TransEqual - เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม

TransEqual - เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TransEqual - เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), 182 หมู่ 11 ซอยสมบูรณ์ ถนนสุขสวัสดิ์ ต. ในคลองบางปลากด, Samut Prakan.

TransEqual (Transmasculine Network for Equality) aims to lead the coordination mechanism to strengthen capacity and build the movement of toms, Transmasculines, and nonbinary people in Thailand
www.transequal.org เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (Transmasculine Network for Equality: TransEqual)

ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 จากการรวมตัวของนักกิจกรรมที่มีอัตลักษณ์ทอม ผู้ชายข้ามเพศ

และนอนไบนารี่ ที่มีเป้าหมายในการสร้างองค์กรและเครือข่าย เพื่อต่อสู้และผลักดันด้านสิทธิทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารี่ ผ่านหลักการสตรีนิยม (Feminist), ความหลากหลายทางเพศ (Gender Diversity) และอัตลักษณ์ทับซ้อน (Intersectionality) ด้วยการสร้างความเข็มแข็ง และพื้นที่ปลอดภัยแก่ชุมชน ในการสะท้อนสถานการณ์ชีวิต เพื่อการผลักดันด้านกฎหมายและนโยบาย พร้อมกับการเสริมพลัง สนับสนุนศักยภาพในการขับเคลื่อนงานเชิงประเด็นด้านสิทธิทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารี่ ให้มีความเติบโตและยั่งยืน มีตัวแทนชุมชนที่เข้าไปมีส่วนร่วมต่อการผลักดันเชิงกฎหมาย นโยบาย อย่างสร้างสรรค์

22/06/2026
📣 ขอเชิญร่วมเวทีเสวนาและรับฟังเสียงจากชุมชน“ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศ: สิทธิในร่างกาย และเสียงของชุมชนในนโยบาย”🗓 วันจันทร...
22/06/2026

📣 ขอเชิญร่วมเวทีเสวนาและรับฟังเสียงจากชุมชน

“ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศ: สิทธิในร่างกาย และเสียงของชุมชนในนโยบาย”

🗓 วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 12.30 – 16.00 น.
📍 ชั้น 2 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องชุดสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เวทีนี้จะเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน นักวิชาการ ผู้ให้บริการสุขภาพ และผู้มีประสบการณ์ตรง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ

🏳️‍⚧️ สิทธิในเนื้อตัวร่างกายและการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง
🏳️‍⚧️ ความเป็นธรรมทางสุขภาพและการเข้าถึงบริการที่จำเป็น
🏳️‍⚧️ เสียงของคนข้ามเพศในการกำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง
🏳️‍⚧️ บทเรียนจากภาคประชาสังคม ภาคบริการสุขภาพ และงานวิชาการ

ภายในงานจะมีการนำเสนอ แถลงการณ์เครือข่ายภาคประชาชนต่อประเด็นสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเวทีรับฟังข้อเสนอจากภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมกำหนดทิศทางการทำงานในอนาคต

🎤 ร่วมเสวนาโดยผู้แทนจากเครือข่ายคนข้ามเพศ นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และภาคประชาสังคม

จัดโดย
คณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศ (Thailand Transgender Taskforce – TTT) และภาคีเครือข่าย

📌 เพราะนโยบายที่ดีต้องรับฟังเสียงของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
📌 เพราะสุขภาวะไม่ใช่เพียงการไม่มีโรค แต่รวมถึงศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของทุกคน

22/06/2026
21/06/2026
20/06/2026

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. คุณอาทิตยา อาษา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศ และคณะ ยื่นหนังสือเพื่อเสนอแนะต่อคณะ กมธ. เกี่ยวกับสิทธิฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมีนายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ รองประธานคณะ กมธ.การสาธารณสุข คนที่หนึ่ง และคณะ เป็นผู้รับหนังสือ ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา

สมาคมเพศวิถีศึกษาจัดประชุมวางแผนยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 20 มิย 69 ณ บ้านธรรมดา ขับเคลื่อนงาน โดยมีเป้าหมายสร้างสังคมที่มี...
20/06/2026

