Change and Well-being

Change and Well-being ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Change and Well-being, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, Nonthaburi.

CHANGE & WELL-BEING SOLUTIONS เป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และขับเคลื่อนด้วยภารกิจที่มุ่งมั่นในการริเริ่มการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านความคิดริเริ่มด้านชุมชนและสังคมที่สร้างสรรค์

วันนี้ (19/06/2026) เห็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมของ  #มูลนิธิซิสเตอร์ ในการขับเคลื่อนงาน มิตรภาพบำบัด / เพื่อนช่วยเพื่อน...
19/06/2026

วันนี้ (19/06/2026) เห็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมของ #มูลนิธิซิสเตอร์ ในการขับเคลื่อนงาน มิตรภาพบำบัด / เพื่อนช่วยเพื่อน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้กำลังใจ แต่กำลังพัฒนาไปสู่ “ #พื้นที่ดูแลสุขภาวะชุมชน ” อย่างมีหลักวิชาการมากขึ้น

ในสถานการณ์ที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs กำลังเข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น การเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนได้ตรวจคัดกรอง พูดคุย รับฟัง และดูแลกันอย่างเข้าใจ จึงเป็นงานสำคัญมาก โดยเฉพาะการเชื่อมสุขภาพกาย ใจ สังคม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เข้าด้วยกัน

นี่คือก้าวเล็ก ๆ ที่มีความหมายใหญ่ เพราะทำให้เห็นว่าองค์กรชุมชน LGBT สามารถเป็นมากกว่าผู้รับบริการ แต่เป็น “กลไกสุขภาวะของชุมชน” ที่ช่วยเข้าถึงคนจริง ปัญหาจริง และสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากได้จริง

ขอบคุณทีมซิสเตอร์ที่กล้าเปิดประเด็นใหม่ ๆ และขยับงานสุขภาพให้ใกล้ชีวิตผู้คนมากขึ้น ภายใต้การสนับสนุนทางเทคนิคของโครงการ Strength สนับสนุนโดย สสส. สำนัก 9

แนวคิดนี้สอดคล้องกับกรอบบริการเพื่อนช่วยเพื่อนที่เน้นการดูแลแบบองค์รวม การเชื่อมบริการสุขภาพกับชุมชน และการยกระดับบทบาทองค์กรภาคประชาชนในระบบสุขภาพ #มิตรภาพบำบัด #เพื่อนช่วยเพื่อน #สุขภาวะชุมชน #สสสสำนัก9

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 – 16.00 น.                      ตั้งวงประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาก...
16/06/2026

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 – 16.00 น.

ตั้งวงประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการ (Technical Advisory Committee: TAC) ครั้งที่ 3

❝ โครงการ Strength ❞ กำลังพยายามขับเคลื่อนการยกระดับองค์กรชุมชน LGBTQ+ จากบทบาทผู้รับจ้างงานรายโครงการ ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงระบบของรัฐในการร่วมจัดบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพในการบริหารองค์กรเตรียมความพร้อมขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการตามมาตรา 3 ของ สปสช. ครอบคลุมบริการด้าน HIV/STI, Harm Reduction, Peer-to-Peer Support และการเชื่อมต่อบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมสะท้อนว่า สปสช. กำลังปรับระบบสนับสนุนจากการจ่ายตามจำนวนเคส ไปสู่การจ่ายตามคุณค่าและผลลัพธ์สุขภาพมากขึ้น เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องคุณภาพข้อมูล อัตราการพบผู้ติดเชื้อที่ลดลง ความคลาดเคลื่อนของกลุ่มเป้าหมาย และความเสี่ยงเรื่องการเบิกซ้ำซ้อน

ดังนั้น องค์กรชุมชนจำเป็นต้องมีระบบ QA/QI, MERL, SOP, ระบบบัญชี การยืนยันตัวตน และหลักฐานบริการที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนของบทบาทภาคประชาสังคมในระบบหลักประกันสุขภาพ

