มูลนิธิชุมชนไท

มูลนิธิชุมชนไท... เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อการพัฒนาที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกระบวนการพัฒนาคนจนในเมืองและชนบท ที่มีชุมชนเป็นเป็นพลังหลักในการตัดสินใจ และดำเนินการแก้ไขปัญหา และคิดค้นงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน เมือง และท้องถิ่น ร่วมกับภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมูลนิธิชุมชนไท ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2535 ในครั้งแรกใช้ชื่อมูลนิธิชุมชนเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 เปลี่ยนชื่อเป็นมูลนิธิชุมชนไท เพื่อขยายพื้นที่การทำงานให้ครอบคลุมทั้งเมืองและชนบท

วัตถุประสงค์
- ส่งเสริม และเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือขององค์กรของรัฐ เอกชน และกลุ่มคนฝ่าย ต่าง ๆ ในสังคม ทั้งในและต่างประเทศที่มีเจตนารมณ์ในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นทั้งในเมืองและชนบท

- ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรหรือคนกลุ่มต่าง ๆ ที่ต้องการดำเนินการกิจกรรมพัฒนา ศึกษาวิจัย และส่งเสรมภูมิปัญญาในชุมชนและท้องถิ่น ในเมืองและชนบท

- ผลิตสื่อและสนับสนุนการผลิตสื่อแก่บุคคล กลุ่มองค์กรที่ต้องการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่งานพัฒนา โดยครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออินเตอร์เน็ต และสื่อสาธารณะอื่น ๆ

- ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศล องค์กรพัฒนาอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

- ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน (กลุ่มเปราะบาง)
- กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล 5 จังหวัดฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล)
- กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น 4 จังหวัด (ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พังงา)
- กลุ่มคนจนเมืองที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ที่ดิน
- กลุ่มผู้ประสบภัยพิบัติ 14 จังหวัด (ปัตตานี นราธิวาส ยะลา สตูล สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต พังงา ระนอง ปทุมธานี สมุทรสาคร อุบลราชธานี)

มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าสร้างโมเดลชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางการจัด...
29/07/2026

มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าสร้างโมเดลชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางการจัดการภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนและเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนา
“โมเดลชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางการจัดการภัยพิบัติ”
โดยมุ่งนำแนวทางตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่

กระบวนการครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ครอบคลุมพื้นที่ 5
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
โดยมีนายอำเภอละงู ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร
และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

การทำงานครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยมี
"ชุมชนเป็นฐาน" ผ่านการใช้ข้อมูลและความรู้จากพื้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญ
ตั้งแต่การจัดทำข้อมูลความเสี่ยง แผนที่เสี่ยงภัย ปฏิทินภัยพิบัติ การกำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย ระบบการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติของชุมชนและท้องถิ่น

แนวทางดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดภัยพิบัติ
แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนและท้องถิ่น ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
ใช้กิจกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างคน ใช้ข้อมูลในการวางแผน และใช้สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นพื้นที่สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจัดการภัยพิบัติที่ยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่ เข้าใจความเสี่ยง
และให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางรับมือด้วยตนเอง เพื่อให้แผนและมาตรการต่าง ๆ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

มูลนิธิชุมชนไท พร้อมร่วมทำงานกับภาคีเครือข่าย หน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และชุมชน
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบจัดการภัยพิบัติที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

#มูลนิธิชุมชนไท #การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน #ท้องถิ่นเข้มแข็ง #ลุ่มน้ำละงู #จังหวัดสตูล

มูลนิธิชุมชนไท ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนการจัดการปัญหาที่ดินและสิทธิชุมชน กับนักศึกษาหลักสูตร สสสส. รุ่นที่ 16 สถาบันพระปกเก...
28/07/2026

มูลนิธิชุมชนไท ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนการจัดการปัญหาที่ดินและสิทธิชุมชน กับนักศึกษาหลักสูตร สสสส. รุ่นที่ 16 สถาบันพระปกเกล้า ณ ชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 คณะอาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่นที่ 16 สถาบันพระปกเกล้า ลงพื้นที่ศึกษาดูงานครั้งที่ 1 ณ จังหวัดภูเก็ต
เพื่อเรียนรู้สถานการณ์จริงเกี่ยวกับการจัดการปัญหาที่ดิน ข้อพิพาท และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนชาวเลราไวย์

การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจบริบทของความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในที่ดิน วิถีชีวิต และการดำรงอยู่ของชุมชนชาติพันธุ์ชาวเล ตลอดจนเรียนรู้กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย

ในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ มีผู้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากหลากหลายมุมมอง ได้แก่
นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นายสนิท แซ่ชัว ผู้ประสานงานชุมชนหาดราไวย์ และ
นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท

การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่ดินของชุมชนชาวเลราไวย์เท่านั้น แต่เป็นการร่วมเรียนรู้ถึงกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจในหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ของพื้นที่ วิถีชีวิตของชุมชน สิทธิของประชาชน กระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการสร้างพื้นที่พูดคุยระหว่างผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน

นักศึกษา สสสส. รุ่นที่ 16 ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม
ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคการเมือง และภาคส่วนต่าง ๆ ได้นำประสบการณ์ ความเชื่อ และมุมมองที่แตกต่างกันมาร่วมแลกเปลี่ยน ทำให้เกิดบทสนทนาที่หลากหลายและสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างสังคมสันติสุขจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ การรับฟัง และการแสวงหาทางออกร่วมกัน

มูลนิธิชุมชนไท ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันบทเรียนจากการทำงานร่วมกับชุมชน และหวังว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจต่อปัญหาสิทธิชุมชน การจัดการความขัดแย้ง และการสร้างสังคมที่ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

#มูลนิธิชุมชนไท #ชุมชนชาวเลราไวย์ #สิทธิชุมชน #การจัดการความขัดแย้ง #สังคมสันติสุข #สถาบันพระปกเกล้า #สสสส16

ร่วมเตรียมความพร้อมสู่การจัดตั้ง "สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย"ภายหลังพระราชบัญญัติคุ้มคร...
27/07/2026

ร่วมเตรียมความพร้อมสู่การจัดตั้ง "สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย"

ภายหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ระยะสำคัญของการดำเนินงานตามกฎหมาย โดยเฉพาะการจัดตั้ง
สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย"
ซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายกำหนดขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็น
ข้อเสนอเชิงนโยบาย และติดตามการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

การทำให้กลไกดังกล่าวสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วมกันทั้งในส่วนของหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในประเด็นกฎหมายลำดับรอง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์
การจดแจ้งชุมชนชาติพันธุ์ กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ขององค์กรที่ปรึกษาและสมาชิกสภาฯ ตามที่กฎหมายกำหนด

ในโอกาสนี้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้เชิญมูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และสถาบันธรรมชาติพัฒนา ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่
เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานในระยะเริ่มต้น
เพื่อให้การจัดตั้งสภาฯ และกลไกต่าง ๆ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้

นอกจากประเด็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 แล้ว ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงกลไกการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
โดยเฉพาะ @ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้ร่วมผลักดันและเสนอให้เกิดกลไกการแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐมาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจัดตั้งกลไกในรูปแบบคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา อาทิ คณะกรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลและชาวกะเหรี่ยง รวมถึงคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่น คณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนบางกลอย และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีการต่อสู้เรียกร้องและประสานความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐมาอย่างยาวนาน
การดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568
จึงมีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับกลไกเหล่านี้ เพื่อให้ประสบการณ์ ข้อเสนอ และกระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ สามารถนำมาใช้ประกอบการทำงานของสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย และทำให้การคุ้มครอง ส่งเสริม และแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

