01/11/2025
ใครลอบ (ล่า) ค้า “เขี้ยวพะยูน” อย่าให้เหลือแค่ชื่อ 203 ชีวิตสุดท้ายในทะเลไทย
ตัดหัวและถอดเขี้ยว! ร่างที่ไร้หัวของ “พะยูน” ตัวที่ 22 ของปีนี้ เธอเป็นตัวเมียโตเต็มวัยความยาว 2.5 เมตร ถูกพบเกยตื้นบริเวณหาดบ้านหลังเกาะ ตำบลเกาะศรีบอยา จังหวัดกระบี่
หากกางสถิติเพียงช่วง 9 เดือนของปี 2568 ไทยสูญเสีย “พะยูน” สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 9 ของไทยไปแล้ว 24 ตัว แต่ถ้าย้อนหลังช่วงปี 2566-2568 ทั้งหมด 114 ตัว และ 246 ตัวในช่วง 10 ปีที่ไทยต้องสูญเสียสัตว์ทะเลหายากชนิดนี้
ที่น่าสะเทือนใจ คือ จาก 114 ตัว ที่เกยตื้นตาย พบมีการลักลอบตัดเขี้ยว และหัว 9 ตัว เฉพาะในปีนี้พบพะยูนเกยตื้นทั้งหมด 2 ตัว เป็นพะยูนที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยว และหัว 1 ตัวในพื้นที่กระบี่ และภูเก็ต แม้ผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จะบ่งชี้ว่า ทั้งหมดถูกตัดหลังตายแล้ว
การตายของพะยูนด้วยลักษณะนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) วิเคราะห์สถานการณ์ที่บ่งชี้ถึงความไม่ปกติ
ทีมสอบสวนพุ่งเป้าว่า ยังมีกลุ่มบุคคลที่ล่าพะยูนด้วยวิธีการถอดเขี้ยว และการตัดหัวเพื่อนำเขี้ยวพะยูน ไปลักลอบซื้อ-ขายในกลุ่มผู้สนใจที่นิยมสะสมเขี้ยวพะยูน ที่มักพบเห็นได้ทางสื่อสังคมออนไลน์ และชาวประมงในพื้นที่แหล่งอาศัยของพะยูน เช่น ตรัง กระบี่ ภูเก็ต พังงา
“สุดยอดเครื่องรางใต้ ตันหยง เขี้ยวดุหยง พุทธคุณโดดเด่นโภคทรัพย์ เมตตามหานิยม” …ข้อความเชิญชวนให้ซื้อเขี้ยวพะยูน ยังคงพบเห็นในโลกออนไลน์ ตามกลุ่มซื้อขายเครื่องรางของขลัง และนักสะสมสัตว์หายาก พร้อมกับภาพตะกรุด แหวนที่อวดอ้างว่าทำจากเขี้ยว หรือกระดูกของพะยูน
“พะยูนถูกตัดหัว เพื่อนำเขี้ยวไปค้า จากการตรวจของสัตวแพทย์ พบว่าพะยูนตายก่อน ไม่ใช่ถูกตัดหัวแล้วตาย จึงแสดงว่าไม่ใช่ขบวนการล่า ซึ่งบางตัวเกยตื้นตายจากอุบัติเหตุจากเรือ ติดอวนตาย เมื่อชาวประมงพบ ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่แต่ตัดหัว เอาเขี้ยวไปขาย”
นายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วิเคราะห์สถานการณ์พะยูนตายว่า อาจยังไม่ถึงกับมีขบวนการล่าพะยูน แต่ยอมรับว่าไม่สบายใจที่พบเห็นการค้าซากพะยูนในตลาดออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพบเห็นน้อยมาก และจับกุมได้ยาก เนื่องจากมีราคาสูง และไม่ทราบว่าเป็นของจริงหรือไม่ ซึ่งเขี้ยวพะยูนจะเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม นอกจากนี้การค้นหาตัวตนของผู้ค้าออนไลน์ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการปกปิดตัวตนและที่อยู่ และเวลาติดต่อซื้อผู้ค้าจะใช้วิธีการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ไม่ได้มาส่งถึงมือแบบเคสซื้อขายสัตว์ป่า
“ตลาดออนไลน์ค้าเขี้ยวพะยูน มักอ้างสรรพคุณเครื่องราง ของขลังจากการที่พะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวนหายากใกล้สูญพันธุ์ ส่วนใหญ่จึงแปรรูปเป็นตะกรุด หัวแหวนเสริมบารมี ทำให้มีราคาตั้งแต่หลัก 1,000 บาท หลัก 10,000 บาทจนถึงหลักแสนบาทต่อชิ้น ส่วนกะโหลก และพะยูน ก็มีราคาหลักหมื่นขึ้นกับขนาด รวมทั้งน้ำตาพะยูนที่อ้างเป็นยาเสน่ห์ ซึ่งคนที่ครอบครองจึงค่อนข้างมีฐานะและมีรสนิยมสะสมของแปลกและเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม ซึ่งบางครั้งก็อาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย”
หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง กล่าวว่า กลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือชาวประมงในพื้นที่พบซากพะยูนเกยตื้นตาย รวมทั้งกลุ่มซื้อขายเขี้ยวพะยูนในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ผ่านมานี้มี 5-6 บัญชีที่ยังพบเห็นการโพสต์ แต่ปัจจุบันพบเห็นน้อยมาก จากการติดตามของชุดเหยี่ยวดง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส. ) จะขยายผลการจับกุมจากสายข่าว และสืบจากที่อยู่ต้นทางที่โพสต์ ซึ่งพบบางเพจก็ไหวตัวทันปิดหนี
แน่นอนว่า สถานะของ “พะยูน” เป็นสัตว์ป่าสงวนตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ห้ามล่า ห้ามค้าและห้ามมีไว้ครอบครอง โดยการล่าพะยูน และการถอดเขี้ยว ซึ่งถือเป็นซากสัตว์ป่าสงวน จะมีความผิดตามมาตรา 12 “ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวน” ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 89 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามมาตรา 17 “ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ซึ่งสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว” ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 92 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามมาตรา 29 “ห้ามมิให้ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว” ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 89 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ความเชื่อผิดๆ ว่าเป็นเครื่องรางของขลัง เมตตามหานิยม ยังคงไม่สิ้นสุด
แม้ข้อมูลจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จะระบุว่า ฟันเขี้ยวหรืองาพะยูน (Tusk) เป็นฟันคู่หน้าของขากรรไกรบน พบได้ในพะยูนตัวเต็มวัยเท่านั้น โดยเฉพาะตัวผู้ที่จะมีลักษณะของฟันเขี้ยวที่เห็นได้ชัดเจน ส่วนในตัวเมียฟันเขี้ยวอาจไม่โผล่ออกมาหรือมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น
“ฟันของพะยูน” จะทำนายอายุของพะยูนเมื่อพะยูนตัวผู้เข้าสู่ช่วงตัวเต็มวัย อายุราว 13-14 ปี จะพบลักษณะของฟันเขี้ยวที่ยาวยื่นออกมาให้เห็นชัดเจน โดยภายในเนื้อฟันจะมีชั้นของการเจริญเติบโตซ้อนทับกัน ลักษณะคล้ายกับวงปีในต้นไม้ ซึ่ง 1 ชั้นเนื้อฟัน เท่ากับพะยูนอายุ 1 ปี ดังนั้นลักษณะการเจริญเติบโตของเนื้อฟันจึงสามารถบ่งบอกถึงอายุของพะยูนได้
เขี้ยวพะยูน ถือเป็นลักษณะเด่นที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของความเป็นตัวผู้ที่มีต่อตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ เพิ่มอัตราการจับคู่ การขยายพันธุ์ เพื่อการรักษาพันธุกรรมและดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองไว้ได้ สวนทางกับความเชื่อแบบผิดๆ ว่าเขี้ยวพะยูนเป็นเครื่องรางของขลัง และมีเสน่ห์เมตตามหานิยม ที่อาจไม่ได้อยู่บนฐานของความจริง
ปัจจุบันพะยูนในทะเลไทยที่เหลืออยู่เพียง 203 ตัว แบ่งเป็นฝั่งอันดามัน 187 ตัว และฝั่งอ่าวไทย 16 ตัว และยังมีแนวโน้มลดลงในช่วง 3 ปีนี้ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย เพราะไม่เพียงแค่ความวิกฤตของถิ่นอาศัยที่ลดลง แหล่งหญ้าทะเลที่เสื่อมโทรม ภัยคุกคามจากเครื่องมือประมง แต่ยังถูกซ้ำเติมจากความเชื่อผิด ๆ เขี้ยวพะยูนแลกกับ 1 ชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะพะยูนไม่ใช่เพียงสัตว์ทะเลหายาก แต่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของทะเลไทย
ภารกิจ “เคาะประตูบ้าน” ในพื้นที่ชุมชนที่พบพะยูนถูกตัดหัวถอดเขี้ยว จึงเริ่มต้นทันที เป้าหมายดึงชาวประมงมาเป็นสายข่าว รวมทั้งการเฝ้าระวังการซื้อขายทางออนไลน์ ควบคู่กับการรณรงค์ลบล้างความเชื่อผิด ๆ เครื่องรางของขลัง ยาเสน่ห์จากเขี้ยวพะยูน และการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ก่อนที่พะยูนจะเหลือเพียงแค่ชื่อในตำราเรียนเหมือนสัตว์ป่าสงวนตัวอื่น ๆ จากฝีมือของมนุษย์
ขอบคุณภาพจาก : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
#23ปีกรมอุทยานแห่งชาติ #เขี้ยวพะยูน #พะยูน #สัตว์ป่าสงวน