ในด้านภาคีเครือข่าย ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าขององค์กรชุมชน 12 แห่ง ซึ่งมีระดับความพร้อมต่างกัน บางองค์กรมีความพร้อมสูงในการขึ้นทะเบียนมาตรา 3 ด้านเอดส์และ Harm Reduction ขณะที่บางองค์กรยังต้องได้รับการหนุนเสริมด้านระบบเอกสาร บัญชี คู่มือปฏิบัติงาน และความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการทดลองกลไกบริการเพื่อนช่วยเพื่อนหรือมิตรภาพบำบัด เพื่อสนับสนุนบริการจิตสังคมในชุมชน

อีกประเด็นสำคัญคือ การผลักดันสุขภาวะและความหลากหลายทางเพศเข้าสู่กลไกแผนพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะ พชอ. กบจ. และระบบ One Plan ซึ่งที่ประชุมชี้ว่าระดับอำเภอ เป็นจุดตัดสำคัญของการนำข้อเสนอจากชุมชนเข้าสู่แผนจังหวัด ภาคประชาสังคมจึงต้องพัฒนาข้อเสนอให้เป็นรูปธรรมมากกว่าการสะท้อนปัญหา เช่น ข้อเสนอเรื่องการเข้าถึงฮอร์โมนอย่างปลอดภัย หรือบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของกลุ่ม LGBTQ+

#แผนงานถัดไปของโครงการ คือการจัดสรรทุนย่อย เพื่อพัฒนาระบบภายในองค์กรให้ได้มาตรฐาน เช่น SOP ระบบการบริหารภายใน และระบบติดตามประเมินผล พร้อมปรับเครื่องมือ OCA/ITOCA ให้เข้าใจง่าย ใช้งานได้จริง และขยายจากกรอบ ไปสู่ประชากรกลุ่มเฉพาะอื่น เช่น คนไร้บ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ คนพิการ ผู้สูงอายุ แรงงานนอกระบบ และประชากรข้ามชาติ รวมถึงเตรียมขยายงานไปยังกลุ่มชายข้ามเพศ และเชื่อมโยงประเด็นเพศภาวะกับสิ่งแวดล้อมในระยะต่อไป

ขอบคุณทุกคำแนะนำที่จะพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคมให้ได้มาตรฐาน มีจริยธรรม มีการดำเนินงานที่เป็นเลิศครับ
โครงการ “การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนที่ทำงานสนับสนุน เรื่องสิทธิและสุขภาวะกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเพื่อสุขภาวะ” สนับสนุนโดย สสส. สำนัก 9

  หรือ แผนถ่ายทอดตะขาบ ตอนที่ 4: ผู้นำปัจจุบันคือกุญแจ หรืออุปสรรค?พูดถึง Succession Plan มักโฟกัสที่คนที่จะมารับไม้ต่อ ...
12/06/2026

หรือ แผนถ่ายทอดตะขาบ ตอนที่ 4:
ผู้นำปัจจุบันคือกุญแจ หรืออุปสรรค?

พูดถึง Succession Plan มักโฟกัสที่คนที่จะมารับไม้ต่อ แต่มีตัวแปรหนึ่งที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด นั่นคือ ผู้นำที่กำลังจะส่งไม้ เพราะไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหน ถ้าผู้นำปัจจุบันไม่พร้อมจะปล่อย แผนนั้นแทบไม่มีทางสำเร็จ

ผู้นำปัจจุบันมีบทบาทสำคัญ 3 ด้าน
1. สร้างคน — ไม่ใช่แค่ใช้คน ผู้นำที่ดีในบริบท succession คือผู้นำที่มองว่าการพัฒนาคนรุ่นต่อไป เป็นส่วนหนึ่งของงานตัวเอง ไม่ใช่ภาระพิเศษ ซึ่งหมายความว่า ต้องให้โอกาสคนรุ่นใหม่ตัดสินใจ ลองผิด ลองถูก และเรียนรู้ ในขณะที่ยังมีโซฟานุ่มๆ รองรับ
2. ส่งต่อความรู้และความสัมพันธ์อย่างตั้งใจ ความรู้ที่สำคัญที่สุดในองค์กร NGO มักไม่ได้อยู่ในเอกสาร มันอยู่ในความสัมพันธ์กับ donor ในความเข้าใจบริบทชุมชน ในการรู้ว่า อะไรเคยล้มเหลวและทำไม การส่งต่อสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ ไม่ใช่แค่ส่ง briefing document
3. รู้จักถอยออกในเวลาที่เหมาะสม นี่คือบทบาทที่ยากที่สุด และพูดถึงน้อยที่สุด ผู้นำหลายคนสร้างคนได้ดี แต่ถอยไม่เป็น บางครั้งไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว แต่เพราะเป็นห่วงองค์กรจริง ๆ จนไม่วางใจให้คนอื่นนำ ผลที่ตามมาคือผู้นำใหม่ไม่มีพื้นที่เติบโต และในที่สุดก็ออกไป

กับดักที่ผู้นำมักตกโดยไม่รู้ตัว
• Founder's Syndrome — ความเชื่อว่าองค์กรจะอยู่ได้ก็เพราะตัวเอง ทำให้ยากที่จะไว้วางใจคนอื่น
• Rescuing too fast — เข้าไปแก้ปัญหาทุกครั้งที่คนรุ่นใหม่สะดุด จนคนนั้นไม่มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาด
• Shadow leadership — ออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ยังตัดสินใจอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้นำใหม่ขาดความน่าเชื่อถือ

คำถามสำหรับผู้นำปัจจุบัน
• มีคนในทีมที่คุณกล้าให้ตัดสินใจแทนโดยไม่ต้องถามคุณก่อนไหม?
• ความสัมพันธ์กับ donor และ partner สำคัญ — ถูกเชื่อมโยงกับตัวคุณหรือกับองค์กร?
• ถ้าคุณหยุดทำงานวันนี้ คนที่คุณพัฒนาไว้จะรู้สึกพร้อมหรือรู้สึกโดนทิ้ง?

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบริบท succession ไม่ใช่คนที่อยู่นานที่สุด แต่คือคนที่สร้างองค์กรที่เดินต่อได้ดี — แม้ในวันที่ตัวเองไม่อยู่แล้ว

Ref: Charan, R., Drotter, S., & Noel, J. (2001). The leadership pipeline: How to build the leadership-powered company. Jossey-Bass.
Shen, W., & Cannella, A. A. (2002). Revisiting the performance consequences of CEO succession: The impacts of successor type, post-succession senior executive turnover, and departing CEO tenure. Academy of Management Journal, 45(4), 717–733.

10 มิถุนายน 2569 ทีม   อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) เพื่อนำบทเรียนจากโครงการมาชี้ให้เห็นว่...
11/06/2026

10 มิถุนายน 2569 ทีม อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) เพื่อนำบทเรียนจากโครงการมาชี้ให้เห็นว่า องค์กรชุมชน LGBTQ+ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้ช่วยงานรัฐ หรือกลไกสนับสนุนเฉพาะรายโครงการ แต่ควรถูกยกระดับเป็นหุ้นส่วนเชิงระบบ ของภาครัฐในการร่วมออกแบบบริการสุขภาพ สะท้อนข้อมูลจากพื้นที่ และขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย

ประสบการณ์ของ 𝗦𝘁𝗿𝗲𝗻𝗴𝘁𝗵 ทำให้เห็นชัดว่า การดูแลสุขภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่สามารถอาศัยระบบบริการของรัฐเพียงลำพัง ตัวอย่างสำคัญคือ การยุติปัญหาเอดส์ ซึ่งต้องพึ่งพาภาคประชาสังคมในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างความไว้วางใจ และออกแบบบริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของชุมชน เช่นเดียวกับงานมิตรภาพบำบัด การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด และอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบทชุมชนอย่างลึกซึ้ง

ความก้าวหน้าสำคัญของ 𝗦𝘁𝗿𝗲𝗻𝗴𝘁𝗵 คือ องค์กรชุมชนเริ่มใช้เครื่องมือ ITOCA เพื่อประเมินศักยภาพ วางแผนงานอย่างเป็นระบบ มีข้อมูลจากพื้นที่ และเชื่อมโยงกับกลไกบริการสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่บทบาทหน่วยบริการร่วมภาคประชาชนตามมาตรา 3 ของ สปสช.

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเชิงระบบยังมีอยู่ชัดเจน ทั้งการที่ภาครัฐยังไม่มีกลไกรับรองบทบาทขององค์กรภาคประชาสังคมอย่างเป็นทางการ งบประมาณสนับสนุนยังไม่ต่อเนื่อง ระบบข้อมูลสุขภาพยังสะท้อนความหลากหลายทางเพศไม่เพียงพอ และองค์กรชุมชนจำนวนมากยังถูกใช้เป็นผู้รับจ้างทำงาน มากกว่า ผู้ร่วมออกแบบระบบ

ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ. ยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้มีความทันสมัย จึงสอดคล้องกับบทเรียนจาก 𝗦𝘁𝗿𝗲𝗻𝗴𝘁𝗵 เพราะเปิดทางให้ภาคประชาสังคมร่วมทำงานกับรัฐอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านนโยบาย งบประมาณ ข้อมูล การจัดบริการ และการติดตามผล

ข้อเสนอสำคัญ คือ ควรมีกลไกนำร่องที่รับรององค์กรชุมชน LGBTQ+ และองค์กรชุมชนสุขภาพอื่น ๆ ให้เป็น “ผู้ร่วมจัดบริการสุขภาพและสุขภาวะ” อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ทำงานเฉพาะรายโครงการเท่านั้น กลไกนี้ควรเชื่อมกับระบบงบประมาณ ข้อมูลบริการสุขภาพ มาตรฐานการทำงาน และการประเมินผล เพื่อให้บทบาทขององค์กรชุมชนมีความต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และสร้างผลลัพธ์เชิงระบบ การยกระดับภาคประชาสังคมจากผู้ช่วยรัฐ ไปสู่ หุ้นส่วนรัฐในการดูแลกลุ่มประชากรที่ระบบราชการเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ+ และกลุ่มเปราะบางทางสุขภาพ

  หรือ แผนถ่ายทอดตะขาบ ตอนที่ 3:::: หลุมพรางการถ่ายทอดตะขาบ ความเสี่ยงซ่อนอยู่ใน Succession Plan ของ NGO ::::หลายองค์กรภ...
28/05/2026

หรือ แผนถ่ายทอดตะขาบ ตอนที่ 3
:::: หลุมพรางการถ่ายทอดตะขาบ ความเสี่ยงซ่อนอยู่ใน Succession Plan ของ NGO ::::

หลายองค์กรภูมิใจที่มี Succession Plan แต่เมื่อถึงเวลาจริง แผนนั้นกลับใช้ไม่ได้ มันไม่ใช่เพราะแผนไม่ดี แต่เพราะตกหลุมพรางที่ซ้ำกันมาตลอด