มูลนิธิชุมชนไทในฐานะหนึ่งในองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์
ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการแลกเปลี่ยนและเตรียมความพร้อมครั้งนี้ และหวังว่าการดำเนินงานของ "สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย" จะเป็นอีกกลไกสำคัญที่ทำให้สิทธิ
การคุ้มครอง และการส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์จากทุกภูมิภาคของประเทศ

#มูลนิธิชุมชนไท #กลุ่มชาติพันธุ์ #สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ #พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์2568

26/07/2026
“เราเชื่อว่าคนพัฒนาได้” เพราะการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการสร้าง “คน” ให้มีศักยภาพ มีความเชื่อมั่น และพร้อมลุกขึ...
26/07/2026

“เราเชื่อว่าคนพัฒนาได้” เพราะการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน
เริ่มต้นจากการสร้าง “คน” ให้มีศักยภาพ มีความเชื่อมั่น และพร้อมลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของชุมชนตนเอง

ระหว่างวันที่ 17–18 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิชุมชนไท จัดกิจกรรม
“พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ กลุ่มชาติพันธุ์ขับเคลื่อนชุมชนชาติพันธุ์มั่นคง”
ณ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่จากกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีความรู้
ความมั่นใจ และทักษะในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนของตนเอง
อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน - CODI โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา “ต้นแบบถิ่นฐานที่ยั่งยืน”
ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เป้าหมาย 4 ภูมิภาค ผ่านการบูรณาการการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินและ
ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นธรรม เสริมสร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนฐานการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมจัดทำองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขยายผลการพัฒนาไปสู่กลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ

ตลอดการดำเนินโครงการ มูลนิธิชุมชนไทได้ส่งนักจัดระบบชุมชนลงทำงานเคียงข้างชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่นำร่อง เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และบริบทของชุมชน พัฒนาฐานข้อมูล ค้นหาและพัฒนาแกนนำ จัดทำแผนพัฒนาคนและชุมชน รวมถึงสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนในอนาคต

การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการอบรมเพื่อสร้าง
“คนทำงานของชุมชน” แต่คือการสร้าง "คนรุ่นใหม่ของกลุ่มชาติพันธุ์"
ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของชุมชน พร้อมทั้งมีศักยภาพในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนของตนเองในทุกมิติ ทั้งด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากร การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

คนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่เพียงเป็น “ผู้นำของวันนี้” แต่ยังเป็น “อนาคตของชุมชนชาติพันธุ์” ที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้จากคนรุ่นก่อน
สร้างการเรียนรู้ให้กับคนรุ่นต่อไป และร่วมผลักดันให้ชุมชนสามารถยืนหยัดบนฐานของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และสิทธิของตนเองได้อย่างมั่นคง
และยั่งยืน

โครงการมุ่งหวังให้เกิดองค์กรชุมชนต้นแบบ 5 พื้นที่ ผลักดันความมั่นคงด้านสิทธิในที่ดินของชุมชน พัฒนาคนทำงานและผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมจัดทำคู่มือ หลักสูตร และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นธรรม และนำไปสู่การขยายผลสู่ชุมชนชาติพันธุ์ทั่วประเทศ

เพราะเราเชื่อว่า การพัฒนาชุมชนที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากโครงการ แต่เริ่มจาก “คน” ที่มีโอกาส ได้รับการพัฒนา และพร้อมส่งต่อพลังการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนของตนเอง

#มูลนิธิชุมชนไท #ผู้นำรุ่นใหม่ #กลุ่มชาติพันธุ์ #บ้านมั่นคงชาติพันธุ์ #พัฒนาชุมชน #ชุมชนเข้มแข็ง #สร้างคนสร้างชุมชน #ชาติพันธุ์มั่นคง

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิชุมชนไท ให้การต้อนรับ Mr. Julian Tost ผู้อำนวยการโครงการประจำกลุ่มงานเกษตรและอาหารของประเท...
22/07/2026

