22/04/2026
(Full) พายุหิมะพัดกระหน่ำ ฉันกำลังทำบะหมี่หอยหวานรสเผ็ดชามหนึ่งเตรียมจะกิน ทันใดนั้นก็มีแถวข้อความคอมเมนต์ลอยผ่านตา
“หนูจ๋า อย่ากินเลย รีบไปที่โรงงานร้างช่วยพ่อหนุ่มคนโปรดของหนูเถอะ ช้ากว่านี้อีกนิดเขาจะถูกตัดแขนตัดขาแล้วนะ!”
มือฉันชะงักไปครู่หนึ่ง
นั่งคิดอยู่พักใหญ่..อ้อ ที่แท้ก็ลืมเปิดหนังดูตอนกินข้าวนี่เอง
ฉันรีบคว้าไอแพดมาเปิดแอปดูซีรีส์
ตั้งใจก้มหน้ากินบะหมี่พลางดูหนังอย่างมีสมาธิ
ก็เพราะว่าฉันคือคนที่ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ไงล่ะ
ชาติก่อนฉันเชื่อตามคำคอมเมนต์พวกนี้ ฝ่าพายุหิมะออกไป ทนหนาวเหน็บจนสุดท้ายช่วย ‘เฉินเจ๋อ’ ออกมาได้ แต่ตัวเองกลับต้องล้มป่วยหนักจนทำลายสุขภาพ และต้องสูญเสียความสามารถในการมีลูกไปตลอดชีวิต
เฉินเจ๋อซาบซึ้งใจมาก เขาขอฉันแต่งงาน สาบานว่าจะดีกับฉันไปชั่วชีวิต
แต่แล้วในตอนที่ไปฮันนีมูน เขากลับจงใจผลักฉันลงจากเนินเขาตอนที่เกิดหิมะถล่ม
“เยว่หรูรอผมอยู่ใต้ตึกบ้านเราแท้ๆ คุณเกลียดเธอขนาดไหนถึงได้เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วย?”
“สัตว์ป่าเลือดเย็นอย่างคุณ ไม่คู่ควรจะเป็นภรรยาของผมเลยสักนิด”
ตอนนั้นเองที่ฉันได้รู้ว่า เขาเกลียดฉันมาตั้งนานแล้ว
เกิดใหม่ชาตินี้
เพื่อนวัยเด็กจะสำคัญเท่ากับการซดน้ำบะหมี่ได้ยังไง?
1
ตรงหน้าฉันคือพริกเผาสีแดงฉานที่เดือดปุดๆ ฟองเต้าหู้ที่นุ่มชุ่มโชกไปด้วยน้ำซุป ถั่วลิสงกรอบกรุบ กัดลงไปคำเดียวก็หอมไปทั้งปาก
ฉันซดเส้นบะหมี่ตามไปอีกคำ รสชาติเค็ม สด และเผ็ดซ่านกระจายไปทั่วอุ้งปาก
ฉันเผ็ดจนต้องซี้ดปากรัวๆ แต่ก็หยุดกินไม่ได้เลยจริงๆ
“หนูจ๋า? อย่ากินสิ! พ่อหนุ่มคนโปรดตกอยู่ในอันตรายนะ! ขอแค่หนูไปช่วยเขา เขาจะยอมแต่งงานกับหนูเลยนะ!”
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ แอบรักมาตั้งหลายปี ในที่สุดก็ได้สมหวังเสียที~ หนูคงไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือไม่มีความสุขใช่ไหม? งั้นก็รีบไปช่วยเขาเถอะ”
“แปลกจัง ทำไมเธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย? หรือว่าเธอจะมองไม่เห็นคอมเมนต์?”
“ดูเร็ว เธอลุกขึ้นแล้ว สงสัยจะเห็นแล้วล่ะจ้ะหนูจ๋า รีบขับรถไปแถบชานเมืองนะ มีโรงงานร้างอยู่ที่หนึ่ง...”