5 กับดักที่พบบ่อยในองค์กร NGO/CSO ขนาดเล็ก-กลาง
1. แผนอยู่ในหัวคนเดียว ผู้นำรู้ว่าจะส่งไม้ต่อให้ใคร แต่ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเอง เมื่อผู้นำคนนั้นออกไปกะทันหัน ทุกอย่างพังพร้อมกัน แผนที่ไม่ถูกเขียนและแชร์ ไม่ใช่แผน มันคือความตั้งใจที่ยังไม่สำเร็จ
2. พึ่งพาคนเพียงคนเดียวมากเกินไป หลายองค์กรมีคนที่ขาดไม่ได้หรือคนที่รู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง ติดต่อทุก donor เป็นตัวตึง-ตัวแม่-ตัวมัม นี่ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่คือความเสี่ยงเชิงระบบ ถ้าคนนั้นป่วย ลาออก หรือหมดไฟ องค์กรสั่นคลอนทันที
3. สับสนระหว่าง คนดี กับ คนพร้อม ความซื่อสัตย์ ความทุ่มเท ความจงรักภักดีต่อองค์กร สิ่งเหล่านี้มีคุณค่า แต่ไม่ใช่เกณฑ์เดียวในการเลือกผู้นำรุ่นต่อไป การเลือกจากความรู้สึกผูกพัน โดยไม่ประเมินความสามารถจริง มักนำไปสู่ความผิดหวังทั้งสองฝ่าย
4. ไม่มีแผนสำรอง (Contingency) Succession Plan ส่วนใหญ่วางแผนสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่ คาดเดาได้ แต่ความเป็นจริง การเปลี่ยนผ่านมักไม่เป็นไปตามแผน ผู้นำที่เตรียมไว้อาจป่วย ย้าย หรือเปลี่ยนใจ องค์กรที่ดีต้องมีตัวเลือกสำรองอย่างน้อยหนึ่งคน แม้จะยังไม่พร้อมเต็มที่
5. ทำครั้งเดียวแล้วลืม Succession Plan ไม่ใช่เอกสารที่ทำแล้วเก็บลิ้นชัก บริบทองค์กรเปลี่ยน คนเปลี่ยน ภารกิจเปลี่ยน แผนที่ไม่ได้รับการทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง มักล้าสมัยก่อนจะได้ใช้

#ความเสี่ยงพิเศษของ NGO ขนาดเล็ก-กลาง
ทรัพยากรจำกัดทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Single Point of Failure ได้ง่ายมาก ทั้งในด้านคน ความรู้ ความสัมพันธ์กับ donor และแม้แต่ความชอบธรรมในสายตาชุมชน การกระจายความรู้และความสัมพันธ์จึงไม่ใช่แค่เรื่อง HR แต่คือการบริหารความเสี่ยงองค์กร

คำถามที่ควรถามตัวเอง
• ถ้าผู้นำหลักหยุดทำงานพรุ่งนี้ องค์กรจะยังเดินต่อได้ไหม? นานแค่ไหน?
• ความรู้สำคัญขององค์กรถูกบันทึกและส่งต่อแล้วหรือยัง?
• มีกี่คนที่รู้จัก donor และ partner หลักขององค์กรในระดับที่สร้างความไว้วางใจได้?
การรู้จักกับดักไม่ได้การันตีว่าจะหลีกเลี่ยงได้ แต่องค์กรที่ไม่รู้ว่ากำลังเดินเข้าหาหลุม มักตกหลุมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

𝟣𝟫.𝟢𝟧.𝟤𝟢𝟤𝟨  ทีมภาคี   ได้ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่อง การขับเคลื่อนให้ประเด็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ บรรจุในแผนพัฒน...
22/05/2026

𝟣𝟫.𝟢𝟧.𝟤𝟢𝟤𝟨 ทีมภาคี ได้ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนเรื่อง การขับเคลื่อนให้ประเด็นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ บรรจุในแผนพัฒนาจังหวัดปี 2571-2572 โจทย์สำคัญคือ การผลักบทบาทภาคประชาสังคมจากผู้ร้องขอ ไปสู่หุ้นส่วนร่วมออกแบบนโยบายและร่วมจัดบริการสาธารณะ ในระดับจังหวัด ภายใต้ระบบ One Plan และกลไก ก.บ.จ.

