สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง7จังหวัดภาคอีสาน

สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง7จังหวัดภาคอีสาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผ่านทาง Inbox ได้ตลอดเวลา ตอบกลับภายใน 24 ชม

ถวายความอาลัยด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะสมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.)
12/06/2026

ถวายความอาลัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.)

ขออนุญาติประชาสัมพันธ์นะครับ เวิร์คชอปแอนิเมชั่นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม จากฟิล์มและดิจิทัลมีเดีย พระจอมเกล้าลาดกระบังครั...
03/06/2026

ขออนุญาติประชาสัมพันธ์นะครับ เวิร์คชอปแอนิเมชั่นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม จากฟิล์มและดิจิทัลมีเดีย พระจอมเกล้าลาดกระบังครับ ฟรีนะครับ

🎬 กลับมาอีกครั้ง! พร้อมความเข้มข้นกว่าที่เคย 🚀
LADKRABANG ANIMATION WORKSHOP 2026

สำหรับน้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สนใจการสร้างแอนิเมชัน และอยากเปลี่ยนไอเดียที่มีให้กลายเป็นผลงานจริง!
✨ อบรมเชิงปฏิบัติการ 4 วันเต็ม
✨ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
✨ ได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน
✨ รับประกาศนียบัตรเมื่อจบโครงการ

กิจกรรมจัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
ร่วมกับหลักสูตรภาพยนตร์และดิจิทัลมีเดีย
คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สจล.

🔥 รับเพียง 60 คนเท่านั้น!
📅 อบรมวันที่ 11, 12, 18 และ 19 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 – 16.30 น.
📍 คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ตลอด 4 วัน น้อง ๆ จะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่

📍 11 กรกฎาคม 2569
• หลักการและกระบวนการผลิตแอนิเมชัน
• Concept, Storytelling & Pre-Production

📍 12 กรกฎาคม 2569
• นำเสนอผลงาน Pre-Production รายบุคคล
• เทคนิคการผลิตแอนิเมชัน
• Animation Production

📍 18 กรกฎาคม 2569
• Animation Production
• Post-Production

📍 19 กรกฎาคม 2569
• ฉายผลงานภาพยนตร์แอนิเมชัน
• รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิ
• พิธีมอบประกาศนียบัตร

📢 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 25 มิถุนายน 2569

รายละเอียดและคุณสมบัติผู้สมัคร 👇
https://drive.google.com/file/d/1Z8z2xHOKLbTKwqnqvBgfmxBlIO8luf04/view?usp=sharing

ลิงก์สมัครเข้าร่วมโครงการ
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfJp7s6OkhLmFxbn7IHJwxBC12mc3xUS7-elsCEQfA5XQj63Q/viewform?usp=publish-editor

หากน้อง ๆ มีเรื่องราวที่อยากเล่า มีตัวละครที่อยากสร้าง หรืออยากก้าวเข้าสู่โลกของแอนิเมชัน นี่คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด!
แล้วส่งผลงานเข้ามาเจอกันนะ ✌️
​​

03/06/2026

ระยะทางกว่า 4,900 กิโลเมตร ที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และไทย เป็นอีกเงื่อนไขที่ทำให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำโขงที่สะสมกว่า 20 ปี กลายเป็นโจทย์ระดับนานาชาติ
ผลกระทบจากความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของดิน น้ำ อากาศ แต่ปัจจุบันสารเคมีและสารโลหะหนักในแม่น้ำ ทั้งกก สาย รวก โขง และสาละวิน กำลังคืบคลานเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร เรื่องนี้จึงเป็นอีกโจทย์ใหญ่ที่กระทบชีวิตของผู้คนในวงกว้าง คำถามถึงผู้เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องตอบผ่านรูปธรรมทางนโยบาย
รายการเสียงเปลี่ยนเมือง ชวนติดตามความร่วมมือของเยาวชนลุ่มน้ำโขงที่ร่วมหารือในงานประชุม MRC-CSO RoundTable Meeting เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพิทักษ์สายน้ำ ขณะที่คุณธีระพงศ์ โพธิ์มั่น ผู้อำนวยการสมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง มองว่าต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ และอาจต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาตลอดชั่วอายุคน

