ประชาคมคนรักแม่กลอง

ประชาคมคนรักแม่กลอง “ไม่ว่าคุณจะเป็นใครในโลกใบนี้ ขอเพียงคุณรักแม่กลอง เราจะมีหัวใจดวงเดียวกันทันที”

ประชาคมคนรักแม่กลอง เป็นการรวมตัวกันของคนที่มีความรักความผูกพันในแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ด้วยกัน เรามีความปรารถนาร่วมกันตรงกัน ที่อยากจะส่งมอบแผ่นดิน แผ่นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ลูกหลานของเรา โดยเรารู้สึกว่าเป็นธุระของเรา เป็นความรับผิดชอบของเรา เรามีจินตนาการ เรามีความทะเยอทะยานว่าเราชาวแม่กลองต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของเราเอง ด้วยวิธีการทำงานในลักษณะที่เป็นระนาบเดียวกัน เสมอภาคกัน ไม่มีหัวไม่มีหาง ไม่มีตำแหน่งประธาน ไม่มีตำแหน่งเลขา บนความเชื่อพื้นฐานที่ว่าเราเชื่อมั่นว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีดีเพื่อแม่กลองบ้านเราได้ ภายใต้กรอบแนวคิดร่วมกันคือการเข้าไปมีส่วนร่วมของภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคมอย่างเข้มแข็ง โดยกระบวนการใช้การจัดการความรู้ ข้อมูล และสันติวิธี

22/08/2026
19/08/2026

“เกลือคือ ทองคำขาว
แผ่นดินเกลือคือ แผ่นดินที่สร้างทองคำขาว”

ตลอดชีวิตของ แก้ว-เกตุแก้ว สำเภาทอง ตั้งแต่เกิดและเติบโตกับนาเกลือ นอนในเรือเกลือ เห็นเตี่ยและแม่ทำเกลือและขายเกลือ จนกระทั่งวันหนึ่งต้องลุกขึ้นสู้เพื่อไถ่ถอนที่ดินนาเกลือกลับคืนมา แล้วตัวเองต้องมาสืบสานกิจการเกลือ เป็นคนเกลือเพียงไม่กี่รายที่ยังเป็นเจ้าของที่ดินนาเกลือและพยายามสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับเกลือทะเล

ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีทางไป ไม่ใช่ไม่มีอาชีพอื่นให้ทำ

แต่เพราะการรักษาแผ่นดินเกลือเป็นพันธกิจชีวิตที่แก้วมอบหมายให้กับตัวเองแล้ว

ผู้หญิงตัวเล็ก เสียงดัง ท่าทางห้าวเป้ง แต่พูดเรื่องเกลือทีไรน้ำตาไหลได้ง่าย ๆ ทุกที ส่งเสียงมาหลายปีให้คนมีอำนาจหันมาดูแลปกป้องคุ้มครองชาวนาเกลือบ้าง เพราะการปล่อยให้คนเกลืออ่อนแอ หากินขาดทุนยากจนข้นแค้นอยู่ร่ำไป เมื่อถึงวันที่เขาล้าและทนไม่ไหว แผ่นดินเกลือไม่เหลือคนเกลือ ที่ดินรอบอ่าว ก.ไก่ (อ่าวไทยตอนใน) อันโอชะแห่งนี้ก็อาจกลายเป็นอาหารหวานคอแร้งสำหรับทุนเทาทุนดำได้ง่ายนิดเดียว

กินเกลือ กินทองคำขาว แล้วส่งกำลังใจให้แก้วและชาวนาเกลือไทยด้วยนะคะ

พบกับเรื่องราวของ “แก้ว” ใน “แม่กลอง young ยืน” EP.7 ตอน “แผ่นดินเกลือ

21 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น.

