มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

19/05/2026

เดอะชุมชน คนพึ่งตนเอง ep.1 หมู่บ้านแก่นมะกรูด
ถอดรหัส “แก่นมะกรูดโมเดล” จ.อุทัยธานี ต้นแบบชุมชนเข้มแข็งและเกษตรกรรมยั่งยืน
หมู่บ้านแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ พลิกโฉมจากพื้นที่วิกฤตเกษตรเชิงเดี่ยวและภาระหนี้สินในอดีต สู่การเป็น "ต้นแบบชุมชนจัดการตนเองอย่างยั่งยืน" บริเวณขอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ด้วยการบูรณาการร่วมกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ผ่าน 3 เสาหลักความสำเร็จ
การจัดการน้ำขั้นพื้นฐาน: สร้างฝายชะลอน้ำและระบบสระพวงตามแนวพระราชดำริ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง
เกษตรทฤษฎีใหม่มูลค่าสูง: ปรับเปลี่ยนสู่การปลูกพืชและดอกไม้เมืองหนาวในพื้นที่ “หนาวสุดกลางสยาม”
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม: เปิดตลาดกะเหรี่ยงและโฮมสเตย์ เผยแพร่วัฒนธรรมกะเหรี่ยงโปว์ดั้งเดิม
ปัจจุบัน โครงการสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยกว่า 2.19 เท่า (สู่ระดับ 164,967 บาทต่อปี) ส่งผลให้ชาวบ้านร้อยละ 80 หลุดพ้นจากเส้นความยากจน พร้อมฟื้นคืนผืนป่าต้นน้ำให้ธรรมชาติได้มากกว่า 30% พลิกบทบาทจากผู้ทำลายสู่ "ผู้อนุรักษ์ผืนป่า" อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน

๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙ "วันพืชมงคล"พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขัวญ เป็นพระราชพิธีแต่โบราณ บำรุงขวัญและกำลังใจให้กับเกษตร...
13/05/2026

๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙
"วันพืชมงคล"

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขัวญ เป็นพระราชพิธีแต่โบราณ บำรุงขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรไทย สืบสานรากฐานเกษตกรรมอย่างยั่งยืน

วันฉัตรมงคล๔ พฤษภาคม“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”พระปฐมบรมราชโ...
04/05/2026

วันฉัตรมงคล

๔ พฤษภาคม

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

“ ๑ พฤษภาคม วันแรงงาน ขอน้อมรำลึกในพระบรมราโชวาทในหลวง ร.๙ — ทำงานด้วยความตั้งใจ คือการพัฒนาตนและชาติอย่างแท้จริง 🙏”
01/05/2026

“ ๑ พฤษภาคม วันแรงงาน ขอน้อมรำลึกในพระบรมราโชวาทในหลวง ร.๙ — ทำงานด้วยความตั้งใจ คือการพัฒนาตนและชาติอย่างแท้จริง 🙏”

๒๙ เมษายนเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมา...
29/04/2026

๒๙ เมษายน
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
ทรงพระเจริญ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

ปิดทองหลังพระ เคาะแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 5 ปี 71-75 ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานเพิ่มอีก 10 จังหวัดสู่...
24/04/2026

ปิดทองหลังพระ เคาะแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 5 ปี 71-75 ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานเพิ่มอีก 10 จังหวัดสู่ 32 จังหวัดทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่โรงแรมรามาการ์เด้น นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ประจำปี 2569 ว่า เป็นการประชุมครึ่งปีแรกถือว่าผลปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมาย ประสบความสำเร็จ และที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) มุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้

ในระยะต่อไป สถาบันฯ ยังคงยึดมั่นในภารกิจสำคัญเพื่อ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยผลการดำเนินงานในช่วงเดือนตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สถาบันฯ สามารถขับเคลื่อนงานได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านแหล่งน้ำ การเกษตร และสิ่งแวดล้อม ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 416 ล้านบาท
ในปี 2569 สถาบันฯ กำหนดให้เป็นปีแห่งการ “เสริม-ขยาย-ริเริ่ม”โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ต้นแบบและขยายผลการพัฒนา ดังนี้