“……”
แกร๊ก
ฉันเปิดตู้เย็น หยิบน้ำอัดลมออกมากระป๋องหนึ่ง
เปิดฝาแล้วกระดกอึกๆ
เหอะ จะลืม “น้ำแห่งความสุข” ไปได้ยังไงกันล่ะ?
แถบคอมเมนต์ปรากฏเป็นจุดไข่ปลาเรียงพรืดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่วินาทีต่อมาจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
“นี่เธอมองไม่เห็นคอมเมนต์จริงๆ เหรอ? ยอมใจเลย เสียแรงที่อุตส่าห์เรียกหนูจ๋า!”
“อย่าเชียวนะ ถ้าพระเอกของเราพิการขึ้นมาจริงๆ จะไปคืนดีกับแม่ยอดขวัญในใจได้ยังไงล่ะ?”
“ยายเพื่อนสมัยเด็กใจร้ายคนนี้แกล้งทำเป็นไม่รู้ใช่ไหม? เวลาสำคัญขนาดนี้ยังมัวแต่นั่งกินบะหมี่ เห็นแก่ตัวที่สุด!”
“……”
ฉันเรอออกมาคำโตด้วยความอิ่มแปล่ โดยไม่มีความหวั่นไหวทางอารมณ์แม้แต่นิดเดียว
รู้สึกแค่ว่ากระเพาะมันอุ่นสบายดี
ชาติก่อนหลังจากตายไปแล้วฉันถึงได้รู้
ว่าฉันคือ ‘ตัวประกอบหญิง’ (Fooder) ในนิยายรักแนวเลิกราแล้วกลับมาคืนดีกัน
เฉินเจ๋อ เพื่อนสมัยเด็กของฉันคือพระเอกของเรื่อง
และแม่ยอดขวัญในใจของเขา ‘ลู่เยว่หรู’ ก็คือนางเอก
เธอไม่ได้ตายเสียหน่อย
หลังจากที่ฉันตายอย่างอนาถ พ่อของฉันก็ตรอมใจอย่างหนัก ไม่ถึงหนึ่งเดือนท่านก็เสียชีวิตตามไป
เฉินเจ๋อถือโอกาสนั้นฮุบกิจการและสมบัติทั้งหมดที่พ่อฉันสะสมมาทั้งชีวิต กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในวงการธุรกิจทันที
และตอนนั้นเองที่ลู่เยว่หรูเดินทางกลับมาจากต่างประเทศพอดี
ทั้งสองคนก็เริ่มบทละครรักแนวเข้าใจผิด-คืนดี-เข้าใจผิด เพื่อพิสูจน์รักแท้
ส่วนฉัน กลายเป็นตัวประกอบที่เข้ามาช่วยผลักดันเนื้อเรื่องแบบไร้เหตุผล
เป็นแค่เครื่องมือสร้างความเข้าใจผิดให้พระนาง เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งเพื่อส่งเสริมบารมีท่านประธานของพระเอก
เกิดใหม่ครั้งนี้
ฉันเลือกที่จะส่งเสริม “รักแท้” ของเขาเอง
ฉันอยากจะรู้นักว่า
ถ้าไม่มีฉันแล้ว เขาจะเอาปัญญาที่ไหนไปเล่นเกมวิ่งไล่จับรักกับแม่ยอดขวัญนั่น
2
“เฉินเจ๋อไปไหน โทรหาไม่ติด คนก็ไม่อยู่บ้าน”
ขณะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอนเพื่อดูหนังต่อ แม่ของเฉินเจ๋อก็พรวดพราดเข้ามา
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้อ้าปากพูด นางก็เอามือบีบจมูกแล้วหวีดร้องเสียงหลง
“เฉียวซูนั่น! ใครอนุญาตให้เธอมานั่งกินบะหมี่หอยหวานเหม็นๆ ในบ้านฉัน? เดี๋ยวนี้เลยนะ ไปทำความสะอาดเดี๋ยวนี้!”
