คนสงขลาหางานราชการ

คนสงขลาหางานราชการ สารพันข่าวสาร

#ข่าวสารรับสมัครงานราชการ สงขลา ภาคใต้ และทั่วไทย
#ข่าวสารทั่วไป
#รับสรุปเนื้อหาสาระสำคัญกระชับตรงประเด็นอ่านเข้าใจง่าย/แนวข้อสอบ ปรับปรุงตามประกาศรับสมัครสอบของหน่วยงานราชการ … โดยข้าราชการตัวจริง😇

บำนาญเดือนละสองหมื่นกว่าบาท รับยาวไปจนวันสุดท้ายของชีวิต แลกกับการนั่งเก้าอี้ สส. แค่ปีเดียว...คุ้มไหม?คำถามนี้ดังขึ้นมา...
22/08/2026

บำนาญเดือนละสองหมื่นกว่าบาท รับยาวไปจนวันสุดท้ายของชีวิต แลกกับการนั่งเก้าอี้ สส. แค่ปีเดียว...คุ้มไหม?

คำถามนี้ดังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ออกโรงค้านเต็มตัว ลั่นชัดๆ ว่าถ้าอดีต สส.-สว. คนไหนบอกว่าลำบาก ไม่มีเงินแม้แต่ค่าหมอ ก็ขอให้ไปยื่นใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหมือนประชาชนธรรมดา อย่ายกเอกสิทธิ์นักการเมืองมาอ้างขอเงินภาษีคนทั้งประเทศเลี้ยงตัวเอง

หมอวรงค์ไม่ปิดบัง ยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองก็เคยรับเงินก้อนนี้มาก่อน แต่วันนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว จึงหันไปท้า "ภราดร" ที่ออกมากล่าวหาว่าเคลื่อนไหวเพื่อหาแสง ให้ขึ้นเวทีดีเบตกันสดๆ กลางสภาช่วงพิจารณาวาระ 2 ไปเลย ใครทำเพื่อประชาชนตัวจริง ให้ประชาชนตัดสินเอง

เขาย้ำอีกครั้งเมื่อ 21 ส.ค. ว่าเงินก้อนนี้ไม่ใช่ของนักการเมือง มันคือภาษีของคนทั้งประเทศ ควรเปิดโพลถามความเห็นคนทั้งชาติ ไม่ใช่ตกลงกันเงียบๆ อยู่ในสภา

 #หนักสิดเหอ
22/08/2026

#หนักสิดเหอ

“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาฯ วอน กมธ.งบประมาณฯ จัดสรรงบเพิ่มเติมจำนวน 600 ล้านบาท เข้ากองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หลังจากถูกตัดงบประมาณ โดยชี้แจงว่ากองทุนฯ จะมีเงินจ่ายถึงแค่เดือนมิถุนายนนี้ และต้องรอถึงงบประมาณปี 2570
ปัจจุบันมีอดีต สส. และ สว. ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือประมาณ 1,800 คน จำเป็นต้องใช้งบประมาณปีละ 600–700 ล้านบาท ประธานสภาฯ ยกเคสอดีต สส. ที่เดือดร้อนหนัก ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเช่าบ้าน ด้าน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย ขานรับและสนับสนุนแนวคิดนี้ ย้ำชัดอดีตนักการเมืองไม่ได้ร่ำรวยทุกคน
#ขงเบ้งนิวส์ #วันมูหะมัดนอร์ #อดีตสส #อดีตสว #สมาชิกรัฐสภา #งบประมาณ #เงินช่วยเหลือ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย

25/07/2026

UPDATE: ปกรณ์เตรียมชง ครม. ส.ค.นี้ คุม ขรก. ไม่เกิน 3 ล้านอัตรา หวังภายใต้งบเดิม เพิ่มเงินเดือน-สวัสดิการทั้งระบบ

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retirement) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม ซึ่งเพียง 3 วันแรกได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 8,000 ราย โดยหลังจากนี้จะสรุปผลข้อเสนอแนะเป็นหลักการ เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569

ขณะเดียวกัน ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมจะมีการเสนอ ครม. ถึงมาตรการควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งระบบ ทั้งกลุ่มข้าราชการพลเรือน ทหาร และตำรวจ ให้คงที่ไม่เกิน 3 ล้านคน เพื่อไม่ให้กระทบภาระงบประมาณ และเป็นจำนวนที่รองรับได้เต็มที่แล้ว พร้อมเสนอให้ยุบเลิกอัตราเกษียณ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการปลดออก ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังตรวจสอบอยู่ ยืนยันว่าตำแหน่งสำคัญจะยังคงไว้ แต่ยอมรับว่าหลายตำแหน่งก็ไม่มีความจำเป็น

ปกรณ์กล่าวอีกว่า เป้าหมายของโครงการนี้คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการจาก 3 ล้านคน เหลือ 2 ล้านคน ซึ่งภายใต้ฐานงบประมาณก้อนเดิม จะช่วยให้ค่าเฉลี่ยเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการที่เหลืออยู่สูงขึ้น เป็นแรงจูงใจสำคัญในการดึงดูดคนเก่งเข้ามารับราชการ อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวโน้มของบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกที่หันมาลดขนาดองค์กร

อย่างไรก็ตาม กลไกการบริหารอัตรากำลังใหม่จะเน้นการยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานในปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวสูงขึ้นตามสภาพสังคม และหากทุกอย่างดำเนินไปตามแผน เชื่อว่าจะสามารถปรับเพิ่มฐานเงินเดือนของข้าราชการทั้งระบบขึ้นได้เช่นกัน

สำหรับเกณฑ์มาตรการ Early Retirement ที่นำมารับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีหลายข้อเสนอ เช่น ช่วงอายุ และการรับเงินก้อน ปกรณ์ยอมรับว่า ต้องนำมาปรับให้ลงตัว โดย 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), ก.พ.ร., กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ จะร่วมกันพิจารณาในหลายมิติ แต่ยึดหลักการว่ารัฐบาลต้องช่วยจ่ายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการเข้าร่วม

รวมถึงต้องพิจารณางบประมาณที่มีเพื่อกำหนดรูปแบบการจ่ายบำเหน็จบำนาญ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อผู้เข้าร่วมโครงการและภาครัฐ ส่วนเป้าหมายจำนวนคนยังไม่ได้กำหนดไว้แน่ชัด เนื่องจากต้องประเมินยอดผู้สนใจเข้าร่วมจริงก่อน แต่จากจำนวนผู้มาร่วมแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นถือว่ามีจำนวนมาก

