แต่การลงมือทำทันที
แม้เริ่มจากดินริมธารที่น้ำตกป่าหวาย ก็เพียงพอจะจุดประกายการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชุมชน แบงค์สีเทาหนึ่งใบอาจซื้ออุปกรณ์ได้ชุดหนึ่ง ทว่าแรงบันดาลใจที่เกิดจากสีน้ำจากดิน กลับมีมูลค่ามากกว่านั้น เพราะมันไม่เพียงสร้างงานศิลปะ หากยังปลุกความภาคภูมิใจในรากเหง้า และยืนยันว่าความเจริญของชาติอาจเริ่มต้นจากมือเล็ก ๆ ที่กำลังระบายสีเรื่องเล่าของตนเองอย่างมั่นคงและงดงาม
เรื่องและภาพ: Jenny Li

#มูลนิธิกังหันลม #ชาติพันธุ์

ธีมงานวันเด็กที่เกิดจากไอเดียเรียบง่าย….🎈“ก็แค่อยากให้เด็กได้มีความฝันบ้าง อยากทำอาชีพนู้นอาชีพนี้ ให้ได้รู้จักว่าโลกมัน...
22/01/2026

ธีมงานวันเด็กที่เกิดจากไอเดียเรียบง่าย….🎈

“ก็แค่อยากให้เด็กได้มีความฝันบ้าง อยากทำอาชีพนู้นอาชีพนี้ ให้ได้รู้จักว่าโลกมันกว้างแค่ไหน”

”In places where education is seen as a cost rather than an opportunity, children still dream. Not because they are taught to, but because dreaming is a right no one should take away.“

ปีนี้ก็…. อยู่ช่วยกันเติมฝันลงในช่องว่างให้เด็ก ๆ ไปด้วยกันอีกนะ 🤍

#เรื่องวงเล่าครูอาสา
#ค่ายครูนอกบ้าน
#มูลนิธิกระจกเงาสำนักงานฝาง

มูลนิธิกังหันลม ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงา

“ชีวิตคนต่างจังหวัดน่ะค่ะ พอเด็กอายุประมาณ 14–15 ปี ผู้ปกครองหลายคนก็อยากให้ลูกออกจากโรงเรียน เรียนไปก็ไม่ได้เงิน แค่อ่านออกเขียนได้ก็พอแล้ว”
คือประโยคที่ยังคงฝังอยู่ในใจของทีมงาน หลังจากลงพื้นที่เก็บบทสัมภาษณ์ในชุมชนรอบศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ผู้ปกครองของเด็ก ๆ เกือบ 100% เป็นแรงงานรับจ้างรายวันในอำเภอฝาง บางส่วนรับจ้างตัดอ้อย ทำสวนส้ม ทำนา ขุดมันสำปะหลัง เป็นลักษณะงานที่ต้องโยกย้ายตามฤดูกาลของพืชผลทางการเกษตร ทำให้หลายครอบครัวต้องย้ายถิ่นตามแหล่งงาน เด็กและเยาวชนจำนวนมากจึงขาดความต่อเนื่องทางการศึกษา หยุดเรียนบ่อย ย้ายที่อยู่บ่อย และในบางกรณี เอกสารระบุตัวตนหรือทะเบียนบ้านก็ค่อย ๆ หล่นหายไปตามกาลเวลา
ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ เด็ก ๆ เติบโตขึ้นในภาวะเปราะบาง ไม่เพียงด้านการศึกษา แต่รวมถึงการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน สุขภาวะ และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง สุขภาวะของเด็กในบริบทนี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพกาย แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพใจ ความรู้สึกปลอดภัย และการมีพื้นที่ให้ฝันและเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี
เมื่อวันเด็กแห่งชาติวนกลับมาอีกครั้ง ทีมงานของศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาจึงอยากใช้งานวันเด็กปีนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้คิด ได้ฝัน และได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงหยิบธีม “อาชีพในฝัน” มาเป็นธีมหลักของกิจกรรม เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สำรวจความสนใจของตนเอง และมองเห็นว่าบนโลกใบนี้ยังมีเส้นทางชีวิตอีกหลากหลายรูปแบบรออยู่
กิจกรรมภายในงาน ไม่ได้เป็นเพียงความสนุกในวันพิเศษ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่หนุนเสริม สิทธิในการพัฒนาและการมีส่วนรวม ผ่านการเปิดโลกทัศน์ การเรียนรู้จากการลงมือทำ และการเห็นคุณค่าในศักยภาพของตนเอง ขณะเดียวกัน เด็ก ๆ ยังได้ใช้
จากกิจกรรมค่ายสร้างเสริมเครือข่ายที่ผ่านมา เด็กและเยาวชนแกนนำยังได้ชวนเพื่อน ๆ จากพื้นที่อื่น ๆ อยากให้มาเยี่ยมชมและร่วมงานวันเด็กที่ไร่ส้มวิทยา ความตั้งใจนี้สะท้อนถึงการเติบโตของเด็กในฐานะผู้มีส่วนร่วมในสังคม อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณในปีนี้ โครงการยังไม่สามารถสนับสนุนค่าเดินทางให้เด็กจากพื้นที่อื่น ๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนกันได้
แม้การเดินทางข้ามพื้นที่จะยังต้องรอโอกาสในอนาคต แต่เครือข่าย ความสัมพันธ์ และความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ที่เด็ก ๆ สร้างขึ้น ยังคงเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 1 ปีของโครงการสร้างเสริมสุขภาวะและหนุนเสริมสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง มูลนิธิกังหันลมได้ร่วมกับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ค่อย ๆ วางรากฐานพื้นที่เรียนรู้ ทั้งโมเดลตลาดนัดไร่ส้ม ร้านเจริญกาแฟ และหลักสูตรกินได้ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องอาชีพ ทักษะชีวิต และการดูแลสุขภาวะไปพร้อมกัน

