20/03/2026
Repair for a fairer world
เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริงได้ เมื่อกฎหมายเปลี่ยนไป
วันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา Repair Community Thailand จึงเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน 25 องค์กรเครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน Thailand Circular Economy อย่างเป็นทางการ
โดยภารกิจของเรา คือ การร่วมผลักดันให้คนไทยได้รับสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) ผ่าน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการผลิตและการบริโภคในประเทศไทย ให้ผู้บริโภคอย่างเราทุกคนได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม
ฝากติดตาม สนับสนุนภารกิจของพวกเรา และกลุ่ม Thailand Circular Economy เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน ครับ
วิกฤตเม็ดพลาสติกสะท้อนความเปราะบางโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
เครือข่าย Thailand Circular Economy เปิดตัว ดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน
18 มีนาคม 2569 ภาคประชาสังคมและภาควิชาการชี้ วิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดลง เป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาปิโตรเคมีจากต่างประเทศอย่างหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงงานปิโตรเคมีในประเทศต้องหยุดการผลิต ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนบรรจุภัณฑ์และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนข้อจำกัดของระบบเศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear Economy) ที่เน้นการผลิต-ใช้-ทิ้ง และพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิลเป็นหลัก
ในเวทีเสวนา “Circular Revolution: Claiming Our Right to Reduce and Right to Repair” เครือข่าย Thailand Circular Economy ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศผลักดันร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ฉบับประชาชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการผลิตและการบริโภคในประเทศไทย
ข้อเสนอสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้จริง การเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในสินค้า การพัฒนาระบบเติมและใช้ซ้ำแทนบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว รวมถึงการกำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต (Extended Producer Responsibility: EPR)
นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับ “สิทธิในการลด” (Right to Reduce) และ “สิทธิในการซ่อม” (Right to Repair) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถลดการใช้ทรัพยากร และยืดอายุการใช้งานสินค้าได้อย่างแท้จริง
ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า หากประเทศไทยยังคงพึ่งพาพลาสติกบริสุทธิ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นหลัก โดยไม่มีระบบหมุนเวียนวัสดุที่มีประสิทธิภาพ จะยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกในอนาคต
การผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากร ลดขยะพลาสติก และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว