ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค V.2

ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค V.2 เพื่อชาติ และประชาชน

ช่วยเรียกมาอ่านเร็ว รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinorkความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม
23/06/2026

ช่วยเรียก
มาอ่านเร็ว รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork
ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม

อยู่ดี ๆ ก็หายยยย ไลน์ไม่ตอบบบ

คิดถึงคุณไอซ์ค่ะ เห็นกดติดตามดิฉัน คุยหาหลายโพสต์ก็เฉยไปเลย

ดิฉันก็เลยเอาเรื่องนี้มาเขียนให้ เผื่อคุณไอซ์จะผ่านมาเห็นนะคะ

โพสต์ดึกไปหน่อยไม่ว่ากันค่ะ ดิฉันไม่ได้มีภาระต้องตื่นเช้าไปวิ่งรอกห้องประชุม กมธ.

ทีนี้เข้าเรื่องค่ะ

พอได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีของ คุณไอซ์ รักชนก ดิฉันก็คิดอยู่คำเดียวว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกลดรูปให้เหลือเพียงคำว่า “เห็นต่างทางการเมือง” อีกต่อไปแล้ว

เพราะสิ่งที่ศาลวินิจฉัยนั้น ไม่ได้มองแค่โพสต์
ไม่ได้มองแค่รีทวีต แต่ศาลมอง พฤติกรรมของจำเลยทั้งชุด

และยิ่งอ่านถ้อยคำในคำพิพากษา ก็ยิ่งยากจะทำเป็นไม่เห็นค่ะ เพราะศาลเขียนไว้ชัดจนคนที่ยังพยายามฟอกให้เรื่องนี้เป็นเพียงนิทานน้ำตาของ “นักการเมืองหญิงผู้ถูกกลั่นแกล้ง” น่าจะต้องอายแทนกันบ้าง

ศาลระบุไว้ตรง ๆ ว่า

“ข้ออ้างของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ”

นี่ไม่ใช่คำของฝ่ายตรงข้ามนะคะ
ไม่ใช่คำของคนที่ไม่ชอบพรรคประชาชน
และไม่ใช่คำแซะจากโซเชียล

นี่คือ คำของศาล

และยังมีอีกประโยคที่ดิฉันเห็นว่าคนอ่านควรหยุดดูให้ดี

“ไม่ตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวน และไม่ขวนขวายในการแสดงหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน”

ประโยคนี้ก็เช่นกันค่ะ ไม่ใช่คำด่า ไม่ใช่การใส่สีตีไข่ แต่เป็นสิ่งที่ศาลบันทึกไว้ในคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ

เพราะฉะนั้น ดิฉันคงต้องขอร้องกันตรง ๆ ว่า กรุณาเลิกเล่าเรื่องนี้แบบนิทานปลอบใจกันเสียทีว่าเป็นเพียงกรณีของ “นักการเมืองหญิงที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง”

เพราะถ้าถูกกลั่นแกล้งจริง
เหตุใดข้ออ้างจึงทำให้ศาลเชื่อไม่ได้

ถ้าบริสุทธิ์จริง เหตุใดจึงไม่ขวนขวายแสดงหลักฐานให้หนักแน่นตั้งแต่ต้น

และถ้ามันเป็นแค่เรื่องการเมืองจริง ๆ
เหตุใดศาลชั้นต้นจึงพิพากษาจำคุกถึง 6 ปี

แน่นอนค่ะ จำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์
สิทธินั้นเป็นสิทธิพื้นฐาน และไม่มีใครปฏิเสธ

แต่ดิฉันขออนุญาตเรียนว่า สิทธิอุทธรณ์ ไม่ใช่ผ้าคลุมล่องหน ที่จะเอามาคลุมทุกอย่างจนความรับผิดชอบทางการเมืองหายไปพร้อมกันได้

และตรงนี้เองที่ทำให้ดิฉันเห็นว่า ปัญหาของคดีนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวคุณไอซ์ รักชนก เท่านั้น
แต่อยู่ที่ พรรคประชาชน ด้วย

เพราะถ้าลองสมมติกลับกันดูเล่น ๆ ว่า คนที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาแบบนี้เป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม

ดิฉันเชื่อจริง ๆ ค่ะว่า ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เราคงได้เห็นการตั้งโต๊ะแถลงเรื่องจริยธรรม
ได้ฟังคำสอนเรื่องมาตรฐานนักการเมือง
และได้เห็นการเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเร่งด่วน

แต่พอเป็นคนของตัวเอง ทุกอย่างกลับนุ่มนวลลงอย่างน่าประทับใจ

จากที่เคยเรียกร้องให้คนอื่น “ลาออก”
ก็กลายเป็น “ต้องรอคดีถึงที่สุด”

จากที่เคยพูดเรื่อง “มาตรฐานนักการเมือง”
ก็กลายเป็น “ต้องเคารพสิทธิจำเลย”

จากที่เคยใช้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปไล่บี้คนอื่นอย่างมั่นอกมั่นใจ พอถึงคิวของตัวเอง ศาลชั้นต้นกลับกลายเป็นเพียง “ด่านหนึ่งของกระบวนการ” ขึ้นมาทันที

ดิฉันเกรงว่าจะต้องพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
นี่ไม่ใช่หลักการค่ะ

นี่ไม่สมควรแม้แต่จะใช้คำว่า สองมาตรฐาน
เพราะนี่คือ “มาตรฐานเดียว” ที่ค่ายคุณไอซ์มี

และที่ชวนให้รู้สึกเวทนายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือการที่พรรคยังปล่อยให้คนซึ่งมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นลักษณะนี้ ออกมาสวมบทนักตรวจสอบคนอื่นต่อไปได้อย่างหน้าตาเฉย

จะตรวจสอบใคร
จะสอนใคร
จะชี้หน้าด่าใครเรื่องจริยธรรม

ดิฉันว่าอย่างน้อยที่สุด ก็ควรเริ่มจากตอบคำถามของสังคมให้ได้ก่อนว่า

เมื่อศาลเขียนไว้เองว่า “ข้ออ้างของจำเลยไม่น่าเชื่อถือ” ตัวคุณ พรรคของคุณรับผิดชอบอะไรบ้าง

หรือจะเอาแต่บอกให้คนอื่นรับผิดชอบ
แต่พอเป็นคนของตัวเองกลับขอเวลา ขอโอกาส ขอความเห็นใจ และขอให้ทุกคนเงียบ

ถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันเห็นว่าพรรคประชาชนก็ควรเลิกใช้คำว่า “มาตรฐาน” ได้แล้วค่ะ เพราะมันเปลืองลมปากโดยใช่เหตุ

มาตรฐานที่ใช้ได้เฉพาะกับศัตรูทางการเมือง
แต่ใช้ไม่ได้กับคนของตัวเอง ไม่เรียกว่ามาตรฐานหรอกค่ะ

เรียกว่า “อภิสิทธิ์” ใช่ค่ะ คำว่า “อภิสิทธิ์” ที่พวกคุณเรียกร้องกันมาตลอดว่าประเทศเราไม่ควรมี แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ว่า พรรคประชาชน ใช้มากกว่าใคร

สรุปสั้น ๆ นะคะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาไอซ์ รักชนกไปแล้ว
แต่สิ่งที่ยังไม่ถูกพิพากษาเสียที คือ ความหน้าซื่อใจคดของพรรคที่อุ้มกันเอง

และถ้ายังปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ
คดีนี้จะไม่ได้ประจานแค่จำเลยคนหนึ่งหรอกค่ะ

แต่มันจะประจานทั้งพรรคว่า
เวลาคนอื่นโดนคดี พรรคนี้เรียกหาจริยธรรม
แต่เวลาคนของตัวเองโดนศาลพิพากษา พรรคนี้เรียกหาแค่ข้ออ้าง

เท่านั้นเองค่ะคุณไอซ์
ถ้าอ่านจบแล้วว่างเมื่อไร กดโกรธให้ดิฉันบ้างก็ได้นะคะ เห็นคุณไอซ์ชอบตะโกนว่า “โกรธ” “โกรธมากกก” อ่อ อิโมจิโกรธคือแบบนี้นะคะ
“😡”

😂😂😂😂😂😂
23/06/2026

😂😂😂😂😂😂

ฝ่ายสื่อสารชั้น 5 ไม่ถูกใจสิ่งนี้
23/06/2026

ฝ่ายสื่อสารชั้น 5 ไม่ถูกใจสิ่งนี้

#ทุกคนคะ หนูไปขุดเจอเรื่องที่อยากให้ทุกคนรู้ค่ะ

QRS Global คือหนึ่งใน broker ที่ DSI ระบุในคดี Forex ไทย

หนูไปค้นพบว่า ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย
มีคำสั่งเกี่ยวกับบริษัทนี้ไว้แล้วค่ะ

21 มีนาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย
เลขคดี FCA 321

ASIC ฟ้องและได้รับคำสั่งปิด 95 บริษัท ที่เชื่อมโยงกับ Forex/Crypto scam รูปแบบ "Pig Butchering" (ขุนให้อ้วนแล้วเชือด)

โดยระบุว่าเป็นฝีมือ
"กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

และหนึ่งใน 95 บริษัทนั้นคือ QRS Global Pty Ltd (ACN 665 543 966)

ศาลระบุชัดในคำตัดสินว่า:

"The purported appointment of William Reid-Drought as director of QRS Global Pty Ltd is void and of no effect"

ข้อมูลกรรมการของบริษัทนี้เป็นเท็จ คนที่ถูกระบุเป็นกรรมการ ไม่ได้ยินยอมเป็นกรรมการจริง

นี่คือรูปแบบ "ตั้งบริษัทบังหน้าโดยใช้ตัวตนปลอม" ที่ ASIC เรียกว่า pig butchering scam

ความเสียหายในคดีออสเตรเลีย:
นักลงทุน 1,500 คน สูญเงิน 35.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
พบเงินจริงคืนได้แค่ 33,018 ดอลลาร์ ไม่ถึง 0.1%

QRS Global คือ broker ที่ DSI ไทยระบุว่าอยู่ในเครือข่ายคดีนี้ ที่มีคลิปปรากฎพี่ป้อม ภาวุธร่วมโปรโมท ได้มือถือและเที่ยวฝรั่งเศส

สำหรับผู้ที่ร่วมธุรกิจกับ QRS Global ควรรู้ด้วยว่า broker ที่คุณฝากเงินไปนั้น ศาลต่างประเทศตัดสินไว้ว่าอะไร

ปล. หนูคาดว่า DSI น่าจะมีหลักฐานชิ้นนี้แล้ว
https://www.judgments.fedcourt.gov.au/judgments/Judgments/fca/single/2025/2025fca0321
https://www.asic.gov.au/about-asic/news-centre/find-a-media-release/2025-releases/25-052mr-asic-warns-of-threat-from-hydra-like-scammers-after-obtaining-court-orders-to-shut-down-95-companies/

22/06/2026

ไทยมีโพลตั้งแต่ 2475 แล้วนะ
พ่อง PD เป็นผู้จัดทำโพลแน่ๆ

บทความจาก The Economist เชียวนะรู้จักกันไหมอ่ะ Gen Zหรือรู้จักกันแต่ เพจมะนาว8จะไม่หาอะไรไปหักล้างกันหน่อยเหรอไปส่องคนดิ...
22/06/2026

บทความจาก The Economist เชียวนะ
รู้จักกันไหมอ่ะ Gen Z
หรือรู้จักกันแต่ เพจมะนาว8
จะไม่หาอะไรไปหักล้างกันหน่อยเหรอ
ไปส่องคนดิ้นกัน

BIZ: รู้จัก ‘สังคมนิยมแบบ Gen Z’
ไม่สนใจยึดปัจจัยการผลิต ไม่สนใจโลกร้อน
เกลียดภาคธุรกิจ เน้น ‘ยึดทรัพย์’ มหาเศรษฐี
มาสร้างรัฐสวัสดิการ
ในทางเศรษฐกิจ Gen Z ดูจะเป็นคนรุ่นที่โชคร้าย พวกเขาต้องผ่านระบบการศึกษาช่วงที่โลกต้องแน่นิ่งกับโรคระบาดระดับ 100 ปี จะมีสักครั้งอย่าง COVID-19 เรียนจบมาต้องเจอภาวะเงินเฟ้อหนักหน่วงของสินค้าและค่าเช่าที่พักอาศัย ทั้งๆ ที่ค่าแรงไม่ได้ขึ้นตาม แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี พวกเขาก็ยังโดน AI จ่อจะมาแย่งงานทำอีก
ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่แปลกประหลาด จึงไม่แปลกที่คนรุ่นนี้จะมีความคิดทางการเมืองที่อาจดูประหลาดไปบ้าง โดยทางนิตยสารชื่อดังอย่าง The Economist ได้ตั้งชื่อให้แนวคิดทางการเมืองของคน Gen Z ว่า 'สังคมนิยมแบบ Gen Z’ เป็นที่เรียบร้อย แถมยังมีนักการเมืองหลายต่อหลายประเทศเริ่มทำนโยบายออกมาเอาใจ Gen Z กันแล้ว
แล้วอะไรคือ ‘สังคมนิยมแบบ Gen Z’?
อันที่จริงเราต้องเข้าใจสังคมนิยมแบบดั้งเดิมก่อน
สังคมนิยมแบบดั้งเดิม เป็นความคิดทางเศรษฐกิจที่โดยรวมแล้วเชื่อว่าความมั่งคั่งที่สร้างมาในสังคมหนึ่ง ต้องมีการแบ่งปันอย่างเป็นธรรมในสังคม ซึ่งพื้นฐานในทางนโยบายก็คือการเก็บภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า มาสร้างสวัสดิการสังคมแบบถ้วนหน้า ซึ่งเป็นแนวทางปกติที่ใช้กันในแถบยุโรป
ที่ผ่านมาสังคมนิยมยุคใหม่ของ Gen Y มักจะเพิ่มประเด็นต่อสู้เรื่อง 'โลกร้อน' เข้ามาด้วย โดยจะเริ่มมองการผลิตความมั่งคั่งแบบไม่ได้จำกัดในพรมแดนรัฐชาติอีก กล่าวคือจะไม่ยินยอมกับการสร้างความมั่งคั่งของประเทศหนึ่ง แต่ไปสร้างมลภาวะในอีกประเทศ หรือไปเพิ่มก๊าซเรือนกระจกให้โลกทั้งใบ หรือเป็นสังคมนิยมแบบที่มีความคำนึงถึงโลกทั้งใบ ไม่ใช่แค่การกระจายความมั่งคั่งของคนในประเทศตัวเอง..แต่แล้วสังคมนิยมพันธุ์ใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น และถ้าพูดในภาษาของคาร์ล มาร์กซ์เอง ก็อาจต้องเกริ่นประโยคแรกในการพูดถึงสิ่งนี้ว่า 'ปีศาจตนหนึ่งกำลังหลอกหลอน TikTok – มันคือปีศาจของสังคมนิยม Gen Z”
อธิบายง่ายๆ คือมันเป็นเวอร์ชันของสังคมนิยมแนว 'เอาแต่ได้' ที่ฮิตมากใน TikTok ซึ่งมาตรการก็จะมีเช่น การควบคุมราคาสินค้าต่างๆ การตั้งเพดานค่าเช่า และไฮไลต์ที่โดดเด่นมากๆ ก็คือการ 'ยึดทรัพย์คนรวย' หรือมาตรการที่เรียกกันว่า 'ภาษีความมั่งคั่ง' (Wealth Tax) หรือการที่บังคับเลยว่าคนมีสินทรัพย์เกินเท่านี้ ต้องเสียเงินให้รัฐดื้อๆ เลยทันที
แนวคิดพวกนี้เหมาะแก่การทำคลิปสั้นๆ เพื่อปลุกระดมคน Gen Z ให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ผ่านการเลือกนักการเมืองที่เอานโยบายพวกนี้มาขาย แต่ปัญหาคือแทบทุกคนมองแนวทางเหล่านี้เป็นแนวทางที่ 'คิดสั้น' และ 'เอาแต่ได้' อย่างน้อยๆ ทางเหล่านักเศรษฐศาสตร์ของ The Economist ก็มองแบบนี้
ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ 'สังคมนิยมแบบ Gen Z’ ก็คือการประเคนอำนาจให้รัฐ ใช้มาตรการเด็ดขาดกับเหล่า 'ภาคธุรกิจที่ขูดรีด' คนขายของแพงก็ต้องลดราคา เจ้าที่ดินที่คิดค่าเช่าแพงๆ ก็จะคิดค่าเช่าแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไป พวกเหล่ามหาเศรษฐีที่กำลังจะรวยถล่มทลายกับ AI ก็ต้องเอา 'ความมั่งคั่ง' พวกนี้มาแบ่งให้กับประชาชนในประเทศด้วย
ประเด็นคือ ขนาด 'ประเทศสังคมนิยม' แท้ๆ อย่างจีน ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ทำอะไรแบบที่ว่ามา และมันมีเหตุผล
กล่าวคือสังคมนิยมในจีน รัฐมีการแทรกแซงภาคธุรกิจจริง แต่การแทรกแซงของจีนไม่ได้แทรกแซง แต่เป็นการที่รัฐลงไปช่วยอุดหนุนบางอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้า พวกค่าเช่าต่างๆ จีนจึงไม่ใช่ประเทศที่จะเข้าไปแทรกแซงราคาตรงๆ ส่วนเรื่องการ 'ยึดทรัพย์คนรวย' ทุกวันนี้จีนไม่ทำตรงๆ แล้ว มันจะมีแต่การเข้าแทรกแซงธุรกิจที่มีลักษณะผูกขาดอะไรแบบนี้ ซึ่งนั่นคือกลไกพื้นฐานที่รัฐต้องทำอยู่แล้วบนฐานของพวกกฎหมายธุรกิจด้านการต่อต้านการผูกขาด
พูดง่ายๆ คือขนาดจีนเองก็ยังมีราคาสินค้าหลายๆ อย่างที่รัฐคุมทางอ้อมไม่ได้และขึ้นสูงเกินไป (เช่นราคาบ้านในเมืองใหญ่ๆ) การเข้าไปยึดทรัพย์คนรวยแบบดื้อๆ แบบ 'ภาษีมหาเศรษฐี' (Billionaire Tax) ที่มีการเสนอที่แคลิฟอร์เนีย ให้ออกกฎหมายยึดทรัพย์พลเมืองทุกคนที่มีสินทรัพย์เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ 5 เปอร์เซ็นต์ และส่งผลให้ 'มหาเศรษฐี' ย้ายออกจากรัฐกันหมด ก่อนที่จะมีการลงประชามติกฎหมายนี้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วยซ้ำ
ดังนั้น นโยบายแบบ 'สังคมนิยมแนว Gen Z’ แบบที่ 'วัยรุ่น GenZ ในโลกตะวันตกชอบกัน จึงมีความสุดขั้วมากๆ ระดับที่ 'ประเทศสังคมนิยม' ยังไม่ใช้นโยบายนี้กันเลย
แต่จริงๆ มันมีเหตุผล คือแนวคิดนี้มันเริ่มจากแพตเทิร์นทางเศรษฐกิจปัจจุบันที่คนรวยนั้นรวยขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนจนก็จนลง เป็นแบบนี้กันหมด ค่าแรงค้างอยู่กับที่ ราคาสินค้าแพงขึ้นๆ มูลค่าหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ก็มากขึ้นๆ ซึ่งของพวกนี้พื้นฐานคือมันไม่ถูกเก็บภาษี เพราะภาษีปัจจุบันเก็บจาก 'เงินได้' ไม่ใช่ ‘ความมั่งคั่ง’ ดังนั้นที่ดินของเจ้าที่ดินราคาขึ้นเท่าไหร่ หุ้นของมหาเศรษฐีขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ไม่ต้องเสียภาษี ทางคน Gen Z เลยมองว่าทางแก้เดียวคือไปเก็บภาษีที่ตัว 'ความมั่งคั่ง' เสียเลย
แต่ถ้าใครเข้าใจระบบเศรษฐกิจก็จะรู้เลยว่า นอกจากมาตรการนี้จะทำให้ภาคธุรกิจเผ่นหนีจากรัฐหรือประเทศที่ใช้มาตรการแบบนี้แล้ว มาตรการนี้ก็ไม่มีวันยั่งยืนด้วย