#เกลือนาแก้ว
#แม่กลองyoungยืน
#เดอะมนต์รักแม่กลอง
#สื่อชุมชนเพื่อสังคมอุดมคติ
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ปลาหมอคางดำไม่ได้ทำลายแค่ปลาแต่อาจทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านทั้งระบบ วันนี้ผมเห็นหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมประมง พยายามเสนอใ...
17/08/2026

ปลาหมอคางดำไม่ได้ทำลายแค่ปลา
แต่อาจทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านทั้งระบบ วันนี้ผมเห็นหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมประมง พยายามเสนอให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ เปลี่ยนจากการเลี้ยงกุ้งและปลาในระบบเปิด ไปสู่การเลี้ยงในระบบปิด หรือที่เรียกว่า “ระบบพัฒนา”

ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีความหวังดีและพยายามหาทางออกให้ประชาชน แต่ในฐานะคนที่ทำมาหากินกับน้ำมาทั้งชีวิต ผมอยากบอกด้วยความเคารพว่า…

ความหวังดีเจตนาดี จะเกิดผลได้ ก็ต่อเมื่อเข้าใจชีวิตจริงของชาวบ้านด้วย ผมเห็นพ่อแม่ทำวังกุ้งมาตั้งแต่จำความได้ ส่วนตัวผมเริ่มทำวังกุ้งหรือเลี้ยงกุ้งในระบบเปิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 จนถึงปี 2530

ผมเป็นเพียงคนเรียนจบชั้น ป.4 ไม่มีความรู้ทางวิชาการ แต่ด้วยความรู้จากพ่อแม่ ประสบการณ์จากพื้นที่ และความเข้าใจในจังหวะของน้ำ ผมสามารถประกอบอาชีพจนซื้อที่ดินได้เกือบ 100 ไร่ในวันนั้น

การเลี้ยงแบบดั้งเดิมไม่ได้เร่งรัดธรรมชาติจนเกินไป เราอาศัยน้ำขึ้นน้ำลง อาศัยอาหารธรรมชาติ และเลี้ยงตามกำลังที่ระบบนิเวศจะรองรับได้

มันอาจเติบโตช้า แต่เป็นความช้าที่มั่นคง ดังคำโบราณว่า“ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม”

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2530 มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา ต้องซื้อพันธุ์กุ้ง ให้อาหาร เติมอากาศ ใช้ยา ปฏิชีวนะ และสารต่าง ๆ พร้อมลงทุนปรับพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ

ระยะแรกเลี้ยงเพียงสองบ่อก็ได้กำไรมหาศาล ทุกคนจึงเร่งขยายบ่อ จากภาคกลางไปถึงภาคตะวันออกและภาคใต้

แต่การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไป กลับกลายเป็นการพัฒนาแบบที่ “หักด้ามพร้าด้วยเข่า”ป่าชายเลนถูกทำลาย แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำลดลง สัตว์น้ำพื้นถิ่นหลายชนิด ทั้งปูทะเล ปลาบู่ ปลาตีน และสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่เคยอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เริ่มลดจำนวนลง บางชนิดหายไปจากพื้นที่

ขณะเดียวกัน อ่าวไทยต้องรับทั้งน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำเสียจากการเกษตร น้ำเสียจากเมือง และน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนา

เมื่อทุกฝ่ายนำของเสียลงสู่แหล่งน้ำ แต่ไม่มีใครช่วยกันฟื้นฟูอย่างจริงจัง สุดท้ายระบบนิเวศจึงรับไม่ไหวและเยียวยาตัวเองไม่ทัน

ประมาณปี พ.ศ. 2535 การเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาในหลายพื้นที่ก็ล่มสลาย

ผมเองขาดทุนและเป็นหนี้ประมาณ 3–4 ล้านบาท ในยุคที่ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 18 เฉพาะดอกเบี้ยก็ต้องจ่ายวันละกว่าหนึ่งพันบาท สุดท้ายต้องขายที่ดินในราคาถูกเพื่อนำเงินไปใช้หนี้

จากคนที่เคยมีที่ดินเกือบ 100 ไร่ ต้องสูญเสียสิ่งที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เพราะเชื่อว่าการเลี้ยงแบบเร่งรัดคือหนทางของความเจริญ นี่คือบาดแผลที่คนเลี้ยงกุ้งรุ่นผมไม่เคยลืม

วันนี้ เมื่อเกิดวิกฤตปลาหมอคางดำระบาดหน่วยงานกลับเสนอให้ชาวบ้านย้อนกลับไปสู่การเลี้ยงในระบบปิดอีกครั้ง ทั้งที่ระบบดังกล่าวต้องขุดบ่อใหม่ ใช้รถแม็คโครและรถแทรกเตอร์ ติดตั้งระบบกรองน้ำ เครื่องเติมอากาศ ซื้ออาหารสัตว์ ใช้ไฟฟ้า ดูแลโรค และต้องมีทั้งเงินทุนกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์สูง

ถามว่าชาวบ้านรอบอ่าวไทยจะเอาทุนมาจากไหน?

