11/09/2025
นักเรียนต่างชาติ กับข่าวดีและข่าวร้ายในปี 2026 
🇨🇦 ข่าวใหญ่! ผู้ที่วางแผนเรียนหรือย้ายถิ่นฐานสู่แคนาดา วีซ่าแคนาดาจะ “ผ่านยากขึ้น” แต่หากคุณได้เข้ามาแล้ว — คุณอาจกลายเป็นหนึ่งใน 2 ล้านคน ที่ได้รับสถานะ PR (ผู้พำนักถาวร) ในช่วงปี 2026–2028
🔻 ข่าวร้ายสำหรับผู้ถือวีซ่าชั่วคราว (Temporary Residents)
รัฐบาลแคนาดาจะ ลดจำนวนผู้อยู่อาศัยชั่วคราว อย่างมากจาก ➡️ 516,600 คน เหลือเพียง 385,000 คนต่อปี ภายในปี 2026
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่
• นักเรียนต่างชาติ (International Students)
• คนที่มาทำงาน คู่สมรสของนักเรียน
• พ่อแม่ที่ติดตามบุตรมาเรียน
เจ้าหน้าที่จะใช้ “มาตรฐานการพิจารณาวีซ่าที่เข้มงวดขึ้นหลายเท่า” นักเรียนจึงควรเลือกหลักสูตรและสถาบันที่สอดคล้องกับแผนชีวิตและศักยภาพของตนเอง ไม่ควรข้าม/เปลี่ยนสายที่จะเรียนแบบไม่มีเหตุผลประกอบ ควรเตรียมการเงินให้มากกว่ายอดขั้นต่ำที่รัฐกำหนด และ ควรพัฒนาภาษาอังกฤษให้ได้ตามระดับการศึกษา เช่น IELTS 7.0 สำหรับปริญญาโท และ 6.5 สำหรับอนุปริญญา
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศว่าโควตานักเรียนต่างชาติจะลดลง 50% เหลือเพียง 155,000 คนต่อปี และจำกัดจำนวนแรงงานชั่วคราว (Temporary Foreign Workers)
ผลลัพธ์คือ
* วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (PGWP) อาจ ออกล่าช้ากว่าเดิม เนื่องจากรัฐลดโควต้า ลดงบ และชะลอกระบวนการ
* จะมีนักเรียนหลักแสนคนที่ถือ implied status หลังจบเป็นเวลาหลายเดือน ยังไม่สามารถสมัครโปรแกรมอพยพย้ายถิ่นฐานประจำจังหวัด(PNP)ได้ เพราะ PNP ส่วนใหญ่ต้องมี Valid status ถึงจะได้ Nomination
* อาจมีการจำกัดวีซ่าคู่สมรสที่ติดตามเข้ามาทำงานในประเทศ บังคับให้ผู้สมัครหลักมีนายจ้างรองรับ สอบภาษาผ่าน และต้องทำงานในสาขาที่ขาดแคลนเท่านั้น คู่สมรสถึงจะสามารถขอวีซ่าทำงานติดตามมาได้
* มีแนวโน้มว่าในอนาคต บุตรของผู้ที่ไม่ใช่ PR หรือพลเมืองแคนาดา อาจต้อง จ่ายค่าเรียนหรือค่าประกันการศึกษา/สุขภาพด้วยเงินของตนเอง และอาจจะต้องใช้ PAL/TAL ในการต่อวีซ่า (ปัจจุบันบุตรของนร.และแรงงานต่างชาติ = เรียนฟรี ได้วีซ่านร. และ หากอายุถึงเกณฑ์ก็ขอวีซ่าทำงานแบบเปิดได้)
📉 ทั้งหมดนี้คือมาตรการเพื่อรับมือกับ วิกฤตที่อยู่อาศัย (Housing Crisis) และภาระที่เพิ่มขึ้นของระบบบริการสาธารณะทั่วประเทศ
⸻
🌟 ข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการ “พำนักถาวร” (PR)
รัฐบาลกลับ เพิ่มโควตาผู้ได้รับ PR โดยเฉพาะในกลุ่ม เศรษฐกิจ (Economic Class) จากเดิม 59% ในปี 2025 ➡️ เพิ่มเป็น 64% หรือราว 240,000 คนต่อปี
นอกจากนี้ยังจัดงบประมาณ 19.4 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาเส้นทาง (Pathway) ใหม่ เปิดโอกาสให้ผู้ถือวีซ่าทำงานในแคนาดา สามารถสมัคร PR ได้เร็วขึ้น
คาดว่าจะรองรับได้มากถึง 33,000 คนต่อปี
💡 ทิศทางใหม่ชัดเจน:
“เปลี่ยนแรงงานที่มีคุณสมบัติ ให้กลายเป็นผู้พำนักถาวร”
ผู้ที่มีนายจ้างในแคนาดารับรองการทำงาน จะมี โอกาสสูงมาก ในการได้สถานะประชากรถาวรในอนาคต
⸻
🎓 วีซ่านักเรียน: เข้มงวดกว่าเดิมแน่นอน
เมื่อจำนวนโควตาวีซ่าลดลง การแข่งขันย่อมสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างในปี 2025 — นักเรียนจากบางประเทศ เช่น อินเดีย ถูก ปฏิเสธวีซ่าสูงถึง 7 ใน 10 คน
แม้จะมี LOA และชำระค่ามัดจำแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านวีซ่าแน่นอ เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดว่า
“คุณสมบัติของผู้สมัครตรงกับความต้องการของประเทศหรือไม่”
หากคุณมีประวัติใด ๆ ต่อไปนี้ เช่น
• เคยอยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay)
• มีโรคเรื้อรังหรือโรคติดต่อ
• เคยถูกปฏิเสธวีซ่า
• เคยมีคดีความหรือประวัติอาชญากรรม
ควร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อหาทางเพิ่มโอกาสให้วีซ่าผ่าน
⸻
📝 กฎใหม่: ต้องมี “PAL / TAL” (Provincial or Territorial Attestation Letter)
ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป
แม้แต่ผู้สมัครระดับสูง เช่น
• ปริญญาโท (Master’s)
• ปริญญาเอก (PhD)
รวมถึงผู้สมัครภายในประเทศ (In-Canada Applicants) ล้วนต้องมี PAL/TAL ด้วย
📑 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ PAL/TAL
1. ห้ามใช้ซ้ำ (Reuse)
• ต้องเป็นเอกสารที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่น
• ไม่สามารถใช้ซ้ำได้ หากเคยถูกปฏิเสธหรืออนุมัติแล้ว
• เปลี่ยนโรงเรียนหรือระดับการศึกษา ต้องขอใหม่ทุกครั้ง
2. การเปลี่ยนสถาบันหรือระดับการศึกษา (Change of DLI/Level)
• หากเปลี่ยนจาก Diploma → Degree หรือ Undergraduate → Graduate
ต้องยื่น Study Permit ใหม่ และอาจต้องขอ PAL/TAL ใหม่
• หากเรียนต่อในระดับเดียวกันที่สถาบันเดิม อาจไม่ต้องขอใหม่ (ขึ้นอยู่กับกรณี)
3. สมาชิกครอบครัวของผู้ถือ Study/Work Permit
• เดิมบางกรณีได้รับการยกเว้น แต่ปัจจุบันอาจต้องมี PAL/TAL เช่นกัน
⸻
📩 หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการวางแผนวีซ่านักเรียน / การขอ PR / การเตรียมเอกสาร PAL–TAL / PGWP หรือวางแผนย้ายถิ่นฐานหลังเรียนจบ
✨ ทัก Longitude Immigration ได้เลยค่ะ
Line@: