หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาองค์กรของผู้บริโภค

  • Home
  • หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาองค์กรของผู้บริโภค

หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาองค์กรของผู้บริโภค คุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม
👻 โดนหลอก โทรบอก 1502 📞 โทรเลย เพื่อนพร้อมเคลียร์

อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI น้ำตาลพุ่ง 2,002 มก./ดล.เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict แชร์โพสต์จากเพจ Remrin เตือนภั...
01/06/2026

อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI น้ำตาลพุ่ง 2,002 มก./ดล.
เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict แชร์โพสต์จากเพจ Remrin เตือนภัยเกี่ยวกับโฆษณาสุขภาพปลอมที่ใช้ AI สร้างภาพและคลิปวิดีโอเลียนแบบบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการขายยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์รักษาโรค
Remrin เจ้าของโพสต์ ระบุว่าโดยปัจจุบันโฆษณายาสมุนไพรและ “ยาผีบอก” กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักบนเฟซบุ๊ก โดยรูปแบบที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือการใช้ AI สร้างภาพหรือคลิปปลอม ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ พร้อมยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษา
โดยผลตรวจเลือดที่ปรากฏในภาพเป็นของผู้ป่วยรายดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่าตัดสินใจหยุดรับประทานยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล หลังพบโฆษณาในเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็นคำแนะนำจากสมเด็จพระสังฆราช ผู้ป่วยเชื่อว่า หากเป็นคำแนะนำย่อมไม่หลอกลวงประชาชน แต่ในความเป็นจริงนั้น บุคคลที่นำ AI มาสร้างภาพและเสียงเลียนแบบต่างหากที่เป็นผู้หลอกลวง ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ถูกนำมาแอบอ้าง
ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นโรคเบาหวานและได้รับยาหลายชนิด โดยยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสม หรือ HbA1C ได้ประมาณ 7% แม้จะยังไม่ถือว่าดีมากนัก แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม หลังหยุดยาแผนปัจจุบันและหันไปรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากโฆษณา ระดับ HbA1C เพิ่มขึ้นเป็น 10% ขณะที่ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร (FBS) ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลสุขภาพที่ผิดพลาดจากคนรอบข้างแล้ว ปัจจุบัน AI กลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อผู้ป่วยหลงเชื่อโฆษณา ก็อาจหยุดยาที่แพทย์สั่ง หันไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ทั้งที่ยาจากโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงได้ตามระบบการรักษา ผลที่ตามมาคือผู้ป่วยสูญเสียทั้งเงินและสุขภาพ ต้องกลับมาเริ่มกระบวนการรักษาใหม่ ขณะที่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงก่อนจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ Remrin ยังเล่าถึงเคสผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่สุดเท่าที่เคยพบ โดยมีค่าสูงถึง 2,002 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินรุนแรงในผู้ป่วยเบาหวาน พร้อมระบุว่ายังไม่มีผู้ป่วยรายใดทำสถิติสูงกว่านี้ และหวังว่าจะไม่มีเกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน วันก่อนหน้าก็พบผู้ป่วยอีกรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 1,300 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโฆษณาที่ใช้ภาพพระสงฆ์ซึ่งสร้างขึ้นด้วย AI โดยมักมาพร้อมข้อความในลักษณะอ้างอิงคัมภีร์หรือภูมิปัญญาโบราณ ก่อนเชื่อมโยงไปสู่การขายยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์รักษาโรค โดยมีจุดสังเกตหลายประการที่ช่วยให้ประชาชนแยกแยะความน่าเชื่อถือของเนื้อหาลักษณะดังกล่าวได้ เช่น การใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์ โดย AI มักสลับใช้คำว่า “ผม” “ข้าพเจ้า” หรือ “ฉัน” แต่กลับไม่มีคำว่า “อาตมา” ซึ่งผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้ภาษาของพระสงฆ์อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้
ทั้งนี้การแพทย์พัฒนาขึ้นทุกปี เพราะงั้นยิ่งมีคำว่า “เก่า” ความน่าเชื่อถือจะยิ่งลดลง ยิ่งตำราเก่ายิ่งหมายถึงการรักษาที่ผิด จะเอาแบบ RDR ไหม ยุคปี 1900 ที่เชื่อว่าสูบบุหรี่รักษาวัณโรคได้ ฉะนั้นคำว่าเก่าจึงเป็นคำโฆษณาทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือต่ำที่สุดแล้ว ไม่ใช่ยิ่งเก่ายิ่งดี
#เบาหวานหยุดยา #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่