“เป็นผู้หญิงยิงเรือ งานบ้านงานเรือนไม่รู้จักทำ ออกไปข้างนอกไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะหรือไง”
พูดจบนางก็เริ่มบ่นพึมพำไม่หยุด
สรุปใจความได้ว่า ลูกชายนาง เฉินเจ๋อ เป็นคนเก่งเลิศเลอขนาดไหน ออกไปข้างนอกมีแต่คนอยากจะได้เป็นสามี ส่วนฉันนอกจากที่บ้านจะมีเงินเน่าๆ อยู่นิดหน่อยแล้วก็ไม่มีข้อดีอะไรเลย ไม่คู่ควรกับลูกชายผู้มีความรู้สูงของนางแม้แต่นิดเดียว
นางคงจะลืมไปแล้วล่ะมั้ง
ว่านางเป็นแค่ “คนรับใช้” ในบ้านของฉันเท่านั้นเอง
ฉันเกิดมาในครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยว ตั้งแต่เด็กไม่เคยได้รับความรักจากแม่ จึงมักจะโหยหาและจินตนาการถึงภาพลักษณ์ของแม่เสมอ
ชาติก่อน เพราะรักเฉินเจ๋อ
ฉันพยายามปรนนิบัตินางเหมือนเป็นแม่แท้ๆ ของตัวเอง
ไม่เพียงแต่ต้องคอยเอาอกเอาใจอย่างระมัดระวัง แต่ยังต้องคอยดูสีหน้านางตลอด
นางบอกว่าผู้หญิงต้องทำงานบ้านเก่ง ฉันก็ทำความสะอาดบ้านจนเอี่ยมอ่องไร้ฝุ่นทุกวัน
นางไม่ยอมให้ในบ้านมีทุเรียน เชอร์รี่ หรือบะหมี่หอยหวาน ของพวกนั้นฉันก็ไม่ยอมแตะเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้แต่ตอนไปฮันนีมูน ฉันยังอุตส่าห์ทำตามความต้องการของนาง พาไปสกีที่อลาสก้า
ผลที่ได้กลับมา มีเพียงความสะใจจากก้นบึ้งของหัวใจนาง:
“ไก่ที่ไม่รู้จักออกไข่ ตายไปเสียได้ก็ดี!”
“ยังไงซะตั้งแต่แรกฉันก็ไม่เคยเห็นมันเป็นลูกสาวอยู่แล้ว ยิ่งตำแหน่งลูกสะใภ้นี่ยิ่งไม่มีคุณสมบัติ!”
พอนึกถึงตรงนี้ ฉันอยากจะสับแม่ลูกคู่นี้ให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น
แต่ก่อนหน้านั้น
ฉันจะทำให้พวกมันชดใช้คืนทุกอย่างที่ติดค้างฉันไว้ทีละนิดๆ!
“บอกให้ไปล้างจาน หูหนวกหรือไง?”
เมื่อเห็นฉันไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ แม่ของเฉินเจ๋อก็เริ่มทนไม่ไหว“ล้างจานเสร็จแล้วก็รีบออกไปหาเฉินเจ๋อให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
พูดจบนางก็ถือวิสาสะคว้าไอแพดของฉันไป แล้วขว้างลงพื้นอย่างแรง
นั่นมัน iPad รุ่นล่าสุดเชียวนะ
ฉันเหลือบมองนางด้วยสายตาเย็นชา
“เครื่องละสองหมื่น หักจากเงินเดือนของป้าแล้วกัน”
แม่ของเฉินเจ๋อเบิกตาโพลง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“เธอพูดจาเหลวไหลอะไร? เธอจำไว้ให้ดีนะ!”
ฉันแค่นหัวเราะ: “ทำไมฉันจะไม่กล้า?”