ทุกวันนี้หลายครอบครัวแทบไม่มีเงินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จะให้เขาลงทุนเลี้ยงสัตว์น้ำเหมือนนายทุนได้อย่างไร

ระบบปิดอาจเหมาะกับบางคน บางพื้นที่ และบางเงื่อนไข แต่ไม่ควรถูกกำหนดให้เป็นคำตอบเดียวสำหรับชาวบ้านทุกคน เพราะวิถีชีวิต ความรู้ เงินทุน สภาพพื้นที่ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน

การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ไม่ควรเริ่มจากการบอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อหนีปัญหาที่ชาวบ้านไม่ได้เป็นผู้ก่อ

ต้นเหตุคือปลาหมอคางดำแพร่กระจายอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทางออกจึงต้องเริ่มจากการควบคุมจำนวนปลาในคลอง ปากแม่น้ำ ป่าชายเลน และพื้นที่ชายฝั่งอย่างจริงจัง พร้อมฟื้นฟูแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำพื้นถิ่น สนับสนุนเครื่องมือจับปลาที่เหมาะสม สร้างตลาดรับซื้อ ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ และทำงานวิจัยร่วมกับคนในพื้นที่

ที่สำคัญ ต้องมีแผนระยะยาวที่ชัดเจนว่า ใครรับผิดชอบ ใช้งบประมาณอย่างไร ทำพื้นที่ไหนก่อน และวัดผลจากจำนวนปลาหมอคางดำที่ลดลงจริง ไม่ใช่วัดจากจำนวนโครงการ จำนวนการประชุม หรือจำนวนเอกสารที่ผลิตออกมา

หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ลงมือจัดการอย่างจริงจัง วันนี้ปลาหมอคางดำอาจเป็นเพียงหนึ่งในปลาหลายชนิด แต่วันข้างหน้าเราอาจเหลือปลาหมอคางดำเต็มคลอง ขณะที่กุ้ง หอย ปู ปลา และสัตว์น้ำพื้นถิ่นกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าให้ลูกหลานฟัง

เมื่อความหลากหลายทางชีวภาพหายไป สิ่งที่หายตามไปด้วยไม่ใช่แค่อาหาร แต่คืออาชีพ รายได้ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ผมอาจเรียนหนังสือน้อย แต่ผมอยู่กับน้ำและเลี้ยงกุ้งมานานกว่าคนบางคนทำงานในตำรา ผมไม่ได้ปฏิเสธวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี เพราะสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมาก หากนำมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และชีวิตของประชาชน

ผมยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ จดจำตลอดกาลทำตามตลอดไปด้วยความ“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในวิถีท้องถิ่น”

ต้องเข้าใจก่อนว่าชาวบ้านมีชีวิตอย่างไร
ต้องเข้าถึงความทุกข์และข้อจำกัดของเขาจริง ๆแล้วจึงร่วมกันพัฒนาทางออกที่เหมาะสมกับวิถีท้องถิ่น

อย่าคิดแทนชาวบ้านเพียงฝ่ายเดียว
อย่าเปลี่ยนวิถีของเขาโดยไม่เคยถาม
และอย่านำความผิดพลาดในอดีตกลับมาให้ประชาชนแบกรับซ้ำอีกครั้ง

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อกล่าวโทษหรือทำลายกำลังใจของใคร แต่เขียนเพราะยังมีความหวังว่า หน่วยงาน นักวิชาการ และชาวบ้านจะหันมามองเห็นภาพเดียวกัน แล้วนำความรู้ในตำรามาจับมือกับประสบการณ์จากพื้นที่