📌 ติดตามได้ในรายการ เสียงเปลี่ยนเมือง ตอน เยาวชนลุ่มน้ำโขง ปักธงร่วมแก้โจทย์สายน้ำเปื้อนพิษ
⏰ วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30-16.45 น.
📺 ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3

มีหนังสือกว่า 2,500 เล่มรอคุณอยู่ณ ห้องสมุดแม่น้ำโขง พิกัด บ้านเอื้ออาทร-บ้านม่วงคำ ม.12 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย หน...
03/06/2026

มีหนังสือกว่า 2,500 เล่มรอคุณอยู่
ณ ห้องสมุดแม่น้ำโขง พิกัด บ้านเอื้ออาทร-บ้านม่วงคำ
ม.12 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย หนังสือกว่า 2,500 เล่ม รอคุณอยู่

01/06/2026
https://www.thaipbs.or.th/program/Talktofilms/episodes/115440
31/05/2026

https://www.thaipbs.or.th/program/Talktofilms/episodes/115440

มาไปชมภาพยนตร์สารคดีสั้นเรื่อง "LOST IN MEKONG" เรื่องราวของ "ลวงมอง" แหล่งหาปลาของชาวบ้านริมโขง ที่กำลังจะ...

31/05/2026

ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ถ้าใครพอมีเวลา ผมก็อยากชวนดูหนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังสารคดีจากประเทศอินโดนีเซียที่ชื่อว่า Pesta Babi: Kolonialisme di Zaman Kita (Pig Feast: Colonialism In Our Time)
ถ้าจะบอกว่า Pesta Babi คือหนังที่ร้อนแรงที่สุดในอินโดนีเซียตอนนี้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะความร้อนแรงของมันถึงดีกรีที่ว่าเจ้าหน้าที่ทางการและกองทัพได้บุกไประงับกิจกรรมฉายหนังในหลายพื้นที่ แม้รัฐบาลจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการสั่งแบนหนังก็ตามที
แต่กลายเป็นว่ายิ่งไล่บี้ ก็ยิ่งกระตุกต่อมให้คนอยากดู กระทั่งว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากที่หนังถูกอัปโหลดขึ้นฉายบน YouTube เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ มีคนเข้าชมไปแล้วถึงราว 10 ล้านครั้ง
ถามว่าทำไม Pesta Babi ถึงเป็นกระแสแรงขนาดนี้ ก็ต้องเล่าแบบย่อๆ ว่าตัวหนังนั้นเป็นฝีมือการกำกับของ Dandhy Dwi Laksono นักข่าวสืบสวนชื่อดัง และอำนวยการสร้างโดย Victor Mambor นักข่าวสารคดีชาวปาปัว โดยเนื้อหาสารคดีนั้นพาไปสืบสวนอภิมหาโปรเจกต์บนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มทุน เพื่อเข้ามาผลักดันโครงการอุตสาหกรรมเกษตรขนาดยักษ์ ในพื้นที่จังหวัดปาปัว โดยอ้างจุดประสงค์ว่าทำเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานให้กับประเทศชาติ
สำหรับประเทศอินโดนีเซีย ปาปัวจัดว่าเป็นพื้นที่อ่อนไหวสูง ด้วยว่ามีการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชของคนพื้นเมือง มีเรื่องราวของการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยทางการและกองทัพ มาต่อเนื่องยาวนาน และการที่รัฐและกลุ่มทุนพยายามที่จะเข้าไปเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ในปาปัว ก็ยิ่งไปเติมความซับซ้อนให้กับสถานการณ์ในพื้นที่มากขึ้น เพราะภายใต้โปรเจกต์ที่อ้างเรื่องความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของชาตินั้น มันคือการเข้าไปยึดแย่งทำลายที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ชนพื้นเมืองพึ่งพาในการทำมาหากินและยังชีพกันมายาวนาน ขณะที่พวกเขาแทบไม่ได้ประโยชน์ และปาปัวก็ยังคงเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศ
ความโหดร้ายคือกลุ่มคนที่เข้าไปปล้นชาวบ้านนั้นก็คือกองทัพอินโดนีเซีย ที่นอกจากจะยึดเอาที่ดินไปประเคนให้รัฐกับกลุ่มบริษัทใหญ่แล้ว บางส่วนยังถูกใช้เป็นฐานบัญชาการของกองทัพเอง สะท้อนว่ากองทัพยังคงมีอิทธิพลอยู่มากในสังคมอินโดนีเซีย แม้ประเทศจะผ่านความพยายามเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการทหารมาแล้วเกือบ 30 ปี และขณะเดียวกันหนังก็ฉายภาพให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างกองทัพ รัฐ และกลุ่มทุนใหญ่ ที่สมคบคิดกันอย่างเป็นระบบ
หัวใจสำคัญที่หนัง Pesta Babi ต้องการสื่อสาร ก็คือว่าปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากยุคอาณานิคม ซึ่งอินโดนีเซียนั้นก็ถูกเจ้าอาณานิคมดัตช์เข้ามาตักตวงทรัพยากรจากคนพื้นเมือง พร้อมกับมีการกะเกณฑ์การจัดสรรทรัพยากร กำหนดชนิดของพืชที่ปลูก สินค้าที่ผลิต และบีบบังคับให้คนพื้นเมืองเป็นแรงงานรับใช้อุตสาหกรรมสนองความต้องการเจ้าอาณานิคม
สิ่งที่เกิดขึ้นกับปาปัวในวันนี้จึงสะท้อนว่าระบอบอาณานิคมนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่ตัวผู้กระทำนั้นเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นเจ้าอาณานิคมชาติตะวันตก กลายมาเป็นรัฐบาลของประเทศเสียเอง
จะว่าไปแล้ว ปรากฏการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดแค่ในพื้นที่ปาปัว แต่ยังพบเห็นได้ในอีกหลายมุมของโลก หรือเอาแค่ในประเทศไทยเอง แต่ละคนที่ได้ดูหนังก็อาจจะนึกเทียบเคียงไปกับหลายกรณี ซึ่งสำหรับผมแล้ว ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวระหว่างนั่งดูหนังเรื่องนี้ ก็คือพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ที่กำลังได้รับผลกระทบหนักจากเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าหลายเขื่อนที่อยู่ขวางกั้นแม่น้ำ
ส่วนหนึ่งที่ทำให้แวบไปคิดถึงเรื่องแม่น้ำโขงเป็นอันดับแรก อาจเป็นเพราะตัวเองเคยลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์มากับตา ทั้งที่จังหวัดเชียงราย หนองคาย และเลย ซึ่งในส่วนสองจังหวัดหลังนั้น ผมก็เพิ่งจะเผยแพร่เรื่องราวลงเว็บไซต์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในชื่อบทความว่า ‘6 ปีใต้เขื่อนไซยะบุรี กับวิถีชีวิตคนริมโขงหนองคาย-เลย ที่ต้องสังเวยให้อุตสาหกรรมไฟฟ้า’ ส่วนทางฝั่งเชียงราย ผมก็เคยเผยแพร่เป็นซีรีส์สารคดีสองตอนในชื่อ ‘ชายโขงเชียงรายยามสายน้ำพยศ’ เมื่อสองปีที่แล้ว
แน่นอนว่ากรณีแม่น้ำโขงกับปาปัวนั้นคงเอามาเทียบกันไม่ได้ทั้งหมด แต่มันก็มีหลายส่วนที่คล้ายกัน
ในกรณีปาปัว รัฐและกลุ่มทุนเข้าไปถางป่า ไล่ยึดที่ดินชาวบ้าน เพื่อปลูกปาล์ม ปลูกอ้อย ไว้เป็นส่วนประกอบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง บนเป้าหมายการผลักดันปาปัวให้เป็นศูนย์กลางพลังงานชีวภาพของประเทศและการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ชาติ ขณะที่ในกรณีเขื่อนแม่น้ำโขงนั้น ก็มีขึ้นเพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์พลังงานหลายชาติ อย่างลาวที่ต้องการบรรลุเป้าหมายเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย และไทยซึ่งมีเอกชนเข้าไปร่วมลงทุนและมีรัฐรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนนั้น ก็ยกเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