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิชุมชนไท ให้การต้อนรับ Mr. Julian Tost
ผู้อำนวยการโครงการประจำกลุ่มงานเกษตรและอาหารของประเทศไทย
พร้อมคณะผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)
ในโอกาสเข้าหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาแนวทางความร่วมมือ
ในการพัฒนาโครงการ “ความร่วมมือเพื่อความยืดหยุ่นของชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง”

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการรับมืออุทกภัยและภัยพิบัติ ผ่านการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า การบริหารจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการจัดการน้ำให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

โครงการมีเป้าหมายสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติโดยชุมชนในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 50 ชุมชน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อร่วมสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

มูลนิธิชุมชนไท ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในครั้งนี้ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรชุมชน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของชุมชนและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว

#มูลนิธิชุมชนไท #การจัดการภัยพิบัติ #ชุมชนเข้มแข็ง #ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

ระดมสมองรับมือวิกฤติ! สช.-สพฉ.-พอช.-มูลนิธิกระจกเงา-มูลนิธิชุมชนไท-TPBs เร่งสร้าง "ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ-อาสาสมัคร" หวังปิ...
13/07/2026

ระดมสมองรับมือวิกฤติ! สช.-สพฉ.-พอช.-มูลนิธิกระจกเงา-มูลนิธิชุมชนไท-TPBs เร่งสร้าง "ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ-อาสาสมัคร" หวังปิดช่องว่างงานกู้ภัยถึงฟื้นฟูเยียวยา

9 กรกฎาคม 2569 ได้มีการประชุมร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม ณ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางการจัดทำ “ทำเนียบอาสาสมัครและผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ” มุ่งเป้าแก้ไขปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน การขาดแคลนกำลังพลที่มีทักษะตรงกับหน้างาน และเติมเต็มช่องว่างในการจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะในกระบวนการ *“ฟื้นฟูเยียวยา”* หลังเกิดเหตุที่มักขาดเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน

นายไมตรี จงไกรจักร มูลนิธิชุมชนไท และ คุณหนูหริ่ง (นายสมบัติ บุญงามอนงค์) มูลนิธิกระจกเงา ได้เสนอการจำแนกบุคลากรในทำเนียบออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1) ผู้ทรงคุณวุฒิ/นักวิชาการ เพื่อให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคและนโยบาย 2) ผู้เชี่ยวชาญหน้างาน ที่มีประสบการณ์ตรงและมีความไวในการประเมินสถานการณ์ และ 3) อาสาสมัคร ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มมืออาชีพที่เข้าใจระบบบัญชาการ (ICS) กลุ่มชุมชนจัดการตนเอง และกลุ่มจิตอาสาทั่วไป โดยเน้นย้ำว่าการมีทำเนียบอาสาสมัครนี้ จะเป็นข้อมูลสำรองในการระดมคนได้ทันท่วงทีและแข่งกับเวลาในขณะที่เกิดภัยพิบัติและการฟื้นฟูวิกฤต

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธงศักดิ์ชัย สายพระราษฎร์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
ได้สะท้อนปัญหาสำคัญจากการลงหน้างาน โดยสนับสนุนแนวทางของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในการขับเคลื่อน “ชุมชนจัดการตนเอง” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ใน 72 ชั่วโมงแรกก่อนที่ทีมกู้ภัยจะเข้าถึง นอกจากนี้ยังได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับกลุ่ม "อินฟลูเอนเซอร์" ที่มักลงพื้นที่ฉับพลัน จนละเลยกรอบการทำงานเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินจนสร้างความสับสน โดย สพฉ. มีแนวคิดที่จะเปิดพื้นที่หน้าเพจให้กลุ่มนี้มาลงทะเบียนแสดงตัวและทำความเข้าใจร่วมกัน

ร่วมผลักดัน “ธรรมนูญชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยเกาะลันตา” สู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมเดินหน้าคลินิกสิทธิมนุษยชนระหว่างวั...
11/07/2026

ร่วมผลักดัน “ธรรมนูญชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยเกาะลันตา” สู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมเดินหน้าคลินิกสิทธิมนุษยชน