สมาคมเพศวิถีศึกษาจัดประชุมวางแผนยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 20 มิย 69 ณ บ้านธรรมดา ขับเคลื่อนงาน โดยมีเป้าหมายสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมทางเพศ

🫖 จากเวทีเสวนา "TEA Time with Transmasc: บทสนทนาและเรื่องเล่าของทอม และผู้ชายข้ามเพศ"บางครั้ง “ความเท่าเทียม” อาจไม่ได้เ...
19/06/2026

🫖 จากเวทีเสวนา "TEA Time with Transmasc: บทสนทนาและเรื่องเล่าของทอม และผู้ชายข้ามเพศ"
บางครั้ง “ความเท่าเทียม” อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการกล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ
ตลอดการพูดคุยในวงเสวนา เราได้ร่วมกันสำรวจประเด็นสำคัญเกี่ยวกับชีวิต สุขภาวะ สิทธิ และการมองเห็นของทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารี ผ่านมุมมองจากนักวิชาการ นักวิจัย และผู้ทำงานภาคประชาสังคม
📌 การมองเห็นในสังคม ไม่ได้แปลว่าทุกคนเข้าถึงสิทธิได้เท่าเทียม
📌 ร่างกายไม่ควรถูกกำหนดคุณค่าจากบรรทัดฐานเพศที่สังคมสร้างขึ้น
📌 ระบบสุขภาพและนโยบายสาธารณะควรตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนบางกลุ่ม
📌 การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของชุมชน และสร้างอำนาจให้ผู้คนสามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้
วันนี้ TransEqual ขอหยิบยกบางส่วนของข้อคิดและถ้อยคำสำคัญจากวิทยากรและผู้ร่วมเสวนามาแบ่งปันอีกครั้ง เพราะเราเชื่อว่า “บทสนทนา” เหล่านี้ไม่ควรจบลงพร้อมกับงานเสวนา แต่ควรถูกส่งต่อออกไปให้กว้างที่สุด
💙 เพราะการมองเห็นคือจุดเริ่มต้น
💗 แต่ความเท่าเทียมที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสิทธิ สวัสดิการ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม
✨ แล้วคุณล่ะ... มีประโยคไหนจากชุด Quote นี้ที่โดนใจหรือสะท้อนประสบการณ์ของคุณบ้าง? ลองแบ่งปันกันในคอมเมนต์ได้เลย 💬




#สุขภาวะคนข้ามเพศ

ในฐานะคนข้ามเพศและคนทำงานด้านสิทธิ สุขภาวะ และความเป็นธรรมทางเพศ พวกเราขอยืนยันว่า การเข้าถึงฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภา...
18/06/2026