แต่ก็เป็นอย่างที่ทุกคนรู้ว่าโครงการเขื่อนต่างๆ ได้ส่งผลกระเทือนต่อระบบนิเวศแม่น้ำมหาศาล และทำให้คนในพื้นที่จำนวนมากที่พึ่งพาทรัพยากรทั้งในและรอบแม่น้ำในการยังชีพและทำกินมายาวนาน ไม่อาจทำเช่นนั้นได้อีกต่อไป ซึ่งก็บีบให้ชาวบ้านเริ่มหลุดออกจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองได้ เข้าสู่วงจรเศรษฐกิจแบบตลาด ที่พวกเขาต้องดิ้นรนซื้อหาปัจจัยต่างๆ และเริ่มหันเข้าสู่งานรับจ้างกันมากขึ้น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้คนนี้ถือว่าคล้ายกับกรณีปาปัวไม่น้อย เพียงแต่ในกรณีของไทยนั้นอาจไม่ถึงขั้นมีทหารเข้าไปไล่ที่ชาวบ้าน แต่ก็มีกรณีเทียบเคียงในฝั่งลาว ที่ทางการบังคับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้อพยพโยกย้ายไปยังพื้นที่ที่จัดสรรไว้ให้ แม้ในกรณีไทยจะยังไม่มีการบังคับโยกย้ายก็จริงอยู่ แต่หลายปีมานี้ก็เริ่มมีชาวบ้านตัดสินใจย้ายออกไปหาโอกาสทำกินใหม่ในพื้นที่อื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะไปแบบเป็นครั้งคราวหรือถาวร ก็ด้วยว่าพื้นที่ริมโขงที่พวกเขาอยู่มานานนั้นแทบไม่เหลือทรัพยากรให้ทำมาหาเลี้ยงชีพได้เหมือนเดิม
ผลกระทบยังเกิดขึ้นในอีกหลากหลายมิติ ซึ่งผมจะทยอยเล่าสู่กันฟังผ่านงานสื่อต่อไป แต่ที่ผ่านมาผมก็เคยได้ยินบางคนตั้งคำถามว่า ผลกระทบเกิดกับชาวบ้านก็จริงอยู่ แต่พวกเขาจะเสียสละเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในชาติไม่ได้หรือ
ถ้าจะตอบคำถามนี้ ก็คงยาวถึงขั้นต้องแยกเป็นอีกบทความหนึ่ง แต่สิ่งที่พอตอบได้สั้นๆ ก็คือว่า ที่จริงคนที่เสียประโยชน์จากสิ่งนี้อยู่ไม่ใช่แค่คนริมน้ำโขง แต่คือคนไทยทั้งประเทศที่กำลังแบกรับต้นทุนที่ตัวเองมองไม่เห็น
ในแง่หนึ่ง แม้จะมีคนอ้างว่าไฟฟ้าจากเขื่อนมาช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติ แต่ในภาวะที่เรามีกำลังผลิตไฟฟ้าล้นเกินอยู่นี้ การซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนเพิ่มเติมนั้นจึงกลายเป็นยิ่งเพิ่มภาระค่าไฟ มากเสียกว่าจะช่วยให้ค่าไฟถูกลง ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย' หรือ Take or Pay และหากจะบอกว่ามันช่วยเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ก็ต้องมาตั้งคำถามกันว่ามันสะอาดจริงหรือไม่ ในเมื่อส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขนาดนี้
ต้องไม่ลืมด้วยว่า แม้แม่น้ำโขงจะอยู่ห่างไกลจากใครหลายคน แต่มันคือแหล่งอาหารสำคัญที่ก็หล่อเลี้ยงหลายพื้นที่ของประเทศ เพราะฉะนั้นความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อแม่น้ำก็ส่งผลถึงความมั่นคงทางอาหารของชาติด้วย หาใช่เพียงความสูญเสียของคนริมโขงเพียงอย่างเดียว
และที่สำคัญที่สุด ถ้าเรายังมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว และปล่อยให้ผู้มีอำนาจกระทำต่อชาวบ้านแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งผู้ถูกกระทำนั้นก็อาจกลายมาเป็นเรา
วงศ์พันธ์ อมรินทร์เทวา
รองบรรณาธิการบริหาร The101.world