ชาวบ้านไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา
ชาวบ้านเพียงต้องการการพัฒนาที่ไม่ทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลัง

ถ้ารัฐรับฟังประชาชนอย่างจริงใจ เราจะไม่เพียงหยุดปลาหมอคางดำได้เท่านั้น แต่ยังสามารถฟื้นคืนคลอง ฟื้นคืนสัตว์น้ำพื้นถิ่น ฟื้นคืนอาชีพ และส่งต่อทะเลที่ยังมีชีวิตให้ลูกหลานของเราได้อีกครั้ง

Cr.ปัญญา โตกทอง

15/08/2026

รักษ์บางสะแก

🤍 Calm ไม่ได้หมายถึงเมืองที่เงียบเฉยหรือเมืองที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง4แต่หมายถึงเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจเมืองที...
12/08/2026

🤍 Calm ไม่ได้หมายถึงเมืองที่เงียบเฉย
หรือเมืองที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง4

แต่หมายถึงเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ
เมืองที่ปลอดภัย
มีสุขภาวะ
มีชุมชนที่ดูแลกัน
และเหมาะกับคนทุกวัย

สมุทรสงครามมีต้นทุนของความน่าอยู่
ทั้งขนาดเมืองที่ไม่ใหญ่เกินไป
ชุมชนที่ยังใกล้ชิด
วิถีชีวิตริมน้ำ
และบรรยากาศที่ทำให้เมืองนี้มีจังหวะของตัวเอง

การพัฒนาเมืองให้ Calm
จึงคือการทำให้สมุทรสงครามเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น
ไม่ใช่แค่สำหรับนักท่องเที่ยว
แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ทุกวัน


#เมืองน่าอยู่

#สมุทรสงคราม

สมุทรสงครามเติบโตมากับน้ำแม่น้ำแม่กลองคูคลองจำนวนมากน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มหล่อเลี้ยงทั้งระบบนิเวศ วิถีชีวิต อาชีพ แล...
12/08/2026

สมุทรสงครามเติบโตมากับน้ำ
แม่น้ำแม่กลอง
คูคลองจำนวนมาก
น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม
หล่อเลี้ยงทั้งระบบนิเวศ วิถีชีวิต อาชีพ และเศรษฐกิจของเมือง
น้ำทำให้เกิดชุมชนริมน้ำ
สวนยกร่อง
ประมงชายฝั่ง
อาหารทะเล
เกลือสมุทร
และวัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
แต่ในเวลาเดียวกัน
น้ำก็เป็นโจทย์สำคัญของอนาคต
ทั้งน้ำทะเลหนุนสูง
การบริหารจัดการน้ำ
คุณภาพน้ำ
และความสมดุลของระบบนิเวศ
เพราะฉะนั้น การพัฒนาเมืองสามน้ำ
จึงไม่ใช่แค่การเล่าเสน่ห์ของสายน้ำ
แต่คือการดูแลน้ำ
ให้เป็นรากฐานของเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน
━━━━━━━━━━━━
#เมืองสามน้ำ
#สมุทรสงคราม

12/08/2026

“แม่กลองยังยืน” ตอนนี้ ขอพาไปลงชุมชนชาวสวนที่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

สำหรับแฟนมิตร มรมก. ทุกท่านอาจคุ้นชื่อ “กำนันหน่อย” ดีอยู่แล้วในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ แต่สำหรับคนในพื้นที่ กำนันหน่อยเป็นที่รักและรู้จักในฐานะผู้นำชุมชนทั้งโดยตำแหน่งและโดยธรรมชาติ

บทบาทของกำนันหน่อยน่าสนใจตรงที่เขาเป็นตัวอย่างของคนหนุ่มที่กลับมาดูแลบ้านเกิด อาสาเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน เจอแรงเสียดทานจากระบบราชการและการปกครอง แต่ยังประคับประคองตัวเองให้อยู่ได้ โดยไม่เสียจุดยืน ไม่กินตามน้ำ ไม่ไหลตามระบบแห่งความล้าหลัง