โดยบทเรียนสำคัญจากเอกสาร “โมเดลการขับเคลื่อนภาคประชาสังคมสู่หุ้นส่วนการพัฒนาจังหวัด: บทเรียนจาก 9 จังหวัดนำร่อง” ชี้ให้เห็นว่า การยกระดับภาคประชาสังคมสู่การเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาจังหวัด ไม่ได้เกิดจากการมีตัวแทนในกลไกรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสามารถในการใช้อำนาจต่อรองเชิงนโยบาย ข้อมูล ความไว้วางใจ และการจัดขบวนภายในอย่างเป็นระบบ

☆ บทเรียนแรกคือ การมีที่นั่งไม่ได้เท่ากับการมีอำนาจต่อรองแม้หลายจังหวัดสามารถผลักดันผู้แทนภาคประชาสังคมเข้าสู่ ก.บ.จ. หรือคณะอนุกรรมการได้ แต่หากตัวแทนยังไม่สามารถอ่านแผนจังหวัด เข้าใจภาษางบประมาณ หรือแปลงปัญหาของเครือข่ายให้เป็นวาระสาธารณะได้ การมีตัวแทนก็ยังไม่ก่อให้เกิดผลเชิงนโยบาย ภาคประชาสังคมจึงต้องพัฒนาจากผู้เข้าประชุม ไปเป็น นักยุทธศาสตร์จังหวัด

☆ บทเรียนที่สองคือ ข้อมูลคืออำนาจต่อรองใหม่ของภาคประชาสังคม เสียงจากชุมชนและประสบการณ์ของกลุ่มเปราะบางจะมีน้ำหนักต่อรัฐมากขึ้น เมื่อถูกแปลงเป็นข้อมูลสถานการณ์ กลุ่มเป้าหมาย มาตรการ งบประมาณ ตัวชี้วัด และหน่วยงานเจ้าภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพัฒนาเป็น Project Brief ที่สามารถเข้าสู่ระบบแผนและงบประมาณจังหวัดได้จริง

☆ บทเรียนที่สามคือ การจัดขบวนภายในมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการเจรจากับรัฐ ภาคประชาสังคมต้องมีฉันทามติร่วม หลักเกณฑ์ตัวแทน ทีมข้อมูล ทีมเจรจา ทีมประสานงาน และระบบความรับผิดชอบต่อเครือข่าย มิฉะนั้นความหลากหลายภายในอาจกลายเป็นการแข่งขันเชิงตัวแทนมากกว่าพลังต่อรองร่วม

☆ บทเรียนที่สี่คือ เมื่อกลไกหลักยังไม่เปิด ภาคประชาสังคมควรใช้กลไกคู่ขนานและหลายช่องทาง ทั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานเฉพาะกิจ หน่วยงานเจ้าภาพ อปท. และ อบจ. เพื่อเชื่อมข้อเสนอจากพื้นที่เข้าสู่ระบบจังหวัด แทนการรอเฉพาะที่นั่งใน ก.บ.จ.

ภาคประชาสังคมจะเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาจังหวัดได้จริง เมื่อมีระบบสรรหาตัวแทนที่ชอบธรรม มีข้อมูลที่เชื่อมรัฐกับชุมชน มีความสามารถในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย มีขบวนภายในที่เป็นเอกภาพ และมีกติกางบประมาณที่รองรับภาคประชาสังคมในฐานะหุ้นส่วน ไม่ใช่เพียงผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการรายโครงการ

ขอบคุณทีมสถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม (สสป.) ที่มาให้ความรู้/ทักษะและเป็นสะพานเชื่อมกับโครงการ Strength และภาคี ในการผลักดันนโยบายพัฒนาสุขภาวะผู้มีความหลากหลายทางเพศต่อไป
เป็นวันที่การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ

𝟤𝟢.𝟢𝟧.𝟤𝟢𝟤𝟨 ที่ สสส.    CWS และ สถาบันยุวทัศน์ฯ ได้เข้าร่วมวงพูดคุยที่มีเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังกับทีม ธนาคารจิตอาสา และภาคีเ...
21/05/2026

