สืบเนื่องจากการก่อตั้งมูลนิธิโฮปวิลเลจ ตามใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนฯ ที่ ๒/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
๑. ให้การสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่ไร้ญาติขาดผู้อุปการะด้วยการเลี้ยงดูให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มีความสมบูรณ์พร้อม ทั้งความรัก ความอบอุ่น สุขภาพพลานามัย มีจิตใจที่งดงาม บังเกิดความสุข ความเชื่อมั่น และความพึงพอใจในชีวิต
๒. ให้การศึกษาเริ่มตั้งแต่เยาว์วัยจนกระทั่งสำเร็จการศึกษ
าสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติสืบไป
๓. ร่วมมือกับสถาบันหรือองค์กรอื่น ๆ เพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์
๔. ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประการใด
มูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นถึงภาระรายจ่ายที่ต้องจัดหาให้มีไว้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องเพื่อใช้เลี้ยงดูเด็ก ๆ ให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ที่กล่าวไว้ข้างต้นได้ เริ่มต้นมูลนิธิฯ ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิโฮปวิลเลจจากกลุ่มบริษัทแอลฟ่า (Alpha Group of Companies) ซึ่งประกอบกิจการอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างครบวงจร ได้รับที่จะนำผ้าที่เก็บค้างอยู่ในสต็อคนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปใด ๆ ที่ไม่ทับซ้อนกับกิจการปกติของบริษัทฯ อาทิเช่น ผ้าคลุมเตียง ซองผ้า กล่องผ้า กระเป๋า/ถุงผ้าสำหรับใส่วัสดุของใช้ต่าง ๆ เป็นต้น ออกมามอบให้แก่มูลนิธิฯ เพื่อมอบผ่านให้แก่ผู้บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิฯ โดยเงินกำไรทั้งหมด (หลังหักต้นทุนของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายในการบริหาร/ดำเนินงานใด ๆ) จะถูกนำมาไว้ใช้จ่ายในกิจการของมูลนิธิฯ จึงนับว่าเป็นหนทางหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยคลี่คลายภาระเกี่ยวกับการจัดหารายได้ของมูลนิธิ และเป็นหนทางแห่งการพึ่งพาตนเอง (รายละเอียดดูได้ที่หน้า timeline โครงการ "ผ้าทอฝัน")
ในระยะแรกของการเริ่มก่อตั้งและดำเนินงานมูลนิธิโฮปวิลเลจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มูลนิธิฯ ยังไม่สมบูรณ์พร้อมด้านการจัดสร้างและขอใบอนุญาตสถานสงเคราะห์เด็กและรับอุปการะเด็กกำพร้า กิจกรรมการจัดหารายได้ในโครง
การ "ผ้าทอฝัน" ดังกล่าวไว้นั้น จะเริ่มดำเนินการไปได้ทันที ด้วยแนวคิดโดยเปลี่ยนเป้าหมายของภาระรายจ่ายที่ยังไม่ได้เกิดกับมูลนิธิโฮปวิลเลจ (ซึ่งยังไม่มีเด็กอยู่ในอุปการะ) ไปที่มูลนิธิที่เกิดขึ้นแล้วและปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กอยู่แล้วทุกวัน เปรียบเสมือนให้ร่มเงาเพื่อความร่มเย็นแก่เด็ก ๆ ในมูลนิธิทั้งหลายที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จึงนับได้ว่ามูลนิธิโฮปวิลเลจได้ปฏิบัติหน้าที่ตรงตามวัตถุประสงค์ดั่งที่ตั้งใจไว้เช่นกัน
ตัวอย่างมูลนิธิที่โฮปวิลเลจได้ให้ความช่วยเหลือแล้วจากเงินกำไรที่ได้รับจากผู้บริจาคซื้อผลิตภัณฑ์ในโครงการ "ผ้าทอฝัน" ได้แก่ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น(ย่านบางกะปิ), มูลนิธิอัลเกาษัร(ย่านพระประแดง), มูลนิธิพันธกิจเด็กและชุมชน-จ.เชียงราย, มูลนิธิอาสาพัฒนาเด็ก/จ.เชียงใหม่, มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก-จ.ขอนแก่น, ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด-จ.ชลบุรี และบ้านเด็กเร่ร่อน-ครูมุ้ย จ.สมุทรปราการ