อุทาหรณ์! ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาตามโฆษณา AI น้ำตาลพุ่ง 2,002 มก./ดล.
เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict แชร์โพสต์จากเพจ Remrin เตือนภัยเกี่ยวกับโฆษณาสุขภาพปลอมที่ใช้ AI สร้างภาพและคลิปวิดีโอเลียนแบบบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการขายยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์รักษาโรค
Remrin เจ้าของโพสต์ ระบุว่าโดยปัจจุบันโฆษณายาสมุนไพรและ “ยาผีบอก” กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักบนเฟซบุ๊ก โดยรูปแบบที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือการใช้ AI สร้างภาพหรือคลิปปลอม ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ พร้อมยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษา
โดยผลตรวจเลือดที่ปรากฏในภาพเป็นของผู้ป่วยรายดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่าตัดสินใจหยุดรับประทานยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล หลังพบโฆษณาในเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็นคำแนะนำจากสมเด็จพระสังฆราช ผู้ป่วยเชื่อว่า หากเป็นคำแนะนำย่อมไม่หลอกลวงประชาชน แต่ในความเป็นจริงนั้น บุคคลที่นำ AI มาสร้างภาพและเสียงเลียนแบบต่างหากที่เป็นผู้หลอกลวง ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ถูกนำมาแอบอ้าง
ก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นโรคเบาหวานและได้รับยาหลายชนิด โดยยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสม หรือ HbA1C ได้ประมาณ 7% แม้จะยังไม่ถือว่าดีมากนัก แต่ก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม หลังหยุดยาแผนปัจจุบันและหันไปรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากโฆษณา ระดับ HbA1C เพิ่มขึ้นเป็น 10% ขณะที่ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร (FBS) ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลสุขภาพที่ผิดพลาดจากคนรอบข้างแล้ว ปัจจุบัน AI กลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะเมื่อผู้ป่วยหลงเชื่อโฆษณา ก็อาจหยุดยาที่แพทย์สั่ง หันไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ทั้งที่ยาจากโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงได้ตามระบบการรักษา ผลที่ตามมาคือผู้ป่วยสูญเสียทั้งเงินและสุขภาพ ต้องกลับมาเริ่มกระบวนการรักษาใหม่ ขณะที่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงก่อนจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ Remrin ยังเล่าถึงเคสผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่สุดเท่าที่เคยพบ โดยมีค่าสูงถึง 2,002 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินรุนแรงในผู้ป่วยเบาหวาน พร้อมระบุว่ายังไม่มีผู้ป่วยรายใดทำสถิติสูงกว่านี้ และหวังว่าจะไม่มีเกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน วันก่อนหน้าก็พบผู้ป่วยอีกรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 1,300 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ร่วมกับภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโฆษณาที่ใช้ภาพพระสงฆ์ซึ่งสร้างขึ้นด้วย AI โดยมักมาพร้อมข้อความในลักษณะอ้างอิงคัมภีร์หรือภูมิปัญญาโบราณ ก่อนเชื่อมโยงไปสู่การขายยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์รักษาโรค โดยมีจุดสังเกตหลายประการที่ช่วยให้ประชาชนแยกแยะความน่าเชื่อถือของเนื้อหาลักษณะดังกล่าวได้ เช่น การใช้สรรพนามที่ไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์ โดย AI มักสลับใช้คำว่า “ผม” “ข้าพเจ้า” หรือ “ฉัน” แต่กลับไม่มีคำว่า “อาตมา” ซึ่งผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้ภาษาของพระสงฆ์อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้
ทั้งนี้การแพทย์พัฒนาขึ้นทุกปี เพราะงั้นยิ่งมีคำว่า “เก่า” ความน่าเชื่อถือจะยิ่งลดลง ยิ่งตำราเก่ายิ่งหมายถึงการรักษาที่ผิด จะเอาแบบ RDR ไหม ยุคปี 1900 ที่เชื่อว่าสูบบุหรี่รักษาวัณโรคได้ ฉะนั้นคำว่าเก่าจึงเป็นคำโฆษณาทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือต่ำที่สุดแล้ว ไม่ใช่ยิ่งเก่ายิ่งดี
#เบาหวานหยุดยา #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่

ระหว่างที่คุณอ่านโพสต์นี้จบ มีคนถูกหลอกบนเฟซบุ๊กไปแล้วอีกหลายคนไม่ใช่เรื่องเกินจริง ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกง...
01/06/2026

ระหว่างที่คุณอ่านโพสต์นี้จบ มีคนถูกหลอกบนเฟซบุ๊กไปแล้วอีกหลายคน
ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ระหว่าง 1 ถึง 28 พฤษภาคม 2569 พบว่า มีคนไทยถูกหลอกบนเฟซบุ๊กถึง 15,868 ครั้ง หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 24 คน รวมยอดผู้แจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 23,172 คดี เงินที่หายไป 731 ล้านบาท และเฟซบุ๊กยังครองแชมป์ช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงคนไทยมากที่สุด
ในขณะที่ไทยยังเงียบ แต่โลกกำลังเดินหน้าเอาผิดแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง
ที่สหรัฐฯ ผู้หญิงวัย 20 ปี ฟ้องเมตาและกูเกิล หลังเสพติดอินสตาแกรมและยูทูบตั้งแต่เด็ก จนเกิดภาวะซึมเศร้า ทำร้ายตัวเอง และพฤติกรรมการกินผิดปกติ ทีมทนายพิสูจน์ได้ว่าระบบของแพลตฟอร์มทั้งสองถูกออกแบบเป็น "เครื่องจักรผลิตความเสพติด" ลูกขุนของศาลสหรัฐจึงตัดสินให้ทั้งสองบริษัทจ่ายรวม 200 ล้านบาท นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โซเชียลมีเดียถูกชี้ว่าเป็น "สินค้ามีข้อบกพร่อง" ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มตัวกลางอีกต่อไป
ฟากญี่ปุ่น ผู้เสียหาย 30 รายรวมตัวฟ้องเมตา หลังตกเป็นเหยื่อโฆษณาหลอกลงทุนบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่แอบอ้างชื่อและภาพของ ยูซากุ เมซาวะ ผู้ก่อตั้ง Zozotown และ ทากาฟุมิ โฮริเอะ นักธุรกิจชื่อดัง แม้คนทั้งสองจะแจ้งให้ลบโฆษณาแล้ว แต่เมตากลับเพิกเฉย คดีนี้เรียกค่าเสียหายรวม 100 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างพิจารณา
แล้วผู้บริโภคไทยล่ะ จะเอาผิดแพลตฟอร์มเหมือนต่างประเทศได้หรือไม่ และตอนนี้มีเครื่องมือทางกฎหมายอะไรอยู่ในมือ สภาผู้บริโภคชวนหาคำตอบ ผ่านบทเรียนคดีระดับโลก ช่องโหว่กฎหมายไทย และกฎหมาย DPS ที่อาจเป็นประตูบานแรกของการเอาผิดแพลตฟอร์มในอนาคต คลิกอ่านเนื้อหาในลิงก์ที่อยู่ใต้โพสต์
ถ้าคุณเคยถูกหลอกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นซื้อของไม่ได้ของ ลงทุนแล้วเงินหาย หรือเจอเพจปลอมแอบอ้างคนรู้จัก คอมเมนต์เล่าเรื่องของคุณใต้โพสต์เพื่อหยุดวงจรถูกโกงออนไลน์และเพื่อให้แพลตฟอร์มรับผิดชอบกับความเสียหายที่ปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ช่องทางนี้มาหลอกลวงเรา พร้อมติดแฮชแท็ก #ฉันก็โดนเหมือนกัน #แอปฟ้าพาหมดตัว #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก
ในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้ ห้ามพลาด แถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์ของสภาผู้บริโภค ก่อนเดินหน้าฟ้องร้องแพลตฟอร์ม เปิดเครื่องมือทางกฎหมายในมือผู้บริโภคไทย พร้อมส่งสัญญาณว่าคนไทยไม่ทน "พอกันที" กับการถูกหลอกออนไลน์!
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

เมื่อรัฐและทุนจับมืออุ้มสมกันกลืนกินสมบัติชาติ จนไทยเหลื่อมล้ำติดอันดับโลกเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประช...
01/06/2026

เมื่อรัฐและทุนจับมืออุ้มสมกันกลืนกินสมบัติชาติ จนไทยเหลื่อมล้ำติดอันดับโลก
เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดประเด็นเดือดบนเวทีสภาผู้บริโภค แฉความจริงเชิงโครงสร้างที่ “รัฐและกลุ่มทุนอุ้มสมกัน” สร้างเครือข่ายแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน รุมทึ้งเค้กประเทศ ทั้งงบประมาณแผ่นดินปีละ 3 ล้านล้านบาท และงบรัฐวิสาหกิจอีก 16 ล้านล้านบาท
ปัญหาที่เห็นมีหลายมิติ เริ่มตั้งแต่ “คลื่นความถี่สาธารณะ” ซึ่งควรเป็นของประชาชนเพื่อทำไวไฟฟรีหรือระบบเตือนภัยพิบัติแบบญี่ปุ่น แต่รัฐไทยกลับต้องไปประมูลแข่งซื้อคลื่นของตัวเองมาใช้
ซ้ำร้ายยังเกิดปัญหา “องค์กรอิสระถูกครอบงำ” ปล่อยทุนใหญ่ควบรวมค่ายมือถือและเน็ตบ้านจนทำร้ายผู้บริโภค ยังเกิดสถานการณ์ “เทคโนโลยีล้าหลัง” ในขณะที่จีนไป 6G แต่ไทยยังย่ำอยู่กับ 5G ที่มีปัญหาขยายโครงข่ายไม่เข้าเป้าหลังควบรวม เลยไปถึงปัญหาในเรื่องของพลังงานต่าง ๆ
จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องแก้ไขเชิงโครงสร้าง รัฐบาลต้องมีเจตจำนงที่ชัดเจนที่จะเลิกเป็น “บริกรของกลุ่มทุน” และหันมาสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชนจริง ๆ
ชวนคลิกลิงก์อ่านเนื้อหาข้อเสนอฉบับเต็มที่ใต้โพสต์ >>
#ค่าไฟแพง #เน็ตแพง #น้ำมันแพง #สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

“ราคาน้ำมันไทย ถูกคิดเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นอยู่ในไทย”รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม. และประธานคณะอนุกรรมกา...
01/06/2026

