17/09/2026
คำกล่าวปาฐกถา
เรื่อง “รางวัลสันติภาพพิชัย รัตตกุล”
ท่านอดีตผู้ว่าการภาค ชำนาญ จันทร์เรือง
16 กันยายน 2569
⸻
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเชิญให้มาร่วมกล่าวปาฐกถาในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านพิชัย รัตตกุล ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตให้กับการสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และสันติภาพ ทั้งในประเทศไทยและในเวทีโลก
เมื่อพูดถึงคำว่า “สันติภาพ” หลายคนอาจนึกถึงการไม่มีสงคราม แต่สำหรับผม สันติภาพไม่ได้หมายถึงการไม่มีความขัดแย้ง หากหมายถึง การจัดการกับความขัดแย้งด้วยเหตุผล ด้วยความเข้าใจ และด้วยสันติวิธี ซึ่งสันติภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อสังคมมีความเป็นธรรม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเปิดใจรับฟังกัน
ท่านผู้มีเกียรติครับ
ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะผู้ที่เคยทำงานในบทบาท ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับอุดมการณ์ของท่านพิชัย
บทบาทแรก ผมเคยเป็นประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
บทบาทที่สอง ผมเคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเชื่อว่ากฎหมายที่ดีไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการปกครอง แต่ต้องเป็นเครื่องมือสร้างความเป็นธรรม เพราะความเป็นธรรมคือรากฐานของสันติภาพ
และบทบาทสุดท้าย ผมเป็นโรแทเรียนหรือสมาชิกสโมสรโรตารี เช่นเดียวกับท่านพิชัย และอีกหลายท่านที่อยู่ในห้องนี้
ซึ่งโรตารีสากลมีคติพจน์ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี คือ “สร้างผลงาน เพื่อสันติสุข” หรือ “Peace Through Service” และมูลนิธิโรตารีของโรตารีสากลก็ได้กำหนดเรื่องการสร้างสันติภาพและการแก้ไขความขัดแย้งไว้เป็นหนึ่งในเจ็ดของเรื่องที่สำคัญหรือ Seven Areas of Focus เพราะเราเชื่อว่า บริการเหนือตนเองหรือService Above Self คือหนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง
ท่านผู้มีเกียรติครับ
การจัดงานครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านพิชัย รัตตกุล ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงบุคคลสำคัญของประเทศ
แต่เป็นการรำลึกถึงคุณค่าและอุดมการณ์ที่ท่านยึดมั่นมาตลอดชีวิต
ไม่ว่าจะในฐานะนักสันติวิธี นักการเมือง หรือผู้นำองค์กรระหว่างประเทศที่มีสมาชิกเป็นล้านคน(สโมสรโรตารี)
ท่านพิชัยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่เอาชนะผู้อื่น แต่คือ ผู้ที่ทำให้ผู้คนที่มีความเห็นต่างสามารถหันหน้ามาพูดคุยกัน สร้างความเข้าใจ และก้าวเดินไปด้วยกัน
นี่คือมรดกที่มีคุณค่ายิ่งกว่าตำแหน่งหรือเกียรติยศใด ๆ
ด้วยเหตุนี้ การครบรอบหนึ่งศตวรรษของท่านพิชัย จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรำลึกถึงอดีต
แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “มรดกแห่งอนาคต”
มรดกที่ไม่ใช่อาคาร
ไม่ใช่อนุสาวรีย์
แต่เป็นการสร้างคน สร้างความคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด
“จากชีวิตที่อุทิศเพื่อสันติภาพ สู่มรดกแห่งอนาคต”
แนวคิดสำคัญประการหนึ่งของการจัดงานครั้งนี้ คือการจัดตั้ง “รางวัลสันติภาพพิชัย รัตตกุล”
รางวัลนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อยกย่อง บุคคล องค์กร หรือโครงการ ที่สร้างคุณูปการต่อการสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดผู้นำ รุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ในการสร้างสังคมแห่งความเข้าใจและสันติวิธี
สิ่งที่ทำให้รางวัลนี้มีความหมาย คือเราไม่ได้มองหาผู้มีตำแหน่งหรือผู้มีอำนาจ
แต่เรากำลังมองหา ผู้ที่มีภาวะผู้นำในการสร้างสันติภาพ
ผู้ที่ใช้การพูดคุยแทนความรุนแรง
ใช้ความเข้าใจแทนความหวาดระแวง
ใช้การประนีประนอมแทนการแบ่งฝ่าย
และใช้ความกล้าหาญในการเชื่อมผู้คนเข้าหากัน
ผู้ได้รับรางวัล
อาจเป็นผู้นำชุมชน
อาจเป็นเยาวชน
อาจเป็นนักวิชาการ
อาจเป็นองค์กรภาคประชาสังคม
หรืออาจเป็นประชาชนธรรมดาๆคนหนึ่ง
แต่เป็นผู้ที่ทำให้สังคมดีขึ้น ด้วยพลังของสันติวิธี
นี่คือหัวใจของรางวัลนี้
เราตั้งใจให้รางวัลสันติภาพพิชัย รัตตกุล เป็นรางวัลประจำปี โดยจะเริ่มพิจารณามอบรางวัลเป็นครั้งแรกในปีหน้า ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการเสนอชื่อ และรายละเอียดต่าง ๆ จะประกาศให้ทราบต่อไป โดยเบื้องต้นตั้งเป้าให้มีเงินรางวัลไม่น้อยกว่า 100,000 บาท
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเงินรางวัล คือคุณค่าที่รางวัลนี้จะสร้างขึ้น
เพราะรางวัลนี้จะเป็นทั้งกำลังใจให้ผู้ที่ทำงานเพื่อสันติภาพ และเป็น แรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เชื่อว่า คนธรรมดาก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้
ท่านผู้มีเกียรติครับ
ผมเชื่อว่า การรำลึกถึงท่านพิชัย รัตตกุล ที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงการจดจำสิ่งที่ท่านเคยทำ
แต่คือการทำให้อุดมการณ์ของท่านยังคงมีชีวิตอยู่ ผ่านการกระทำของพวกเราทุกคน
หากวันนี้ เราเลือกที่จะรับฟังกันมากขึ้น
เข้าใจกันมากขึ้น
เคารพความแตกต่างมากขึ้น
และร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้น
นั่นก็คือการสืบทอดอุดมการณ์ของท่านพิชัยอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมกันเป็นผู้ก่อตั้ง ผู้สนับสนุน และ ผู้ผลักดันรางวัลสันติภาพพิชัย รัตตกุล ให้เติบโตเป็นสถาบันแห่งการยกย่องผู้สร้างสันติภาพของประเทศไทย
เพื่อให้เมล็ดพันธุ์(Sow the seed …)แห่งสันติภาพที่ท่านพิชัยได้หว่านไว้ เติบโตงอกงาม และส่งต่อเป็นมรดกอันทรงคุณค่าไปสู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป
เพราะบุคคลอาจจากไป... แต่คุณค่าที่สร้างไว้... จะคงอยู่ตลอดไป... หากยังมีผู้คนร่วมกันสืบทอดและลงมือทำ...ครับ
----------------