เราสองคนจ้องตากัน สีหน้าของแม่เฉินเจ๋อยิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ
นอกหน้าต่างพายุหิมะยังคงโหมกระหน่ำ ไม่รู้ว่านางนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ ก็ฝืนยิ้มออกมา
“เอาเถอะซูเนี่ยน อย่าล้อเล่นกับน้าเลยนะ”
“ในข่าอบอกว่าวันนี้จะมีพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุด ป่านนี้แล้วเฉินเจ๋อยังไม่กลับบ้าน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ เขาต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ เธอออกไปหาเขาหน่อยได้ไหม?”
ครั้งสุดท้ายที่นางยิ้มจอมปลอมให้ฉันแบบนี้ คือตอนที่นางยังไม่รู้ว่าฉันแอบรักลูกชายนาง
ฉันมองนางด้วยสายตาว่างเปล่า
ก่อนจะออกคำสั่งอีกครั้ง
“ไปล้างจานในครัวซะ”
พอได้ยินประโยคนี้
แม่เฉินเจ๋อถลึงตาใส่ฉันอย่างเคียดแค้น มือสองข้างกำหมัดแน่น
นางเคยชินกับการวางอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าฉันมาตลอด จึงไม่อาจยอมรับการก้มหัวให้ฉันได้
“อาศัยสิทธิ์อะไรมาสั่ง!”
อดทนอยู่นาน แต่กลับโพล่งคำถามนี้ออกมา
ฉันหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
“เฉินกุ้ยฟัง ป้าลืมฐานะตัวเองไปแล้วเหรอ? ป้าก็แค่คนใช้!”
สีหน้าแม่เฉินเจ๋อซีดเผือดเหมือนถูกฟ้าผ่า
“นี่เธอ... ถึงกับกล้าว่าฉันเป็นคนใช้งั้นเหรอ?”
“ได้... ได้! ถือว่าฉันเลี้ยงหมาเสียข้าวสุก! ในเมื่อเธอประกาศว่าฉันเป็นคนใช้ ก็ได้ ฉันเป็นคนใช้”
“ฉันไม่ขอให้เธอไปตามหาลูกชายฉันแล้ว ฉันไปเอง! จำไว้ให้ดีนะ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฉันจะฟ้องลูกชายฉันให้หมดทุกอย่าง! เตรียมตัวไว้เลย!”
นางพูดพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ราวกับถูกรังแกอย่างแสนสาหัส
ก่อนจะเปิดประตูเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
น่าเสียดายที่นางมองไม่เห็นแถบคอมเมนต์
นางจึงไม่รู้ว่าลูกชายของนางวิ่งเข้าไปในโรงงานร้างเพื่อช่วยแม่ยอดขวัญในใจ
นอกหน้าต่างหิมะตกหนักจนมองไม่เห็นทาง อุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกที่
ไม่มีใครว่างมาสนใจผู้ชายตัวโตๆ ที่เพิ่งหายตัวไปแค่ครึ่งวันหรอก
ส่วนฉัน กดโทรศัพท์หาพ่อที่อยู่ต่างประเทศทันที
“พ่อคะ”
“หนูอยากเข้าบริษัท หนูต้องการตำแหน่งที่เฉินเจ๋อทำอยู่ตอนนี้”
“ส่วนเฉินเจ๋อ ส่งเขาไปเฝ้าโกดังก็พอค่ะ”
พ่อของฉันดีใจจนเนื้อเต้น
น้ำเสียงของท่านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“จริง... จริงเหรอ?”
“ได้ๆ ลูกคิดได้แบบนี้พ่อก็ดีใจมาก พ่อจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย!”