22/07/2026

"ปกรณ์" กางพิมพ์เขียวผ่าตัดใหญ่ราชการไทย รื้อบำนาญ-ดึงประกันเอกชนคุมค่ายา ชง ครม. ตุลาฯ นี้
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมงบประมาณแผ่นดินของเราถึง "บานปลาย" ทุกปี ทั้งที่ประเทศก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นตามไปด้วย?
คำตอบส่วนหนึ่งซ่อนอยู่ในระบบราชการที่ใช้โครงสร้างเดิมมานานกว่าทศวรรษ ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ทั้งเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศและปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ผันผวน
เนชั่นออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ อาจารย์ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 6 ปี ผู้รับบทเป็น "มือผ่าตัด" ในการปฏิรูปโครงสร้างราชการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี
📋 [พิมพ์เขียวใหม่ ไม่ใช่แค่ "ยุบ-ย้าย-เพิ่มกระทรวง" แบบเดิม]
หลายคนอาจคุ้นเคยกับการปฏิรูประบบราชการแบบเดิม ๆ ที่วนเวียนอยู่กับการยุบกระทรวงนี้ ย้ายกรมนั้น ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเป้าหมายคือการรื้อทั้งระบบการจ้างงาน ค่าตอบแทน และสวัสดิการทั้งระบบ โดยแผนนี้จะถูกเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณถัดไป
มาดู 6 มาตรการหลักที่จะเปลี่ยนหน้าตาราชการไทยไปตลอดกาล
🧊 1. ฟรีซอัตรากำลังพลภาครัฐทันที
จำนวนข้าราชการที่มีอยู่ตอนนี้ จะกลายเป็น "เพดานสูงสุด" ทันที พูดง่าย ๆ คือจะไม่มีการเปิดอัตรากำลังใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
💻 2. ทบทวนตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีแทนคน
ก.พ. และ ก.พ.ร. ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบตำแหน่งงานที่เทคโนโลยีสามารถทำแทนได้ เช่น งานธุรการหรือการเดินเอกสาร โดยยกตัวอย่างว่าจากเดิมที่เคยใช้คน 100 อัตรา อาจลดเหลือเพียง 10 อัตราเท่านั้น ที่เหลือให้ระบบดิจิทัลทำงานแทน
🧓 3. เกษียณแล้ว "ตำแหน่งหาย" ไม่เปิดสอบเพิ่ม
ข้าราชการที่เกษียณอายุหรือถูกให้ออกจากราชการ ตำแหน่งนั้นจะถูกยุบเลิกทันที ไม่มีการเปิดสอบบรรจุใหม่ในตำแหน่งเดิมอีก ยกเว้นสายงานที่จำเป็นจริง ๆ อย่างแพทย์และพยาบาล ซึ่งสำคัญมากในสังคมผู้สูงอายุแบบไทยเรา
📝 4. เปลี่ยนระบบจ้างงาน จาก "ตลอดชีพ" สู่ "ตามภารกิจ"
มีการศึกษาแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน เพื่อให้การจ้างงานสอดคล้องกับลักษณะงานจริง ผ่านรูปแบบสัญญาจ้างตามภารกิจ (Contract-based) แทนที่จะจ้างแบบตลอดชีพเหมือนที่ผ่านมาทั้งหมด
แล้วเรื่องที่หลายคนกังวลที่สุด...บำนาญของข้าราชการจะเป็นอย่างไรต่อไป?
💸 5. "บำนาญ" vs "เงินเดือนสูง" ทางเลือกใหม่ของคนรุ่นใหม่
กระแสข่าวที่ทำเอาข้าราชการหลายคนใจหายคือเรื่อง "ตัดสิทธิ์บำนาญ" แต่อาจารย์ปกรณ์ชี้แจงชัดเจนว่า ไม่ได้ตัดสิทธิ์บำนาญใครทั้งสิ้น ข้าราชการเก่าและผู้ที่ใกล้เกษียณจะยังได้รับสิทธิ์ตามเดิมทุกประการ
กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายให้ออกแบบแพ็กเกจค่าตอบแทนที่ยืดหยุ่น ภายใต้แนวคิด "วันไซส์ไม่ได้ฟิตออล" หรือหนึ่งระบบไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกคน โดยแบ่งเป็น
- กลุ่มข้าราชการรุ่นใหม่ (นิวเจน) ที่มีความรู้ทางการเงินสูง อาจได้รับข้อเสนอ "ไม่มีบำนาญ แต่รับเงินเดือนสูงเทียบเท่าภาคเอกชนทันที" เพื่อนำเงินไปบริหาร ออม และลงทุนด้วยตัวเอง
- กลุ่มข้าราชการวัย 40 ปี จะมีทางเลือกว่าจะรับเงินเดือนสูงแล้วบริหารเอง หรือจะอยู่ในระบบบำนาญแบบเดิมต่อไป
อาจารย์ปกรณ์ยังฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า การพึ่งบำนาญอย่างเดียวในระยะยาวอาจไม่เพียงพอ เพราะเงินเฟ้อทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่บำนาญเป็นจำนวนคงที่ ข้าราชการยุคใหม่จึงจำเป็นต้องรู้จักเก็บออมและลงทุนควบคู่ไปด้วย
🚪 6. เปิดออปชันเออร์ลี่รีไทร์ ตั้งแต่อายุ 40 ปี
นี่อาจเป็นมาตรการที่น่าสนใจที่สุด เพราะเปิดออปชัน Early Retirement ให้ข้าราชการที่มีศักยภาพสามารถ "สมัครใจ" ออกไปเติบโตในโลกธุรกิจเอกชนได้ตั้งแต่อายุ 40 ปี โดยรัฐจะมีสิ่งจูงใจให้ ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด
ลองนึกภาพดูว่า... นี่อาจเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่เก่งและกล้าได้ออกไปเป็นผู้ประกอบการ สร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เศรษฐกิจไทย แทนที่จะติดอยู่ในระบบราชการตลอดชีวิต
นอกจาก 6 มาตรการหลักแล้ว ยังมีอีกสองประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน...
🏥 [เลิก "ชอปปิ้งหมอ" ดึงประกันเอกชนคุมงบรักษาพยาบาล]
อีกหนึ่งจุดที่เป็น "เบี้ยหัวแตก" ควบคุมไม่ได้มานาน คืองบประมาณค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ โดยพบพฤติกรรม "ชอปปิ้งด็อกเตอร์" หรือข้าราชการ 1 คน เดินสายหาหมอ 3 โรงพยาบาลในโรคเดียวกัน เพื่อขอความเห็นที่ 2 ที่ 3 จนได้ยาซ้ำซ้อน ค่ายาพุ่งเป็น 3 เท่า
ทางออกที่เสนอคือระบบ ประกันสุขภาพภาคสมัครใจ โดยรัฐคำนวณเบี้ยประกันขั้นพื้นฐานจ่ายให้ข้าราชการแต่ละคน เพื่อนำไปใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลเอกชนได้ ใครต้องการสิทธิ์เพิ่มก็ซื้อแพ็กเกจเสริมจ่ายส่วนต่างเอง
วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้รัฐคุมงบรายจ่ายแต่ละปีได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ ไม่ต้องแย่งคิวกับประชาชนทั่วไปที่มารอตั้งแต่ตี 4 ตี 5 อีกด้วย
😤 ["เงินเดือนผมตันมา 6 ปี" เสียงสะท้อนจากคนที่เคยอยู่ในระบบ]
สิ่งที่ทำให้บทสัมภาษณ์นี้น่าสนใจ คือ อาจารย์ปกรณ์ไม่ได้พูดในฐานะนักการเมืองเท่านั้น แต่พูดในฐานะอดีตข้าราชการที่เจ็บปวดกับความเหลื่อมล้ำมาด้วยตัวเอง
ท่านเล่าว่า ตลอด 6 ปีที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกฤษฎีกา เงินเดือนของท่านเองก็ "ตัน" มาตลอด ได้เพิ่มพิเศษเพียงเดือนละ 2,000 บาท ทั้งที่ต้องรับผิดชอบดูแลสัญญากฎหมายทั้งประเทศ ในขณะที่ที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทมหาชนที่ดูแลแค่บริษัทเดียว กลับมีรายได้หลักแสนถึงหลักล้าน
คำถามคือ...แบบนี้มันแฟร์กับคนที่ทำงานให้ประเทศจริง ๆ หรือเปล่า?
ท่านมองว่า ก่อนจะเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐต้อง "ลดไขมันและลีนกระบวนการ" เหมือนบริษัทเอกชน เพราะถ้างบประมาณ 70% หมดไปกับค่าจ้างบุคลากร เหลือเงินลงทุนแค่ 20% บริษัทแบบนั้นมีแต่จะเจ๊ง
นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนที่มีอยู่ราว 1.4-1.5 ล้านคนให้คงที่ พร้อมรื้อระบบการโยกย้ายตำแหน่งบริหารระดับสูงให้ย้ายข้ามกระทรวง/กรมได้ในระนาบเดียวกัน เพื่อลดปัญหาการแบ่งพวกแบ่งเกรดกรมต่าง ๆ ที่มีมานาน
💪 [ไม่กลัวดรามา เพราะปัญหานี้ "ต้องมีคนแก้"]
เมื่อถูกถามถึงกระแสต่อต้านและความเสี่ยงที่จะเสียคะแนนนิยมทางการเมือง อาจารย์ปกรณ์ตอบอย่างหนักแน่นว่า นโยบายนี้ถูกบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว และมองว่าเรื่องบ้านเมืองสำคัญกว่าคะแนนนิยมส่วนตัว
ท่านตั้งคำถามกลับไปยังสังคมว่า ทุกคนพูดว่าต้องปฏิรูป แต่พอถึงเวลาลงมือจริงกลับหาเหตุผลว่าทำไม่ได้เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง ทั้งที่ปัญหานี้สะสมมานาน และวันนี้มันโผล่ขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมีคนกล้าแก้
ปิดท้ายด้วยความมั่นใจว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำงานด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ และจะไม่ปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนแก้ไม่ได้อีกต่อไป
🤔 [การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะคุ้มค่ากับความเจ็บปวดที่ต้องแลกมาไหม?]
พิมพ์เขียวผ่าตัดราชการไทยฉบับนี้ กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ก.พ., ก.พ.ร. และกรมบัญชีกลาง ก่อนเสนอเข้า ครม. ภายในเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน
การปฏิรูปครั้งใหญ่แบบนี้ ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและกังวลใจ โดยเฉพาะเรื่องบำนาญและสวัสดิการที่กระทบชีวิตข้าราชการโดยตรง แต่คำถามที่น่าคิดคือ ถ้าไม่เริ่มวันนี้ ปัญหางบประมาณบานปลายจะจบลงที่ตรงไหน?
ทุกท่านคิดเห็นอย่างไรกับแผนปฏิรูปทั้งเรื่องบำนาญและประกันสุขภาพครั้งนี้ ระหว่าง "ความมั่นคงแบบเดิม" กับ "อิสระที่ต้องบริหารเอง" แบบไหนที่เหมาะกับสังคมไทยมากกว่ากัน มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างเลย 👇