“ราคาน้ำมันไทย ถูกคิดเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นอยู่ในไทย”
รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม. และประธานคณะอนุกรรมการด้านพลังงานฯ สภาผู้บริโภค เปิดประเด็นบนเวที “รัฐบาลจะแก้อย่างไร เมื่อน้ำมัน ค่าไฟ ค่าเน็ต แพงทั้งแผ่นดิน” ว่าโครงสร้างราคาน้ำมันไทยมีปัญหาซ่อนอยู่
เหมือนเราซื้อของที่ผลิตในบ้านเรา แต่ถูกคิดราคาเหมือนสั่งของมาจากต่างประเทศ ทั้งที่น้ำมันกลั่นในไทย ราคากลับถูกบวกค่าขนส่งข้ามทะเลจากสิงคโปร์ ค่าประกันภัย และค่าน้ำมันที่หกหล่นระหว่างทางเข้าไปด้วย ทั้งที่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย เพราะเราไม่ได้ขนน้ำมันข้ามทะเลมาจริง
ค่าใช้จ่ายลม ๆ แล้ง ๆ เหล่านี้ ทำให้คนไทยจ่ายเกินปีละราว 24,000 ล้านบาท และตลอด 20 ปีที่ผ่านมารวมแล้วไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท
📌 สภาผู้บริโภคเสนอให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกทั้งหมด เป็นหนึ่งใน 9 ข้อเสนอที่จะยื่นต่อรัฐบาล ชวนคลิกลิงก์อ่านเนื้อหาที่อยู่ใต้โพสต์
#ค่าไฟแพง #น้ำมันแพง #เน็ตแพง
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

31/05/2026

จะไปเที่ยวให้ฉ่ำใจ ✈️
แต่สุดท้ายกลับถูกเลื่อนทริป
ก่อนบริษัทจะเงียบหาย ติดต่อไม่ได้อีกเลย 💔
ถ้ากำลังเจอเหตุการณ์แบบนี้
อย่าลืมเก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งแชต สลิป และใบจอง
เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นหลักฐานสำคัญ
ในการทวงเงินและทวงสิทธิของตัวเองกลับคืนมา
#จองทัวร์ #ทัวร์ #ท่องเที่ยว
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

31/05/2026

ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำโมเดลสุขภาพใหม่! 🏥
วันนี้พามาฟังแนวทางการแก้ปัญหาการได้รับบริการสุขภาพที่ไม่ทั่วถึงของบัตรทอง ที่มีมาตลอด
กับ สมชาย กระจ่างแสง อนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภค
ป่วยทีไรก็มักจะเจอข้อจำกัดเรื้อรัง โดยเฉพาะเรื่องระบบการส่งตัวและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ การแก้ปัญหาแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
หน้าตาของโมเดลสุขภาพใหม่นี้จะเป็นอย่างไร? จะเข้ามาอุดรอยรั่วเดิมได้แค่ไหน?
ค้นหาคำตอบและร่วมติดตามก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไปด้วยกันในคลิปนี้ครับ 👇
#โมเดลสุขภาพใหม่ #ระบบสาธารณสุข #บัตรทอง
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

👉 เฟะบุ๊ก ✅  หมายถึง : แพลตฟอร์มที่เคยเป็นโซเชียลมีเดียแต่ตอนนี้กลายเป็นดงมิจฉาชีพ 😤ที่มีทั้งไลฟ์สดอนาจาร โฆษณาหลอกลวง เ...
31/05/2026

👉 เฟะบุ๊ก ✅
หมายถึง : แพลตฟอร์มที่เคยเป็นโซเชียลมีเดีย
แต่ตอนนี้กลายเป็นดงมิจฉาชีพ 😤
ที่มีทั้งไลฟ์สดอนาจาร โฆษณาหลอกลวง เพจปลอม เว็บพนัน
จาก “เฟซบุ๊ก” เลยค่อย ๆ กลายเป็น “เฟะบุ๊ก”
แล้วทุกคนคิดว่าตอนนี้ เฟซบุ๊ก
กำลังเป็นแพลตฟอร์มโซเชียล
หรือกำลังเป็นแหล่งรวมอะไรกันแน่
ใครเจอปัญหาหลอกลวงบนเฟซบุ๊ก
มาแชร์กันหน่อย 💬
พร้อม #ฉันก็โดนเหมือนกัน
#แอปฟ้าพาหมดตัว #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