งานพัฒนาแหล่งน้ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยมีการสำรวจแหล่งน้ำที่ยังไม่ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นไปแล้วถึง 1,911 แห่ง ใน 21 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแซมและเสริมศักยภาพแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กในลุ่มน้ำมูล 9 จังหวัด รวม 136 โครงการ คาดว่าจะช่วยให้พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 36,000 ไร่

งานส่งเสริมอาชีพ มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) เช่น การผลิตทุเรียนคุณภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รักษาเกรดส่งออกได้มากกว่า 60% การส่งเสริมผักปลอดภัยในภาคอีสานที่สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา “มะพร้าวน้ำหอม” จ.ขอนแก่น และ “มะนาว” จ.น่าน ด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ

งานนโยบายสำคัญ เดินหน้าโครงการหมู่บ้าน 100 ปีชาตกาล ใน 8 จังหวัด 10 หมู่บ้าน เพื่อเป็นต้นแบบการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกผ่านโครงการ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” ส่งเสริมการลดรายจ่ายและสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน
นายกฤษฎากล่าวว่า ในด้านการใช้จ่ายงบประมาณ ณ วันที่ 15 เมษายน 2569 สถาบันฯ มีการเบิกจ่ายไปแล้วร้อยละ 47 จากงบประมาณที่ได้รับ แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างในไตรมาสที่ 2 แต่สถาบันฯ ได้มีการปรับแผนบริหารจัดการเพื่อเร่งรัดงานให้บรรลุเป้าหมายภายในปีงบประมาณนี้
นายกฤษฎากล่าวว่า ก้าวต่อไป แผนระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571-2575) ขยายผลสู่ 32 จังหวัด ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญของการขยายผล ทั้งนี้ประเด็นสำคัญของแผนระยะที่ 5 นั้น มีวิสัยทัศน์ ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริผ่านกลไกทุกภาคส่วน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ขยายพื้นที่ทำงาน เพิ่มเป้าหมายการซ่อมแซมแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กจากเดิม 22 จังหวัด เป็น 32 จังหวัด (เพิ่มพื้นที่ข้างเคียงอีก 10 จังหวัด) โดยตั้งเป้าซ่อมแซมปีละ 150 แห่ง รวม 750 แห่งใน 5 ปี
มี4 ยุทธศาสตร์หลัก ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการพัฒนา, การจัดการเรียนรู้ผ่านพื้นที่ Co-Learning 50 แห่ง, การสื่อสารสร้างการรับรู้เชิงรุก และการเสริมศักยภาพองค์กรด้วยระบบดิจิทัล
ยกระดับ 10 ผลผลิตเป้าหมาย เช่น มะนาว จ.น่าน, ทุเรียนอินทรีย์ จ. เพชรบุรี, กาแฟโรบัสต้า และข้าวคุณภาพในหลายพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร
“เราจะไม่หยุดเพียงแค่พื้นที่ต้นแบบ แต่จะขยายผลความสำเร็จนี้ออกไปให้กว้างขวางขึ้น เพื่อเป็นน้อมนำในการสืบสาน รักษาและต่อยอด ขยายผลให้หลักการทรงงานและแนวพระราชดำริเป็นหลักการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม”นายกฤษฎากล่าว และว่าแผนปฏิบัติการระยะที่ 5 นี้ คาดว่าจะใช้กรอบงบประมาณรวมกว่า 1,573 ล้านบาท โดยบูรณาการแหล่งเงินจากทั้งงบประมาณแผ่นดิน งบมูลนิธิฯ และงบประมาณความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในการพัฒนาแหล่งน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวพระราชดำริอย่างยั่งยืนต่อไป

6 เมษายน "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์"วันจักรี คือ วันที่ระลึกแห่งการขึ้น...
06/04/2026