ระหว่างวันที่ 9–11 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมกระบี่ ฟร้อนท์เบย์ รีสอร์ท
อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท
เข้าร่วมการประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหน่วยบริการวิชาการนิติชาติพันธุ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน
(ร่าง) ธรรมนูญชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยเกาะลันตา และเตรียมดำเนิน
โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างกลไกการคุ้มครองสิทธิและ
แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันจัดทำข้อสรุปและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาของชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ยในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม

พิธีเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
เพื่อร่วมกันกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายและ
แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์วิถีชีวิต สิทธิ และ
วัฒนธรรมของชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ย

ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย
ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ผู้แทนมหาวิทยาลัยทักษิณ
ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท
ผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
รวมถึงภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านการพัฒนากลไกที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง และผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

#มูลนิธิชุมชนไท

https://www.facebook.com/share/p/1D7wvQyR6F/?mibextid=wwXIfr
24/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/1D7wvQyR6F/?mibextid=wwXIfr

🌏 สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตทั่วโลก

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนแบบเดียวกันหรือรุนแรงเท่ากัน คนบางกลุ่มได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ เสี่ยงต่อภัยพิบัติและความผันผวนที่ตนไม่ได้เป็นต้นเหตุ และในขณะเดียวกัน พวกเขามักเข้าถึงทรัพยากรในการเตรียมพร้อมรับมือได้น้อยที่สุด

ภาคเหนือของไทยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของภาวะโลกรวนอย่างชัดเจนและรุนแรง ทั้งภัยแล้ง ไฟป่า ฝุ่นควัน หน้าฝนแปรปรวน ดินถล่ม ไปจนถึงศัตรูพืชที่เพิ่มขึ้นจากธรรมชาติที่เสียสมดุล ยิ่งไปกว่านั้นมาตรการรับมือจากส่วนกลางมักไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มชาติพันธุ์ เกิดเป็นปัญหาซ้อนทับความท้าทายเดิมด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหารและที่อยู่อาศัย

มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ ร่วมกับมูลนิธิแอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และมูลนิธิชุมชนไท ชวนชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมพูดคุยใน "ทางเลือก ทางรอด ทางร่วม ในยุคโลกรวน ครั้งที่ 1" เสวนาเปิดพื้นที่ส่วนกลางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความท้าทาย และข้อเสนอแนะ เพื่อยกระดับความร่วมมือการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ภาคเหนือ

ร่วมแลกเปลี่ยนโดย
◆︎ เอกราช วิมานตระการ ผู้นำกลุ่มเยาวชนตำบลแม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
◆︎ สุวิทย์ นุชบุญไชย ผู้ใหญ่บ้านนาดอย ตำบลแม่สวด
◆︎ แจแฮ พิมพ์วรรณธนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด
◆︎ ทรงศักดิ์ ปัญญา รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน
◆︎ ดร.จตุพร เทียรมา นักวิชาการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
◆︎ ละเอียด แพนพัฒน์ มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่
◆︎ ลิขิต พิมานพนา มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

ดำเนินรายการโดย รชาดา อิ่มรุ่งเรือง

🗓 พบกันวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569
🕤 เวลา 9.00 - 12.00 น.
📍 บ้านไม้แดง ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
🔴 ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (BIG Trees) และ โครงการส่งเสริมรัฐสวัสดิการเพื่อคนชายขอบ

#ทางเลือกทางรอดทางร่วมในยุคโลกรวน #โลกรวน #โลกร้อน #โลกเดือด #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #แม่ฮ่องสอน #กลุ่มชาติพันธุ์ #รัฐสวัสดิการเพื่อคนชายขอบ
ActionAid Thailand

ที่อยู่

มูลนิธิชุมชนไท เลขที่ 11 ถนนกรุงเทพกรีฑา ซอยบ้านสีส้ม แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กทม
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623795386

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิชุมชนไท โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิชุมชนไท:

ทางลัด

แชร์