#ปฏิรูประบบราชการ #ข้าราชการไทย #บำนาญข้าราชการ #งบประมาณแผ่นดิน #ปกรณ์นิลประพันธ์ #การเมือง

 #เปิดรับฟังความเห็นมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ⏬⏬
22/07/2026

#เปิดรับฟังความเห็น
มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ⏬⏬

12/07/2026

โกงทุกหย่อมหญ้า แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร

ข้าราชการสวน " สิทธิ์บัตรทองก็ตัดออกไป อันนี้รัฐก็แบกอยู่เหมือนกัน "------------------------------------------ที่มา :  #...
11/07/2026

ข้าราชการสวน " สิทธิ์บัตรทองก็ตัดออกไป อันนี้รัฐก็แบกอยู่เหมือนกัน "
------------------------------------------
ที่มา : #กระทู้พันทิป #พันทิป

11/07/2026

ถ้าจะตัดบำนาญข้าราชการ ให้ไปตัดงบนักเรียนต่างด้าว-ค่ารักษาพยาบาลฟรีเเรงงานต่างด้าว บำนาญ สส.สว.,ลด ผช.สส.หรือตัด สว.ออกไปเลยก็ได้

11/07/2026

🔴 'นันทิวัฒน์' โพสต์ฟาดนักการเมือง จ้องหั่นสวัสดิการข้าราชการ แต่ไม่เคยตัดสิทธิประโยชน์ตัวเอง

9 กรกฎาคม : นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความหลังฟังการอภิปรายในสภา ระบุว่า..

"ช้างขอบ่นหน่อย
ได้ฟังนักการเมืองอภิปรายพาดพิงข้าราชการ

ช้างไม่มีโอกาสตอบโต้ในสภา
ขอชี้แจงให้นักการเมืองทั้งใหม่และเก๋ารับรู้
ความจริงพวกคุณเก่ง​ รู้หมดอยู่แล้ว​ แต่ทำไขสือ

ราชการคือคาดหวังเอาคนเก่งคนดีเข้าระบบ
ไม่ใช่คนโกงข้อสอบอย่างที่นักการเมืองชอบ

เงินเดือนราชการน้อยนิดเดียว
สิ่งที่คาดหวังคือสวัสดิการยามแก่เฒ่า
สวัสดิการรักษาพยาบาลหลังเกษียณ
หากนักการเมืองตัดสวัสดิการนี้ออกไป

เปลี่ยนเป็นประกันสังคม​ ถือว่าหักหลัง
ผิดสัญญาจ้างงาน​ ขัดกฎหมาย
ข้าราชการสู้อดทนไม่ตั้งสหภาพแรงงาน

ไม่ได้ยุนะ

อยากเตือนเพื่อนๆน้องๆที่ยังรับราชการ
หากยอมให้นักการเมืองกดหัว
ถ้าไม่ต่อสู้ในเรื่องสิทธิประโยชน์ตนเอง
เขาจะเฉดหัวเราทิ้ง​ เหมือนตัดหางปล่อยวัด

ข้ออ้างเดียว​ งบประจำมากไป
หมดไปกับเงินเดือนและรายจ่ายประจำ

ึคำถามง่ายๆ​ หารายได้เข้าประเทศเป็นไหม
ลดรายจ่ายของฝ่ายการเมืองลงได้ไหม
เพราะนักการเมืองทุกคนอาสาเข้ามา
ยกมือไหว้ไปทั่วเพื่อขอคะแนนเสียง
อยาก​เป็น​ สส.​ อยากเป็นรัฐมนตรี
แต่ทำงานหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น

ตัดเงินเดือน​ สส.​ รัฐมนตรี
ลดเบี้ยประชุมทุกคณะทุกชุด

จัดเก็บภาษีการค้าเพิ่มขึ้น​ ขึ้นภาษีแว๊ต
เพิ่มเก็บภาษีซื้อขายหุ้น​ รวม​ตั๋ว​ PN
อย่ากลัวนายทุนรวยน้อยลง

นักการเมืองไม่เคยตัดสิทธิประโยชน์ตัวเอง"

#ข้าราชการ #ข้าราชการบำนาญ #สวัสดิการข้าราชการ #นักการเมือง

11/07/2026

ที่อยู่

Samut Songkhram
75000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ คนสงขลาหางานราชการ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง คนสงขลาหางานราชการ:

ทางลัด

แชร์