ด้วยเหตุนี้ ทีมงานจึงตั้งใจเก็บภาพและบรรยากาศของงานวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้ ณ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มาแบ่งปันให้ทุกคนได้เห็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ได้ใช้สิทธิในการพัฒนา และสิทธิในการมีส่วนร่วม ผ่านรอยยิ้ม การลงมือทำ และความฝันเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโต
————————
ติดตามเรื่องราวของเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์เพิ่มเติม ได้ที่ มูลนิธิกังหันลม

และร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของลูกหลานแรงงาน ผ่านศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
—————————
เรื่องและภาพ: Jenny Li
#มูลนิธิกังหันลม

บันทึกวันเด็ก 2569 เราชวนปลุกความเด็กในตัวผู้ใหญ่ทุกคน ให้กล้าตัดสินใจ ทำอะไรที่ใจต้องการ "อิ่มเอมใจทุกครั้งที่ได้กลับมา...
11/01/2026

บันทึกวันเด็ก 2569
เราชวนปลุกความเด็กในตัวผู้ใหญ่ทุกคน
ให้กล้าตัดสินใจ ทำอะไรที่ใจต้องการ
"อิ่มเอมใจทุกครั้งที่ได้กลับมาเจอเด็กๆไร่ส้ม"
"เราต้องลางานล่วงหน้าเป็นปี ๆ เพื่อจะมาที่นี่"
"แบกความว่างเปล่าใส่กระเป๋า แล้วใส่ความสุขกลับบ้าน"
เหล่าประโยคที่ครูอาสาบอก หลังจบงาน
ไม่ต้องจบครู ก็เป็นครูได้
ในระยะเวลาสั้นๆนี้ ก็สร้างควาหมายมากมายแล้ว
ขอบคุณทุกคนมากๆ
ที่มาร่วมกิจกรรมกับศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
ไว้เจอกันใหม่ปีหน้า ที่เดิมนะ
#เรื่องวงเล่าครูอาสา #บันทึกครูนอกบ้าน
#ค่ายครูนอกบ้าน #มูลนิธิกระจกเงาสำนักงานฝาง
#ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา

วันเด็กปีนี้ที่ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงา 🧡
09/01/2026

วันเด็กปีนี้ที่ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงา 🧡

“ครูอยากให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสฝันไปไกล
เกินกว่าแค่การหาเงินดาวน์รถมอเตอร์ไซค์ให้แม่”
“ชีวิตคนต่างจังหวัดน่ะค่ะ
พอเด็กอายุ 14–15 ปี
หลายครอบครัวก็อยากให้เขาออกจากโรงเรียนแล้ว
เรียนต่อไปก็ไม่ได้เงิน
แค่อ่านออกเขียนได้…ก็น่าจะพอ”
ประโยคเหล่านี้ฝังอยู่ในใจของทีมงาน
ตั้งแต่วันที่เราลงพื้นที่เก็บบทสัมภาษณ์
เกือบ 90% ของผู้ปกครองในชุมชน
ทำงานเป็นแรงงานรับจ้างในสวนส้ม
สวนลำไยในอำเภอฝาง
บางส่วนรับจ้างตัดอ้อย ทำนา ขุดมันสัมปะหลัง
ชีวิตผูกติดกับฤดูกาลผลไม้
และการโยกย้ายถิ่นไปเรื่อย ๆ ตามงานที่มี
ลูกหลานของพวกเขา
จึงต้องหยุดเรียนบ่อย ย้ายที่อยู่บ่อย
โอกาสทางการศึกษาค่อย ๆ หลุดลอย
เอกสารระบุตัวตน ทะเบียนบ้าน
และกระดาษสำคัญมากมาย
เลือนหายไปตามกาลเวลา
เมื่อวันเด็กวนกลับมาอีกครั้ง
ทีมงานและนักศึกษาฝึกงานจึงเห็นตรงกันว่า
อยากชวนเด็ก ๆ มาคุยเรื่อง “อาชีพในฝัน”
ให้เป็นธีมหลักของงานในปีนี้
เพื่อเปิดมุมมองว่า
บนโลกใบนี้ยังมีอาชีพอีกมากมายให้เลือกฝัน
เผื่อว่าความฝันของเด็ก ๆ
จะได้ไปไกลกว่าแค่มอเตอร์ไซค์หนึ่งคัน
และไกลกว่าเงื่อนไขที่บอกว่า
“แค่อ่านออกเขียนได้…ก็พอแล้ว”
——————-
ทุกการสนับสนุนศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือศูนย์การเรียนเล็ก ๆ
แต่คือการให้โอกาส 📚
ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน
และร่วมสร้างสังคมที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน
หากคุณเชื่อในพลังของการศึกษา
ขอชวนมาร่วมสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้
ให้เด็ก ๆ ที่ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา
เพื่อให้โอกาสเล็ก ๆ ในวันนี้
กลายเป็นอนาคตที่เข้มแข็งของสังคมในวันข้างหน้า
🤝 ร่วมกับเราได้ที่ ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 539-0-57058-8
หรือบริจาคผ่านเทใจได้ที่
🔗 taejai.com/th/project/chd-food-for-raisom
(บริจาคผ่านเทใจสามารถ ลดหย่อนภาษีได้)

#มูลนิธิกระจกเงา
#ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา

ที่อยู่

ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา 277 ม. 10 ตำบล แม่ข่า
Amphoe Fang
50320

เบอร์โทรศัพท์

+66895552256

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ครูนอกบ้าน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์