ในฐานะคนข้ามเพศและคนทำงานด้านสิทธิ สุขภาวะ และความเป็นธรรมทางเพศ พวกเราขอยืนยันว่า การเข้าถึงฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพไม่ใช่สิทธิพิเศษ ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย และไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่รัฐไม่ควรเกี่ยวข้อง แต่เป็นบริการสุขภาพที่จำเป็นต่อสุขภาวะของคนข้ามเพศ และเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิทางสุขภาพที่รัฐพึงคุ้มครองอย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน และเคารพศักดิ์ศรีของผู้รับบริการ
ข้อถกเถียงเรื่องการบรรจุฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะคำถามเรื่องงบประมาณ ความคุ้มค่า หรือหลักฐานทางการแพทย์เท่านั้น แต่ควรถูกพิจารณาในฐานะประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และความเป็นธรรมทางสุขภาพของประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ถูกมองข้ามและถูกผลักออกจากระบบบริการสุขภาพมาอย่างยาวนาน
ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 “สุขภาวะ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรคหรือความพิการ แต่หมายถึงภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิต ปัญญา และสังคม สำหรับคนข้ามเพศ สุขภาวะจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การรักษาโรค แต่รวมถึงการมีชีวิตที่ปลอดภัย มีความมั่นคงทางจิตใจ สามารถดำรงชีวิตสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง และได้รับการดูแลจากระบบสุขภาพโดยไม่ถูกตีตรา ดูหมิ่น หรือเลือกปฏิบัติ
คนข้ามเพศจำนวนมากต้องการเข้าถึงข้อมูล การปรึกษา การตรวจสุขภาพ และการใช้ฮอร์โมนภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ การมีบริการนี้ในระบบหลักประกันสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการจัดสรรยา แต่คือการพาคนข้ามเพศกลับเข้าสู่ระบบบริการที่ปลอดภัย มีการตรวจติดตามผลข้างเคียง มีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต และลดความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนเองนอกระบบ
การปฏิเสธ ชะลอ หรือลดทอนความสำคัญของสิทธินี้ ไม่ได้ทำให้คนข้ามเพศหยุดใช้ฮอร์โมน แต่จะผลักให้หลายคนต้องกลับไปซื้อยาจากช่องทางที่ไม่ปลอดภัย ใช้ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตที่ไม่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการพบแพทย์เพราะกลัวการถูกเลือกปฏิบัติ นี่ไม่ใช่ทิศทางที่ระบบสุขภาพซึ่งยึดหลักความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และความเป็นธรรม ควรปล่อยให้เกิดขึ้น
ดังนั้น นโยบายที่รับผิดชอบไม่ควรตั้งอยู่บนการควบคุม การปฏิเสธ หรือการทำให้คนข้ามเพศต้องพิสูจน์ความทุกข์ของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ควรตั้งอยู่บนหลักการลดอันตราย หรือ harm reduction คือการสร้างระบบดูแลที่ปลอดภัย มีข้อมูลครบถ้วน เคารพความยินยอม เคารพการตัดสินใจ และเคารพศักดิ์ศรีของผู้รับบริการ
พวกเราขอยืนยันด้วยว่า การนำสุขภาพของเด็ก ผู้ป่วย หรือประชาชนกลุ่มอื่นมาเปรียบเทียบกับสุขภาพของคนข้ามเพศ เป็นกรอบคิดที่ไม่เป็นธรรม เพราะทำให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางถูกทำให้เหมือนต้องแข่งขันกันเอง เด็กควรได้รับวัคซีน ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาที่จำเป็น ผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลระยะยาว คนพิการควรเข้าถึงบริการที่เหมาะสม และคนข้ามเพศก็ควรได้รับบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบที่ปลอดภัยเช่นกัน
สิทธิทางสุขภาพของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ไม่ควรถูกนำไปหักล้างกับสิทธิทางสุขภาพของอีกกลุ่มหนึ่ง ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การที่คนข้ามเพศได้รับสิทธิ แต่คือระบบสุขภาพไทยจะจัดสรรทรัพยากรอย่างไรให้เพียงพอ เป็นธรรม โปร่งใส และตอบสนองต่อความจำเป็นที่แตกต่างกันของประชาชนทุกกลุ่ม
ข้อถกเถียงในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคนข้ามเพศขยับจากการถูกมองเห็นในเชิงวัฒนธรรม ไปสู่การได้รับสิทธิที่เป็นรูปธรรม เช่น งบประมาณ บริการสุขภาพ กฎหมายคุ้มครอง และการรับรองเพศสภาพ แรงต้านมักปรากฏชัดขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่เพียงการยอมรับเชิงสัญลักษณ์ แต่คือการยืนยันว่าคนข้ามเพศเป็นประชาชนที่รัฐต้องลงทุน ดูแล และคุ้มครองอย่างเท่าเทียม
พวกเราจึงมีข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการสาธารณสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อกังวลหรือคัดค้านนโยบายนี้ ดังต่อไปนี้
1. ขอให้พิจารณาเรื่องฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพบนฐานของสิทธิทางสุขภาพ หลักฐานทางวิชาการ ความจำเป็นทางสุขภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บนฐานของอคติทางเพศหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนข้ามเพศ
2. ขอให้หลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ทำให้คนข้ามเพศถูกมองว่าเป็นภาระของระบบสุขภาพ หรือเป็นผู้แย่งทรัพยากรจากเด็ก ผู้ป่วย หรือประชาชนกลุ่มอื่น เพราะการสื่อสารเช่นนี้อาจนำไปสู่การตีตรา ความเกลียดชัง และความเข้าใจผิดในสังคม
3. ขอให้ใช้บทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบและพัฒนานโยบายอย่างสร้างสรรค์ โดยตั้งคำถามต่อคุณภาพบริการ ความปลอดภัย ระบบติดตามผล งบประมาณ และการประเมินผลได้อย่างรอบด้าน แต่ไม่ควรนำไปสู่การยกเลิกหรือทำให้คนข้ามเพศหลุดออกจากสิทธิที่จำเป็นต่อสุขภาพ
4. ขอให้รับฟังเสียงของคนข้ามเพศ องค์กรชุมชน บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการด้านสุขภาพ และภาคประชาชนที่ทำงานในประเด็นนี้โดยตรง เพราะนโยบายสุขภาพที่ดีควรเกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่การตัดสินแทนโดยปราศจากประสบการณ์ชีวิตของผู้รับบริการ
5. ขอให้สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย เข้าถึงง่าย เคารพความเป็นส่วนตัว และไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาระบบข้อมูลที่คุ้มครองสิทธิ สะท้อนความหลากหลายของคนข้ามเพศ และช่วยให้รัฐสามารถวางแผนนโยบายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
6. ขอให้ร่วมกันปกป้องหลักการสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือการดูแลประชาชนตามความจำเป็นด้านสุขภาพ ไม่ใช่ตามบรรทัดฐานทางเพศ ความนิยมของสังคม หรือเสียงคัดค้านที่ตั้งอยู่บนความกลัวและความเข้าใจผิด
พวกเราขอยืนยันว่า คนข้ามเพศไม่ควรถูกบังคับให้ต้องพิสูจน์ว่าความทุกข์ของตนเอง “จริงพอ” หรือสุขภาพของตนเอง “จำเป็นพอ” เพื่อแลกกับสิทธิขั้นพื้นฐาน รัฐไม่ควรถามว่าคนข้ามเพศสมควรได้รับการดูแลหรือไม่ แต่ควรถามว่า ระบบสุขภาพจะดูแลคนข้ามเพศอย่างไรให้ปลอดภัย มีศักดิ์ศรี เท่าเทียม และเป็นธรรม
ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ คือเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาวะของคนข้ามเพศ การเข้าถึงบริการฮอร์โมนที่ปลอดภัย คือสิทธิทางสุขภาพ คือส่วนหนึ่งของสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และคือหลักฐานว่าระบบสุขภาพไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็นระบบที่มองเห็นความจำเป็นของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด พวกเราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยืนอยู่บนหลักการเดียวกัน คือการสร้างสังคมไทยที่เท่าเทียม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ปล่อยให้ประชาชนกลุ่มใดต้องถูกผลักออกจากระบบสุขภาพเพียงเพราะเพศสภาพ ร่างกาย หรือชีวิตของเขาไม่ตรงกับบรรทัดฐานเดิมของสังคม
สุขภาพของเด็ก สุขภาพของผู้ป่วย สุขภาพของคนพิการ สุขภาพของผู้หญิง สุขภาพของผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี และสุขภาพของคนข้ามเพศ ไม่ใช่สิทธิที่ต้องหักล้างกันเอง แต่คือเหตุผลที่ระบบสุขภาพต้องเป็นธรรม ครอบคลุม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพไม่ใช่สิทธิพิเศษ�แต่คือส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่เป็นธรรม และคือสิทธิทางสุขภาพของคนข้ามเพศ
คณะกรรมการฯ ขอขอบคุณ คุณเอกภพ สิทธิวรรณธนะ รองประธานคณะ กมธ.การสาธารณสุข คนที่หนึ่ง ที่มีความละเอียดอ่อนเรื่องสุขภาพของคนข้ามเพศ

คณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศ (Thailand Transgender Taskforce)
18 มิถุนายน 2569

17/06/2026

ติดตามคลิปงานเสวนา "TEA Time with Transmasc: บทสนทนาและเรื่องเล่าของทอม และผู้ชายข้ามเพศ" ตัวเต็มได้ที่...👇👇👇

https://youtu.be/8fsdrrIKY5w?si=ehuoiVxxq109DKn_

ที่อยู่

182 หมู่ 11 ซอยสมบูรณ์ ถนนสุขสวัสดิ์ ต. ในคลองบางปลากด
Samut Prakan
10290

เบอร์โทรศัพท์

+66923566965

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TransEqual - เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์