อย่างแรก มันเป็นหลักสากลของโลกเสรีเลยว่า รัฐไม่มีอำนาจไปยึดทรัพย์ของประชาชนที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเขียนไว้ในกฎหมายพื้่นฐานของประเทศแบบรัฐธรรมนูญ ดังนั้น โดยการให้อำนาจรัฐในการไปยึดทรัพย์สินที่คนได้มาโดยชอบมันจึงผิดหลักเสรีนิยมแบบพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องทรัพย์สินเอกชน ไม่ใช่ไปยึดทรัพย์สินตามอำเภอใจ
อย่างที่สอง การทำแบบนี้แม้ว่าในทางปฏิบัติจะ 'ทำได้' แต่รัฐใดทำแบบนี้ ภาคธุรกิจต่างๆ ในประเทศก็อาจเผ่นออกนอกประเทศกันหมด ต่างชาติก็จะไม่อยากมาลงทุน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ในระบบเศรษฐกิจแน่ๆ กล่าวให้ตรงคือ ถ้า Gen Z อยากให้รัฐยึดทรัพย์เศรษฐีใหญ่ๆ และลดกำไรธุรกิจของพวกเขา สิ่งที่จะเกิดก็คือเศรษฐีเหล่านี้ก็จะย้ายออกนอกประเทศ หอบเงินไปประกอบธุรกิจที่อื่น ผลคือคราวนี้ไม่ใช่จะได้ค่าจ้างเยอะๆ ได้สินค้าราคาถูกกันแล้ว แต่จะไม่มีงานทำแทน แถมสินค้าก็น่าจะไม่ลดราคาลงด้วย
อย่างสุดท้าย ทาง The Economist ตั้งข้อสังเกตว่า Gen Z มีอคติกับภาคธุรกิจมากๆ และนี่เป็นจุดบอดของ 'สังคมนิยมแบบ Gen Z’ ที่ไม่ให้คำตอบว่าสังคมจะ 'ผลิต' อย่างไร
เพราะแนวคิดแบบนี้ สุดท้ายมันจะคิดแต่เรื่องจะยึดทรัพย์คนรวยอย่างไร จะทำอย่างไรให้ภาคธุรกิจมีกำไรลดลง แต่มันไม่สามารถตอบได้ว่า หากเล่นงานกันขนาดนี้ คนรวยมันจะอยู่ให้ยึดทรัพย์ไปทำไม? ภาคธุรกิจทำไมมันจะไม่หอบเงินไปลงทุนที่อื่นที่มีกฎหมายธุรกิจที่เป็นธรรมกว่านี้?
นี่เลยทำให้นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นสังคมนิยมแบบ 'เอาแต่ได้' ‘คิดถึงแต่ตัวเอง' และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะเทียบกับแนวคิดด้านสังคมนิยมอื่นๆ แนวคิด 'สังคมนิยมแบบ Gen Z’ มันมีแต่คำตอบว่า 'ฉันจะได้อะไร?’ โดยไม่พยายามจะตอบด้วยซ้ำว่า 'สังคมจะได้อะไร?’ ‘เศรษฐกิจจะเดินต่อไปอย่างไร?’
แน่นอนว่านี่เป็นแนวคิดที่ 'อันตราย' มาก แต่ด้วยความที่มันฟังดูปลุกใจ ฟังดูถูกใจวัยรุ่นผู้เกรี้ยวกราด มันก็เลยเหมาะกับการเอาไปพรีเซนต์แบบคลิปสั้นแนวตั้งใน TikTok
และก็ว่ากันตรงๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เป็นปัจเจกมากๆ การโพล่งออกมาว่าจะ 'ยึดทรัพย์คนรวยมาสร้างสวัสดิการ' มันฟังดูน่าจะเกิดได้ทันใจวัยรุ่นกว่าการค่อยๆ 'รวมตัวกันตั้งสหภาพแรงงานเพื่อต่อรองนายจ้าง' ตามแบบสังคมนิยมแบบคลาสสิก ทั้งๆ ที่แนวทางอย่างหลังประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์แล้วว่ามีความ 'ยั่งยืน' กว่าในเชิงการสร้างอำนาจต่อรองให้กับประชาชน

22/06/2026

😂

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค V.2ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์