23/06/2026
ช่วยเรียก
มาอ่านเร็ว รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork
ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม
อยู่ดี ๆ ก็หายยยย ไลน์ไม่ตอบบบ
คิดถึงคุณไอซ์ค่ะ เห็นกดติดตามดิฉัน คุยหาหลายโพสต์ก็เฉยไปเลย
ดิฉันก็เลยเอาเรื่องนี้มาเขียนให้ เผื่อคุณไอซ์จะผ่านมาเห็นนะคะ
โพสต์ดึกไปหน่อยไม่ว่ากันค่ะ ดิฉันไม่ได้มีภาระต้องตื่นเช้าไปวิ่งรอกห้องประชุม กมธ.
ทีนี้เข้าเรื่องค่ะ
พอได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีของ คุณไอซ์ รักชนก ดิฉันก็คิดอยู่คำเดียวว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกลดรูปให้เหลือเพียงคำว่า “เห็นต่างทางการเมือง” อีกต่อไปแล้ว
เพราะสิ่งที่ศาลวินิจฉัยนั้น ไม่ได้มองแค่โพสต์
ไม่ได้มองแค่รีทวีต แต่ศาลมอง พฤติกรรมของจำเลยทั้งชุด
และยิ่งอ่านถ้อยคำในคำพิพากษา ก็ยิ่งยากจะทำเป็นไม่เห็นค่ะ เพราะศาลเขียนไว้ชัดจนคนที่ยังพยายามฟอกให้เรื่องนี้เป็นเพียงนิทานน้ำตาของ “นักการเมืองหญิงผู้ถูกกลั่นแกล้ง” น่าจะต้องอายแทนกันบ้าง
ศาลระบุไว้ตรง ๆ ว่า
“ข้ออ้างของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ”
นี่ไม่ใช่คำของฝ่ายตรงข้ามนะคะ
ไม่ใช่คำของคนที่ไม่ชอบพรรคประชาชน
และไม่ใช่คำแซะจากโซเชียล
นี่คือ คำของศาล
และยังมีอีกประโยคที่ดิฉันเห็นว่าคนอ่านควรหยุดดูให้ดี
“ไม่ตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวน และไม่ขวนขวายในการแสดงหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน”
ประโยคนี้ก็เช่นกันค่ะ ไม่ใช่คำด่า ไม่ใช่การใส่สีตีไข่ แต่เป็นสิ่งที่ศาลบันทึกไว้ในคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ
เพราะฉะนั้น ดิฉันคงต้องขอร้องกันตรง ๆ ว่า กรุณาเลิกเล่าเรื่องนี้แบบนิทานปลอบใจกันเสียทีว่าเป็นเพียงกรณีของ “นักการเมืองหญิงที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง”
เพราะถ้าถูกกลั่นแกล้งจริง
เหตุใดข้ออ้างจึงทำให้ศาลเชื่อไม่ได้
ถ้าบริสุทธิ์จริง เหตุใดจึงไม่ขวนขวายแสดงหลักฐานให้หนักแน่นตั้งแต่ต้น
และถ้ามันเป็นแค่เรื่องการเมืองจริง ๆ
เหตุใดศาลชั้นต้นจึงพิพากษาจำคุกถึง 6 ปี
แน่นอนค่ะ จำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์
สิทธินั้นเป็นสิทธิพื้นฐาน และไม่มีใครปฏิเสธ
แต่ดิฉันขออนุญาตเรียนว่า สิทธิอุทธรณ์ ไม่ใช่ผ้าคลุมล่องหน ที่จะเอามาคลุมทุกอย่างจนความรับผิดชอบทางการเมืองหายไปพร้อมกันได้
และตรงนี้เองที่ทำให้ดิฉันเห็นว่า ปัญหาของคดีนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวคุณไอซ์ รักชนก เท่านั้น
แต่อยู่ที่ พรรคประชาชน ด้วย
เพราะถ้าลองสมมติกลับกันดูเล่น ๆ ว่า คนที่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาแบบนี้เป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม
ดิฉันเชื่อจริง ๆ ค่ะว่า ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เราคงได้เห็นการตั้งโต๊ะแถลงเรื่องจริยธรรม
ได้ฟังคำสอนเรื่องมาตรฐานนักการเมือง
และได้เห็นการเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเร่งด่วน
แต่พอเป็นคนของตัวเอง ทุกอย่างกลับนุ่มนวลลงอย่างน่าประทับใจ
จากที่เคยเรียกร้องให้คนอื่น “ลาออก”
ก็กลายเป็น “ต้องรอคดีถึงที่สุด”
จากที่เคยพูดเรื่อง “มาตรฐานนักการเมือง”
ก็กลายเป็น “ต้องเคารพสิทธิจำเลย”
จากที่เคยใช้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปไล่บี้คนอื่นอย่างมั่นอกมั่นใจ พอถึงคิวของตัวเอง ศาลชั้นต้นกลับกลายเป็นเพียง “ด่านหนึ่งของกระบวนการ” ขึ้นมาทันที
ดิฉันเกรงว่าจะต้องพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
นี่ไม่ใช่หลักการค่ะ
นี่ไม่สมควรแม้แต่จะใช้คำว่า สองมาตรฐาน
เพราะนี่คือ “มาตรฐานเดียว” ที่ค่ายคุณไอซ์มี
และที่ชวนให้รู้สึกเวทนายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือการที่พรรคยังปล่อยให้คนซึ่งมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นลักษณะนี้ ออกมาสวมบทนักตรวจสอบคนอื่นต่อไปได้อย่างหน้าตาเฉย
จะตรวจสอบใคร
จะสอนใคร
จะชี้หน้าด่าใครเรื่องจริยธรรม
ดิฉันว่าอย่างน้อยที่สุด ก็ควรเริ่มจากตอบคำถามของสังคมให้ได้ก่อนว่า
เมื่อศาลเขียนไว้เองว่า “ข้ออ้างของจำเลยไม่น่าเชื่อถือ” ตัวคุณ พรรคของคุณรับผิดชอบอะไรบ้าง
หรือจะเอาแต่บอกให้คนอื่นรับผิดชอบ
แต่พอเป็นคนของตัวเองกลับขอเวลา ขอโอกาส ขอความเห็นใจ และขอให้ทุกคนเงียบ
ถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันเห็นว่าพรรคประชาชนก็ควรเลิกใช้คำว่า “มาตรฐาน” ได้แล้วค่ะ เพราะมันเปลืองลมปากโดยใช่เหตุ
มาตรฐานที่ใช้ได้เฉพาะกับศัตรูทางการเมือง
แต่ใช้ไม่ได้กับคนของตัวเอง ไม่เรียกว่ามาตรฐานหรอกค่ะ
เรียกว่า “อภิสิทธิ์” ใช่ค่ะ คำว่า “อภิสิทธิ์” ที่พวกคุณเรียกร้องกันมาตลอดว่าประเทศเราไม่ควรมี แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ว่า พรรคประชาชน ใช้มากกว่าใคร
สรุปสั้น ๆ นะคะ
ศาลชั้นต้นพิพากษาไอซ์ รักชนกไปแล้ว
แต่สิ่งที่ยังไม่ถูกพิพากษาเสียที คือ ความหน้าซื่อใจคดของพรรคที่อุ้มกันเอง
และถ้ายังปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแบบเงียบ ๆ
คดีนี้จะไม่ได้ประจานแค่จำเลยคนหนึ่งหรอกค่ะ
แต่มันจะประจานทั้งพรรคว่า
เวลาคนอื่นโดนคดี พรรคนี้เรียกหาจริยธรรม
แต่เวลาคนของตัวเองโดนศาลพิพากษา พรรคนี้เรียกหาแค่ข้ออ้าง
เท่านั้นเองค่ะคุณไอซ์
ถ้าอ่านจบแล้วว่างเมื่อไร กดโกรธให้ดิฉันบ้างก็ได้นะคะ เห็นคุณไอซ์ชอบตะโกนว่า “โกรธ” “โกรธมากกก” อ่อ อิโมจิโกรธคือแบบนี้นะคะ
“😡”