เขาเป็นผู้นำที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการนำนวัตกรรมมาสู่ชุมชนกับการระมัดระวังไม่ให้ชุมชนต้องสูญเสียตัวตน อยากเป็นชุมชนที่ก้าวไปกับโลกโดยไม่ถูกกลบกลืน เป็นชุมชนชาวสวนที่เข้มแข็งและกระฉับกระเฉง เป็นชุมชนที่มีกิจกรรมมากมายหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดแทบไม่ได้เกิดจากการถูกสั่งการหรือแค่ต้องการใช้งบ แต่เป็นกิจกรรมที่ผู้นำและผู้ตามดำริร่วมกันว่านั่นคือ “รักษ์บางสะแก” รักษาบางสะแกที่พวกเขารัก ทั้งในมิติทางกายภาพ ระบบนิเวศน์ และในมิติทาง่สังคม และจิตวิญญาณชุมชน

กิจกรรมลงแขกลงคลอง เป็นหลักฐานหนึ่งซึ่งยืนยันแนวคิดนั้น ถ้าคุณกำลังท้อแท้กับความเป็นไปของประเทศชาติบ้านเมือง การได้รู้ว่าชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งมีคนเล็ก ๆ ที่รวมพลังกันดูแลรักษาบ้านของเขาเองโดยไม่เอาแต่พร่ำบนหรือนิ่งดูดาย บางสะแกอาจเป็นความหวังที่ชุบชูหัวใจของคุณขึ้นมาได้

พบกับเรื่องราวของ “กำนันหน่อย” ใน “แม่กลอง young ยืน” EP.6 ตอน “ลงแขกลงคลอง”

14 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น.

#ลงแขกลงคลอง
#รักษ์บางสะแก
#แม่กลองyoungยืน
#เดอะมนต์รักแม่กลอง
#สื่อชุมชนเพื่อสังคมอุดมคติ
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

12/08/2026

สมุทรสงคราม…เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสายน้ำ 🌊 วิถีชีวิต 🛶 และความอบอุ่นของผู้คน 🤍

ความน่าอยู่ของเมือง ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานที่เพียงอย่างเดียว 🏡 แต่เกิดจากความใส่ใจของทุกคนที่อาศัยอยู่ร่วมกัน 🤝 ไม่ว่าจะเป็นการดูแลพื้นที่ 🌿 ใช้สถานที่ส่วนกลางอย่างเข้าใจ หรือช่วยกันรักษาความเป็นระเบียบในเรื่องเล็ก ๆ รอบตัว ✨

เพราะทุกการกระทำของเรา ล้วนมีส่วนทำให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ขึ้นได้ 💙

มาร่วมกันดูแลสมุทรสงคราม ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ 🌱 และเป็นเมืองที่ใคร ๆ ก็อยากกลับมาเยือนอีกครั้งนะคะ 😊