𝟤𝟢.𝟢𝟧.𝟤𝟢𝟤𝟨 ที่ สสส. CWS และ สถาบันยุวทัศน์ฯ ได้เข้าร่วมวงพูดคุยที่มีเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังกับทีม ธนาคารจิตอาสา และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันมองว่า “ต้นทุน” ที่มีอยู่จะสามารถเชื่อมโยง เสริมพลัง และต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ระยะยาวได้อย่างไร ภายใต้กรอบ สุขภาวะทางปัญญา

เวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ทุกทีม ได้ทำความรู้จักกับเครือข่ายที่ทำงานบนฐานใจ เข้าใจการทำงานของธนาคารจิตอาสาอย่างลึกซึ้งขึ้น และร่วมสำรวจทิศทางการขับเคลื่อนงานเยาวชนร่วมกัน

สำหรับ ขอนแก่น สิ่งที่มีความหมายกำลังก่อตัวขึ้น นั่นคือกลไกเยาวชนที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าใจสุขภาวะทางปัญญา สื่อสารด้วยภาษาของตนเอง พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบโจทย์สุขภาวะของเยาวชน และเป็นเจ้าของประเด็นที่สำคัญต่อชีวิตของพวกเขา
ขอขอบคุณ สำนัก 11 สสส. ที่ร่วมสนับสนุนและช่วยวางทิศทางสำคัญของงานนี้

ในโครงการนี้ สุขภาวะทางปัญญา หมายถึง ความสามารถของมนุษย์ในการกลับมาเชื่อมโยงกับตนเอง ผู้อื่น สังคม ธรรมชาติ และความหมายของชีวิต พร้อมทั้งแปลงความเชื่อมโยงดังกล่าวไปสู่การลงมือทำจริง ผ่านการมีส่วนร่วมของเยาวชน สื่อ การฟังอย่างลึกซึ้ง เครือข่ายภาคี งานอาสาสมัคร และระบบดูแลใจ

สำหรับ สภาแห่งปัญญาของเยาวชน ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์คือการเสริมพลังการมีส่วนร่วมและการสื่อสารที่นำโดยเยาวชน ผ่านสื่อที่เยาวชนร่วมสร้าง กลไกสภาแห่งปัญญาของเยาวชน เดือนแห่งการฟังระดับชาติ พื้นที่เมืองสัมพันธ์เชื่อมโยง และเครื่องมือการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์เชื่อมโยงและความเป็นส่วนหนึ่ง

หัวใจของงานนี้ตั้งอยู่บนแนวคิด Pro-connection หรือการสร้างชีวิตที่สัมพันธ์เชื่อมโยง — กับตนเอง กับผู้อื่น และกับโลกที่กว้างกว่าเรา และนี่ไม่ใช่งานเชิงนามธรรม แต่คือจุดเริ่มต้นของขบวนการเยาวชนที่เป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง เพื่อสุขภาวะของคนรุ่นใหม่และสังคมที่เกื้อกูลกัน

#สุขภาวะทางปัญญา #สภาแห่งปัญญาของเยาวชน #สสส #ธนาคารจิตอาสา

Mind Month ปีนี้ อยากชวนมอง “สุขภาพใจของเยาวชน” ให้ไกลกว่าคำว่าเข้มแข็งหลายครั้ง เยาวชนไม่ได้ต้องการคำสอนมากเท่าพื้นที่ป...
17/05/2026

Mind Month ปีนี้ อยากชวนมอง “สุขภาพใจของเยาวชน” ให้ไกลกว่าคำว่าเข้มแข็ง

หลายครั้ง เยาวชนไม่ได้ต้องการคำสอนมากเท่าพื้นที่ปลอดภัย
ไม่ได้ต้องการให้ใครรีบแก้ปัญหาให้มากเท่าการถูกฟังอย่างแท้จริง
และไม่ได้ต้องการเพียงกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ
แต่ต้องการโอกาสที่จะรู้สึกว่า “เสียงของเขามีความหมาย”