6 เมษายน "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์"
วันจักรี คือ วันที่ระลึกแห่งการขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุกปี

#6เมษายน #วันจักรี

ประกาศรับสมัครบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงานของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ตำแหน่ง เจ...
05/04/2026

ประกาศรับสมัครบุคคลเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงานของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.pidthong.org/th/news-detail.php?id=10452

ทรงพระเจริญ
02/04/2026

ทรงพระเจริญ

ปิดทองหลังพระฯ รวมพลังสร้างชุมชนยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ส...
01/04/2026

ปิดทองหลังพระฯ รวมพลังสร้างชุมชนยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้สามารถอยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤต พร้อมผนึกกำลังองค์กรภาคีทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อน 10 หมู่บ้าน ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาที่ยั่งยืนชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ เทิดพระเกียรติในวาระ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพฯ ปี 2570 ชู 2 ชุมชนปลายด้ามขวาน บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และบ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา เป็นตัวอย่างการพัฒนา “แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ” บนฐานทรัพยากรและสังคมพหุวัฒธรรม เสริมสร้างความมั่นคงสามจังหวัดชายแดนใต้
นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ บ้านโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และบ้านจำปูน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2569 ว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบของภัยสงคราม การน้อมนำหลักการทรงงานและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้มแข็ง ยั่งยืน บนพื้นฐานของแนวทางที่สร้างความสมดุล เพียงพอ และมีภูมิป้องกันตนเอง จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต เป็นทางรอดให้เกษตรกร ครัวเรือนยากจน และชุมชนได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังได้รับยกย่องจากสหประชาชาติว่าเป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกและ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเอเชีย
การน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ถือเป็นพันธกิจสำคัญที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินงานด้านส่งเสริมองค์ความรู้และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นขั้นตอน “อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน” โดยพัฒนาครอบคลุมด้านน้ำ ดิน อาชีพ รายได้ ความเข้มแข็งชุมชน และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 22 จังหวัด
ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี 2570 มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ จึงได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่น้อมนำแนวพระราชดำริ ครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืนไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถพัฒนาสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 หมู่บ้านใน 10 พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9
แนวทางการคัดเลือกพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่สามารถแก้ปัญหาที่ทำกิน ปรับปรุงแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค พัฒนาคุณภาพดิน ทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ครัวเรือน ชุมชนมีความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ สามารถขยายการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถอยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน
วิถีชุมชน ภายใต้ภูมิสังคมที่หล่อหลอมตามแนวพระราชดำริ จึงควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย (1) บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน (2) บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ (3) บ้านโคกล่าม และ (4) บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี (5) บ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ (6) บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (7) บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (8) บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา (9) บ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ (10) บ้านเหล่าฝ้าย ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ
“สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานที่ บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอ รามัน จังหวัดยะลา และบ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ตัวอย่างของภาคใต้ ความสำคัญของทั้งสองพื้นที่ เนื่องจากเป็นชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ที่เมื่อน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี เกิดความมั่นคงทางอาหาร ช่วยเสริมสร้างรายได้ สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร สร้างอาชีพที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ทำให้มีทั้งแหล่งน้ำ ที่ดินทำกินปลอดภัย สามารถบริโภคในครัวเรือน ช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการนำไปจำหน่าย เป็นต้นแบบเพื่อให้ชุมชนอื่นเข้ามาเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม”
“บ้านโคกยามู” แก้ปัญหาดิน เพิ่มที่ทำกิน ทำเกษตรปลอดภัย
ก่อนปี 2559 บ้านโคกยามู เกิดน้ำท่วม น้ำแล้ง มาต่อเนื่องหลายปี สภาพดินเป็นดินเปรี้ยว ปนเปื้อนสารเคมี ไม่สามารถทำการเกษตรที่เหมาะสม พึ่งพารายได้ทางเดียวจากการปลูกปาล์มน้ำมัน แม้มีการขยายไปปลูกมะม่วงหิมพานต์ก็ขาดตลาดรองรับ ขาดที่ดินทำกิน แรงงานในชุมชนก็ต้องจากบ้านออกไปรับจ้างนอกพื้นที่
แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 สำหรับพื้นที่ ทรงพระราชทานเรื่องการปรับปรุงดินโดยเฉพาะดินเปรี้ยวไว้ รวมถึงการลดปัญหาสารเคมีปนเปื้อน
ด้วยหลักการทรงงาน สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริแก้ปัญหาวิกฤติของชุมชนอย่างเป็นระบบ ด้วยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เริ่มจากแก้ปัญหาสภาพดินเปรี้ยว ลดสารเคมีในดิน ปรับปรุงน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน จัดสรรที่ดินทำกินให้กับครัวเรือนในพื้นที่ป่าสงวน โคกไม้เรือสนับสนุนให้เกิดการทำเกษตรปลอดภัย ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องการสานกระจูดสร้างรายได้ให้กับสตรีและคนชรา
การพัฒนานี้ต้องเป็นการ “ระเบิดจากข้างใน” เกิดจากความต้องการของคนในชุมชนเป็นตัวกำหนด หน่วยงานที่ร่วมกับปิดทองหลังพระฯ เข้าไปร่วมกระตุ้น และส่งเสริมการทำงานในทุกมิติ ผลที่ได้นอกจากสร้างอาชีพของครัวเรือนแล้ว ยังเกิดความรักสามัคคีในชุมชน
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยให้ชาวบ้านสามารถเข้าใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนโคกไม้เรือ จำนวน 66.1 ไร่ ในลักษณะแปลงรวมที่ถูกกฎหมาย มีอาชีพการเกษตรตามแนวเกษตรปลอดภัย อาทิ แตงโม เกษตรผสมผสาน พืชผักสวนครัว
มิติอาชีพการเกษตร คุณภาพดินเพื่อการเกษตรดีขึ้นจากค่าดิน pH 3 ที่มีความเป็นกรดสูง เปลี่ยนเป็น pH 5.5 ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกแตงโมตามแนวเกษตรปลอดภัยสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง จาก 1,638 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี 2563 เป็น 2,967 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี 2568 ได้รับรองมาตรฐาน GAP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมเกือบ 10 ล้านบาท ช่วงปี 2560-2567
งานหัตถกรรมด้านการสานกระจูดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ระหว่างปี 2562-2566 สามารถทำรายได้สะสมกว่า 1.1 ล้าน โดยเป็นรายได้ของกลุ่มสตรีและคนชราที่เดิมไม่ส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพประจำ มีการจัดตั้ง กลุ่มกับกองทุนเพื่ออาชีพ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนจักสานกระจูด กองทุนหมุนเวียนปัจจัยการผลิต (เพื่อเกษตรปลอดภัย) และโรงเรียนเกษตรกร
มิติสังคม คนรุ่นใหม่ในชุมชน ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรีเพิ่มขึ้น จาก 34 คนในปี 2560 เป็น 91 คนในปี 2567 คนในชุมชนมีอัตราการป่วยลดลงจากร้อยละ 13.82 เหลือร้อยละ 9.64 จากการลดสารเคมีที่ใช้ทำการเกษตร มีการออกไปทำงานนอกชุมชนลดลง