👉 เฟะบุ๊ก ✅
หมายถึง : แพลตฟอร์มที่เคยเป็นโซเชียลมีเดีย
แต่ตอนนี้กลายเป็นดงมิจฉาชีพ 😤
ที่มีทั้งไลฟ์สดอนาจาร โฆษณาหลอกลวง เพจปลอม เว็บพนัน
จาก “เฟซบุ๊ก” เลยค่อย ๆ กลายเป็น “เฟะบุ๊ก”
แล้วทุกคนคิดว่าตอนนี้ เฟซบุ๊ก
กำลังเป็นแพลตฟอร์มโซเชียล
หรือกำลังเป็นแหล่งรวมอะไรกันแน่

💬 แล้วคุณล่ะ เคยเจอปัญหาอะไรบนเฟซบุ๊กบ้าง?
มาเล่าให้ฟังหน่อย
เพราะยิ่งมีคนแชร์มากเท่าไร
ยิ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับใครคนใดคนหนึ่ง
มาร่วมส่งเสียงผ่าน #ฉันก็โดนเหมือนกัน
แคมเปญจากสภาผู้บริโภค
ทวงคืนความรับผิดชอบจากแพลตฟอร์ม
#แอปฟ้าพาหมดตัว #เฟซบุ๊กเพื่อนลัก
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

⚖️ “องค์กรไหนมีอำนาจมาก ยิ่งน่ากลัว การจะถ่วงดุลได้ก็คือต้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม”เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าไฟ ค่าเน็ต ...
31/05/2026

⚖️ “องค์กรไหนมีอำนาจมาก ยิ่งน่ากลัว การจะถ่วงดุลได้ก็คือต้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม”
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์ ถึงแพงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่มีองค์กรตั้งขึ้นมาคอยกำกับดูแลโดยเฉพาะ?
บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค ให้คำตอบบนเวที “รัฐบาลจะแก้อย่างไร เมื่อน้ำมัน ค่าไฟ ค่าเน็ต แพงทั้งแผ่นดิน” ว่า ปัญหาอยู่ที่องค์กรซึ่งมีอำนาจกำกับราคาและจัดสรรทรัพยากรของส่วนรวม เช่น คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ควรป้องกันการผูกขาด หรือองค์กรที่ดูแลคลื่นความถี่ด้านโทรคมนาคมล้วนเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูง แต่ประชาชนผู้จ่ายเงินกลับแทบไม่มีช่องทางเข้าไปตรวจสอบเลย
เมื่ออำนาจกระจุกตัวโดยไม่มีใครถ่วงดุล เราก็ยากจะรู้ว่าการตัดสินใจแต่ละครั้งทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือเพื่อใครกันแน่ สุดท้ายภาระก็ตกมาที่บิลคาไฟ ค่าเน็ตที่เราต้องจ่ายทุกเดือน
ทางออกที่สภาผู้บริโภคเสนอคือการเปิดให้ประชาชนเข้าไปนั่งร่วมในกลไกเหล่านี้ เพื่อเป็นหูเป็นตาถ่วงดุลและตรวจสอบ เพราะลำพังเจ้าหน้าที่ภายในองค์กรเอง ก็ยากจะกลาตรวจสอบผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า
📌 การเพิ่มสัดส่วนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในองค์กรกำกับดูแล คือหนึ่งใน 9 ข้อเสนอที่สภาผู้บริโภคจะยื่นต่อรัฐบาล เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเกิดขึ้นจริง
#ค่าไฟแพง #น้ำมันแพง #เน็ตแพง
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.

Address


Alerts

Be the first to know and let us send you an email when หน่วยงานประจำจังหวัดสุรินทร์ สภาองค์กรของผู้บริโภค posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your organization to be the top-listed Non Profit Organization?

Share