นี่คือหัวใจของงานสุขภาวะทางปัญญา

สุขภาวะทางปัญญา คือการกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง เห็นคุณค่าของชีวิต ฟังผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง และแปลงประสบการณ์ของตนให้กลายเป็นพลังในการเติบโตและเปลี่ยนแปลงสังคม

โครงการสภาแห่งปัญญาของเยาวชน จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมเยาวชน
แต่มันคือพื้นที่เล็กๆ ที่ทดลองสร้างระบบนิเวศของการฟัง ความหวัง ความหมาย และการมีส่วนร่วม

ในเดือนแห่งการดูแลใจ
เราอาจไม่ต้องบอกให้เยาวชนเข้มแข็งขึ้นเสมอไป
แต่อาจต้องช่วยกันสร้างสังคมที่ทำให้เขาไม่ต้องเข้มแข็งอยู่คนเดียว

#สุขภาวะทางปัญญา #สภาแห่งปัญญาของเยาวชน

ระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 ทีมประเมินศักยภาพองค์กรจาก CWS ได้ลงทำงานร่วมอย่างเข้มข้นกับกลุ่ม Hug สารคาม ซึ่งพบว่า ...
13/05/2026

ระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 ทีมประเมินศักยภาพองค์กรจาก CWS ได้ลงทำงานร่วมอย่างเข้มข้นกับกลุ่ม Hug สารคาม ซึ่งพบว่า องค์กรมีพื้นฐานการทำงานที่ค่อนข้างเข้มแข็ง โดยเฉพาะการทำงานเชิงชุมชนและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย องค์กรมีจุดเด่นด้านการทำงานแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความไว้วางใจ ความใกล้ชิด และความเข้าใจต่อชีวิตจริงของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ องค์กรยังมีศักยภาพด้านการบริหารจัดการ งานบริการ และการสื่อสารเพื่อสร้างความต้องการเข้าถึงบริการในระดับที่ดี แสดงให้เห็นว่า Hug สารคามไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มชุมชนที่มีความตั้งใจ แต่มีฐานการทำงานที่สามารถพัฒนาไปสู่องค์กรชุมชนที่มีมาตรฐานมากขึ้นได้

จุดแข็งอีกประการหนึ่งคือ องค์กรมีพลังของคนทำงาน มีความมุ่งมั่น และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง การทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชน สะท้อนว่า Hug สารคามมีทุนทางสังคมที่สำคัญ และมีโอกาสต่อยอดบทบาทเป็นกลไกสนับสนุนสุขภาวะของกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดมหาสารคามได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทีมประเมินได้รับพลังใจ ได้สัมผัสถึงพลังการต่อสู้ของคนทำงานส่งเสริมสุขภาพคนที่มีความหลากหลายทางเพศ การพร้อมทะยานไปยังจุดที่เป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นใจ เห็น Self - efficacy ที่เชื่อมั่นว่าฉันทำได้ ได้ยินเสียงหัวเราะ ได้พลังบวกกลับมา นี่คือความอิ่มเอมใจจากการทำงานพัฒนาองค์กรชุมชน

Hug สารคามเปิดตัวและทำงานสนับสนุนสุขภ่าวะผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศมาสักระยะแล้ว และแสดงถึงผลการทำงานร่วมกับรัฐ สถาบันการศึกษาในพื้นที่ และ KOL ในสารคามอย่างเข้มแข็ง
ยินดีต้อนรับสู่ทีมเพื่อนของ Strength ที่ถึงเข้ามาจอยระหว่างทาง แต่ยืนยัน ยืนหยัดที่จะพัฒนาศักยภาพไปด้วยกัน

รวมทั้งที่ CWS ร่วมสนับสนุน Hug สารคามไปมาตรา 3 สปสช. ในประเด็น มิตรภาพบำบัด (เพื่อนช่วยเพื่อน) หลังจากได้มาตรา 3 เอดส์ เป็นหน่วยร่วมบริการภาคประชาชนในสารคามไปแล้ว

ที่อยู่

Nonthaburi
11140

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Change and Well-beingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์