การพัฒนาบ้านโคกยามู ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขวิกฤตการว่างงาน การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร สร้างโอกาสให้แรงงานกลับคืนถิ่นได้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ พืชสมุนไพร เห็ดนางฟ้า ข้าวโพดอาหารสัตว์ ฯลฯ สนับสนุนความรู้ในใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรแบบง่ายเพื่อช่วยเรื่องปรับปรุงบำรุงดิน ส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เพื่อเป็น “แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ” หรือ Social Lab จากการแก้ปัญหาของชุมชนเอง ให้กับชุมชนอื่นได้
“บ้านจำปูน” เพิ่มผลผลิต สร้างคนรุ่นใหม่ ลดความยากจน สู่ความยั่งยืน
ด้วยความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ ทำให้บ้านจำปูนเกิดปัญหาทางสังคมและความขัดแย้งในชุมชนอย่างแรง รายได้หลักที่เกิดจากพืชเชิงเดี่ยว ได้แก่ ยางพาราที่ราคาในท้องตลาด ไม่แน่นอน ขณะที่ผลผลิตข้าวพันธ์พื้นเมือง เช่น จันต๊ะ กับกูนิง เพื่อบริโภคในครัวเรือนมีเพียง 220 กิโลกรัมต่อไร่ อาศัยน้ำจากน้ำฝนเพียงอย่างเดียว น้ำเพื่อการบริโภคก็ขาดแคลน โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ตามมาด้วยแรงงานออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางานทำในจังหวัดอื่น และประเทศมาเลเซีย
ความขัดแย้งในชุมชนรุนแรงที่เกิดจากเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวปล่อยให้วัวออกหากินตามธรรมชาติ เข้าไปทำลายผลิตของเพื่อนบ้าน การเลี้ยงวัวที่ขาดความรู้ ทำให้เกิดวัวบาดเจ็บล้มตายจากคนที่ไม่พอใจคนเลี้ยงที่ไม่ควบคุมวัวกับโรคในวัวจำนวนมาก สุขภาพคนในชุมชนจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ร้อยละ 38.66 เจ็บป่วยด้วยโรค อาทิ เบาหวาน ความดัน และภาวะทุพโภชนาการในเด็กวัย 0-5 ปี และปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ไม่ถูกสุขอนามัยของชุมชน จากการกำจัดขยะมูลฝอยไม่ถูกวิธี
การน้อมนำแนวพระราชดำริในการพัฒนาด้วยหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของปิดทองหลังพระฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เริ่มด้วยการสร้างคน และ ปลุกคน คัดเลือกเยาวชน 6 คนไปศึกษาเรียนรู้แนวพระราชดำริ ในพื้นที่ต้นแบบ ดอยตุง และภูพาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
พัฒนาพื้นที่จากปัญหาสำคัญที่สุดคือเรื่องน้ำ ที่ทำแบบ Quick Win ขุดเจาะน้ำบาดาล สร้างหอถังสูง วางระบบกระจายน้ำ เข้าพื้นที่เกษตรแปลงรวม 22.5 ไร่ เสร็จภายใน 15 วัน วางโครงสร้างหลักของน้ำ กรมชลประทานสร้างสถานีสูบน้ำเข้าพื้นที่นาข้าว 257.5 ไร่ พัฒนาที่ดินขุดสระเก็บน้ำ 26,000 ลูกบาศก์เมตร ติดตั้งระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ ขยายแนวท่อส่งน้ำบาดาล ปรับปรุงระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ฯลฯ
ปัญหาความขัดแย้งจากการเลี้ยงวัวที่ไม่เป็นระบบ มีการใช้มาตรการทางสังคม และการประชาคมเพื่อออกกฎระเบียบ จัดการเลี้ยงวัวแบบขังคอก ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าโคขุน พร้อมกับการพัฒนาแปลงหญ้าอาหารสัตว์ 24 ไร่เพื่อรองรับการเลี้ยง
ส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผักปลอดภัย พัฒนาการปลูกข้าวพันธ์พื้นเมือง เปลี่ยนพืชในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมีปลูกอ้อยคั้นน้ำสร้างรายได้สูงกว่าการปลูกข้าวเฉลี่ย 75,544 บาทต่อไร่ ต่อยอดองค์ความรู้จากฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่บ้านจำปูนเพื่อเป็นแหล่งจ้างงาน แหล่งเรียนรู้ ด้านการเกษตรผสมผสาน เป็นการนำบทเรียนจากฟาร์มตัวอย่างมาใช้ในระดับครัวเรือนและชุมชน
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือ สามารถแก้วิกฤตการขาดแคลนน้ำ ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อทำการเกษตร เพิ่มผลผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง จาก 220 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 298-380 กิโลกรัมต่อไร่ ยกระดับคุณภาพการเลี้ยงวัวเป็นแบบขังคอกหรือโคขุน ช่วยสร้างมูลค่าการจำหน่ายสะสมรวมกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2562-2568