✉️ อ่านผลงานใหม่ทั้งหมดในสัปดาห์ที่ผ่านมาของวันโอวันและ Subscribe รับ Newsletter ได้ที่: https://mailchi.mp/8f15304ed28c/101-this-week-12874344



💛 101 SUPPORT — ร่วมซัพพอร์ต ร่วมส่งพลัง ร่วมสร้างสรรค์สื่อ
👉 ร่วมสนับสนุน ‘วันโอวัน’ ได้ที่: https://www.the101.world/101support

#วันโอวัน

MRC จับมือ CSOs จัดประชุมโต๊ะกลม เพื่อวางแผนเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00 น. – 15...
28/05/2026

MRC จับมือ CSOs จัดประชุมโต๊ะกลม เพื่อวางแผนเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00 น. – 15:30 น. ที่ โรงแรมรอยัลนาคารา แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จังหวัดหนองคาย คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC), องค์กรภาคประชาสังคม (CSOs), เครือข่ายเยาวชน, นักวิจัยจากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และชุมชนท้องถิ่นทั่วภูมิภาคแม่น้ำโขง ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จัดการประชุมการประชุมโต๊ะกลม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการหารือและสร้างความร่วมมือระหว่างกัน

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ มลพิษ และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขงและชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แนวทางแบบมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนโดยชุมชนในการตรวจสอบ เฝ้าติดตาม และปกป้องแม่น้ำ

ในการนี้ คุณบุษฎี สันติพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC Secretariat) ได้เปิดโอกาสให้ เครือข่ายฮักแม่น้ำโขง (Hug Mekong Network: HMN) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือภาคประชาชนข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกอบด้วยองค์กรสมาชิก 11 แห่งจากไทย ลาว และกัมพูชา และผู้แทนจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน พบปะพูดคุยถึงสถานการณ์ปัญหาคุณภาพน้ำและสารพิษในแม่น้ำโขง และมีการยื่นหนังสือ ข้อเสนออย่างเป็นทางการด้วย

การประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้เยาวชนและชุมชนได้ร่วมแบ่งปันมุมมอง, ประสบการณ์ และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับสุขภาวะของแม่น้ำโขง พร้อมทั้งสำรวจเครื่องมือนวัตกรรมสำหรับวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (Citizen Science) การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม และการเล่าเรื่อง (Storytelling)

นอกจากนี้ การประชุมยังช่วยสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับบทบาท ลำดับความสำคัญ และข้อริเริ่มต่าง ๆ ของ MRC ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ MRC ปี 2026-2030 ซึ่งรวมถึงความพยายามในการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน

#แม่น้ำโขง #คุณภาพน้ำ #สิ่งแวดล้อม #โลกร้อน #ชุมชนริมโขง #เยาวชน #ภาคประชาสังคม #ฮักแม่น้ำโขง #แม่น้ำของชีวิต

ที่อยู่

234/78-79 ซอยถนนมิตรภาพ4 หมู่ 12 บ้านม่วงคำ ต. โพธิ์ชัย
Nong Khai
43000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66858536924

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง7จังหวัดภาคอีสานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง7จังหวัดภาคอีสาน:

แชร์