ชาติก่อนฉันถูกคำหวานของเฉินเจ๋อหลอกจนหลงหัวปักหัวปำ
ดึงเขาเข้ามาร่วมทำงานในบริษัทตัวเอง ไม่นึกเลยว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เลี้ยงหมาป่าตาขาวไว้กับตัว
ครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกเด็ดขาด
3
ตีสี่ของเช้ามืด เฉินกุ้ยฟังกลับมาเคาะประตูบ้าน
แถมยังกระหน่ำโทรหาฉันไม่หยุด
น่าเสียดายที่ฉันล็อกประตูไว้แน่นหนาและปิดเครื่องไปนานแล้ว
นางโวยวายอยู่ข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องซมซานไปนอนที่ป้อมยามหนึ่งคืน
จนกระทั่งเที่ยงวันของวันรุ่งขึ้น มีคนเดินผ่านโรงงานร้างแห่งนั้นและพบเฉินเจ๋อที่ถูกแช่แข็งจนเหมือนรูปปั้นน้ำแข็ง
เมื่อเขาถูกส่งตัวถึงโรงพยาบาล เฉินกุ้ยฟังก็รีบแจ้นมาถึงตอนที่เขาผ่าตัดเสร็จพอดี
ภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่ในคอมเมนต์กลับด่าทอกันระงม:
“โดนตัดทิ้งจริงๆ เหรอเนี่ย? เสีย ‘ขาที่สาม’ ไปแล้ว ยังจะเรียกตัวเองว่าเป็นพระเอกได้อีกเหรอ?”
“แฟนนิยายแนวขันทีคงดีใจตายเลย รับประกันว่าพระเอกรักษาพรหมจรรย์ไปชั่วชีวิตแน่ๆ”
“คนข้างบนบ้าไปแล้ว...”
“จะดูต่อยังไงไหว ใครจะอยากดูพระเอกพิการล่ะ? ทั้งหมดเป็นเพราะยัยเพื่อนสมัยเด็กใจยักษ์คนนั้น ทำไมเธอไม่ไปตายซะ? อา... ฉันเกลียดเธอ!”
“……”
เฉินกุ้ยฟังใช้โทรศัพท์ของเฉินเจ๋อโทรหาฉัน
น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น กัดฟันสั่งให้ฉันไปที่โรงพยาบาลเพื่อดู “ผลงาน” ที่ฉันก่อไว้
“วันนี้ฉันถึงได้รู้ ที่แท้ลูกชายฉันออกไปข้างนอกเพราะไปช่วยเธอ!”
“จิตใจเธอทำด้วยอะไรถึงได้อำมหิตขนาดนี้ ทำลูกชายฉันพังพินาศไปหมด รีบไสหัวมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
ฉันโมโหจนเลือดขึ้นหน้า
จังหวะที่กำลังจะโต้กลับ จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
และตอนนั้นเอง คอมเมนต์ก็เริ่มเดือดขึ้นมาอีกครั้ง:
“สมกับเป็นพระเอกจริงๆ ยอมตายเพื่อปกป้องแม่ยอดขวัญในใจ”
“นี่แหละคือพลังของรักแรก ต่อให้ซูเนี่ยนจะทุ่มเทแค่ไหนก็ไร้ความหมาย”
“ใครใช้ให้ซูเนี่ยนรักเขาจนหลงมัวเมาเองล่ะ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเอาซะเลย”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
เฉินเจ๋อไม่กล้าให้แม่รู้ความจริง เลยป้ายความผิดทั้งหมดมาที่ฉันแทน
พอเลิกงาน ฉันก็ดิ่งไปที่โรงงานพยาบาลทันที
เฉินเจ๋อกำลังนั่งกินข้าวต้ม พอเห็นฉันมาก็ทำหน้าบึ้งตึงใส่
แต่พอเขาเห็น ‘ลู่เยว่หรู’ ที่เดินเคียงข้างมากับฉัน สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นความคาดหวังที่ปิดไม่มิด
“รุ่นพี่คะ ได้ยินว่าพี่ได้รับบาดเจ็บเพราะมาช่วยฉันเหรอ?”
แววตาของเฉินเจ๋อปิดความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพูด
ลู่เยว่หรู ก็พูดสวนขึ้นมาทันที
“ขอโทษด้วยนะ ไม่นึกจริงๆ ว่าพี่จะไปที่นั่น ตอนนั้นฉันก็แค่เล่นเกม ‘Truth or Dare’ (ตอบความจริงหรือรับคำท้า) สนุกๆ เท่านั้นเองค่ะ”