นอกจากความมั่นคงจากน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ลดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน เกิดความสามัคคี ทำให้ทำงานร่วมกันได้ สุขภาพของคนในชุมชนก็ดีขึ้น อัตราการเจ็บป่วยลดลงจากร้อยละ 38.66 เหลือเพียงร้อยละ 15.41 ปัญหายาเสพติดลดลง ผู้เสพลดจากร้อยละ 30 เหลือเพียงร้อยละ 5 และไม่มีคนค้ายาอีกเลย
บ้านจำปูนยังคงกระดับผลผลิตการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เช่น เพิ่มผลผลิตอ้อยคั้นน้าให้ได้ 10 ตันต่อไร่ เพื่อพัฒนาไปสู่การแปรรูปเป็นน้ำอ้อยพาสเจอร์ไรส์ การผลิตถ่านไบโอชา เพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้ง ส่งเสริมให้ปลูกข้าวด้วยเทคนิคใหม่แบบ “เปียกสลับแห้ง” พัฒนาองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ เช่น การทำน้ำหยด การตรวจวัดระดับน้ำในนา เพื่อรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของน้ำ
เพื่อเป็น“แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ” มีการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ทั้งเยาวชนและผู้สูงอายุช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้จากผลของการแก้ปัญหาของพื้นที่ให้ได้เพิ่มมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 20 คน สร้างระบบธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารจัดการของกลุ่มอาชีพในชุมชน นำไปสู่เป้าหมายการเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ทั้งการจัดการ ดิน น้ำ ป่า เพื่อขยายสู่พื้นที่อื่นต่อไป
ประธานกรรมการสถาบันปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่า สถาบันพร้อมที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ควบคู่ไปกับการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โดยมีพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ทั้ง 10 แห่ง ที่น้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และขยายผลนำไปใช้แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่อื่นๆ สนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ราษฎรและนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
“หมู่บ้านเหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อประชาชนน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ ร่วมกับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคีเครือข่าย ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง โดยมีเป้าหมายคือ การขับเคลื่อนและขยายผลการพัฒนาที่ยั่งยืนชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริไปสู่ทั่วประเทศ ด้วยความรู้ การพัฒนาศักยภาพชุมชน การสร้างกลไกการทำงานร่วมกันในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถออกแบบและจัดการปัญหาของตนเองอย่างเหมาะสม และสร้างเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไปด้วยกัน ท่ามกลางภาวะวิกฤต” นายกฤษฎากล่าว

สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ รับสมัครบุคคลภายนอกเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงาน จำนวน 1 ตำแห...
27/03/2026

สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ รับสมัครบุคคลภายนอกเข้าปฏิบัติงานเป็นพนักงาน จำนวน 1 ตำแหน่ง 4 อัตรา

1.เจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการ 1 อัตรา สังกัด สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
2.เจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการ 1 อัตรา สังกัด สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
3.เจ้าหน้าที่พัฒนาโครงการ 2 อัตรา สังกัด สำนักงานพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็ก

ช่องทางการรับสมัคร
ส่งประวัติส่วนตัว (RESUME) พร้อมระบุชื่อตำแหน่งและรหัสตำแหน่งมาที่ [email protected]

ผู้สนใจศึกษารายละเอียดลักษณะงานแต่ละตำแหน่งเพิ่มเติมได้ที่
https://www.pidthong.org/th/news-detail.php?id=10355

ที่อยู่

CAREER @ SCB อาคาร RCP ชั้น 2 โซน A เลขที่ 101 ถ. รัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
เขตจตุจักร
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

02-611-5000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์