สมุทรสงคราม เมืองน่าอยู่ เริ่มที่ความใส่ใจ 💙✨


#เสน่ห์เมืองสามน้ำ
#สมุทรสงคราม

ผลกระทบของปลาหมอคางดำไม่ใช่ แต่เกษตรแต่เป็นผลกระทบของทุกคน
24/07/2026

ผลกระทบของปลาหมอคางดำไม่ใช่
แต่เกษตรแต่เป็นผลกระทบของทุกคน

◉ BIODIVERSITY: ถ้าวันหนึ่งจากที่เราเคยสั่งขนมจีนน้ำยาปู กุ้งแช่น้ำปลา หรือปลาหมึกผัดไข่เค็ม แต่เมนูที่ได้รับกลับกลายเป็นขนมจีนน้ำยาปลาหมอคางดำ ปลาหมอคางดำแช่น้ำปลาและปลาหมอคางดำผัดไข่เค็ม.. นี่จะไม่ใช่ฝันร้ายเดียวที่จะเกิดขึ้น
พาไปสำรวจและทบทวนผลกระทบของปลาหมอคางดำอย่างรอบด้านผ่าน 3 มิติง่าย ๆ ทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คน
◦ ด้านสิ่งแวดล้อม
#ฟักตัวเร็ว ปลาหมอคางดำถือเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีลักษณะการสืบพันธุ์ที่วางไข่ไว้ในปากตัวผู้และฟักตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อัตราการรอดของลูกปลาสูงกว่าปลาหลายชนิด
#กินไปซะหมด ปลาหมอคางดำสามารถกินได้ทั้งลูกกุ้ง ลูกปู ลูกปลา และพืชน้ำ พบมากในบริเวณป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ จึงส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหารและวงจรชีวิตของสัตว์น้ำท้องถิ่นมีจำนวนลดลง
จากบทความของสภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำลดลงถึง 50% ภายในเวลาเพียง 2 ปี และในจังหวัดสงขลาพบว่าปลาหมอคางดำมีสัดส่วนมากถึง 60% ของสัตว์น้ำทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อความสมดุลของระบบนิเวศ
◦ ด้านเศรษฐกิจ
ความน่ากังวลคือปลาหมอคางดำหลุดเข้าไปในบ่อเลี้ยงระบบปิด มันสามารถกินลูกสัตว์น้ำในบ่อจนเสียหายได้ทั้งหมด
ข่าวของเกษตรกรเลี้ยงกุ้งที่สูญเสียผลผลิตไปทั้งบ่อ ไม่ใช่เพียงความเสียหายระดับบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนวิกฤติของการผลิตอาหารไทย โดยมีชาวบ้านเรียกค่าเสียหายในอัตราไร่ละ 10,000 บาทต่อปี ปลาหมอคางดำยังมีราคาต่ำจนชาวประมงไม่สามารถสร้างรายได้มาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
ในพื้นที่แพรกหนามแดง ศูนย์วิจัยฯ มธ. พบว่าปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายต่อชาวประมงท้องถิ่นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 131.96 ล้านบาทต่อปี โดยไม่รวมความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม และเป็นเพียงการสำรวจในพื้นที่เดียวเท่านั้น แล้วความเสียหายของทั้งประเทศล่ะ จะเท่าไหร่?
◦ ด้านคุณภาพชีวิต
#ความมั่นคงทางอาหารที่จะหายไป หากยังมีการระบาดต่อไป ทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดลงย่อมทำให้การทำประมงเป็นเรื่องยากขึ้น มีต้นทุนสูงขึ้น และต้องจำหน่ายในราคาที่แพงขึ้น ขนาดเกษตรกรเลี้ยงกุ้งยังต้องซื้อกุ้งกิน แล้วในอนาคตอาหารทะเลจะขาดแคลนขนาดไหน
ผลลัพธ์สุดท้ายคือผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้ออาหารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาหารทั่วในระยะยาว สิ่งนี้อาจนำไปสู่ปัญหาการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย ราคาเป็นธรรม และมีความหลากหลาย ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยอาจไม่สามารถเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพหรือวิถีชีวิตของตนเองได้ อย่างอิสระ
เมื่อปลาหมอคางดำระบาด ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในแหล่งน้ำ แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจและจานอาหารของคนไทย เพราะในอนาคตอันใกล้ เมนูอย่างต้มยำปลาหมอคางดำ หรือน้ำพริกปลาหมอคางดำ อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
และในวันนั้น ข้าวไข่เจียวปูเจ๊ไฝราคา 1,500 บาท อาจถูกมองว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกว่าที่หลายคนเคยคิดก็เป็นได้
อ้างอิง:
https://www.buu.ac.th/news/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%96/

https://www.onep.go.th/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3-%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B3/

https://www.kku.ac.th/th/191945/
https://www.tcc.or.th/black-chin-tilapia/
https://www.thaipbs.or.th/news/content/343862
https://thaipublica.org/2024/08/blackchin-tilapia-damage-spread/

16/07/2026

ความเสียหายเกิดไปแล้ว

ที่อยู่

105/13 หมู่ 2 ตำบลบางแก้ว
Maklong
75000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ประชาคมคนรักแม่กลอง โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ประชาคมคนรักแม่กลอง:

ทางลัด

แชร์