21/08/2026
📣มูลนิธิสายเด็ก1387 และ The101.world ยินดีนำเสนอเรื่องราวของเด็กและเยาวชนที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของสังคม เมื่อเด็กยังต้องเลือกในสิ่งที่ไม่ควรจะมีเด็กคนใดต้องเลือก แล้วการพัฒนาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะเท่าเทียมกันได้อย่างไร?
เรื่อง ภาวรรณ ธนาเลิศสมบูรณ์
ภาพประกอบ จิราภรณ์ บุญเย็น
[ มูลนิธิสายเด็ก 1387 x 101 ]
#มูลนิธิสายเด็ก1387 #สายเด็ก1387
“หนูไม่อยากให้ใครต้องเจอแบบหนูอีก”
ใบไม้ (นามสมมุติ) ในวัยเรียนถูกข่มขืนโดยเพื่อนของแม่ที่ไว้ใจให้เข้าออกบ้านเป็นประจำ และถึงแม้อีกฝ่ายจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แม่ของเธอกลับยอมเปลี่ยนคำให้การหลังได้รับเงินจากคู่กรณี ทำให้ผู้กระทำผิดติดคุกอยู่เพียงไม่กี่เดือน ก่อนกลับออกมาใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผิดกับใบไม้ ที่รู้สึกเจ็บปวดจากความทรงจำอันเลวร้าย และเจ็บปวดมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอเห็นว่าสมาชิกในครอบครัวไม่มีใครสนใจไยดีเลยว่าผู้ถูกกระทำอย่างเธอรู้สึกเช่นไร นั่นทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทั้งๆ ที่กำลังตั้งครรภ์
สะพานพุทธ และสถานีรถไฟหัวลำโพง คือตัวอย่างสถานที่หมุดหมายในเมืองกรุงที่เด็กและวัยรุ่นไร้บ้านเลือกมาอาศัยและใช้ชีวิต การเข้ามาอาศัยในพื้นที่สาธารณะเหล่านี้อาจทำให้ภาพจำของเด็กเร่ร่อนในสายตาคนทั่วไปคือภาพของเด็กที่ต้องกินนอนในพื้นที่เปิดโล่งและสังเกตเห็นได้
แต่หากว่ากันตามนิยามในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ไม่ว่าเด็กเหล่านี้จะอยู่ที่ไหน ปรากฏตัวให้เห็นในพื้นที่สาธารณะหรือไม่ ล้วนเข้าข่ายนิยามเด็กเร่ร่อนและสมควรได้รับการคุ้มครองดูแลทั้งสิ้น
วันโอวัน ร่วมกับมูลนิธิสายเด็ก 1387 ชวนฟังเรื่องราวชีวิตจากเด็กในสถานการณ์เร่ร่อน สิ่งที่ผลักดันให้เด็กคนหนึ่งต้องออกจากบ้าน ปัญหาการถูกแสวงหาผลประโยชน์ และช่องว่างทางนโยบายการคุ้มครองเด็กที่ยังเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน
อ่านได้ที่ : https://www.the101.world/street-children-left/
"นิยามในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ‘เด็กเร่ร่อน’ หมายถึง “เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของตน”"
"จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ศูนย์เดอะฮับสายเด็ก ระบุว่าเด็กเร่ร่อนหลายคนมีวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้จำนวนไม่น้อยเปลี่ยนไปเช่าห้องในโรงแรมรายวัน หรือขออาศัยในบ้านเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ที่รู้จัก จนภาพของเด็กนอนข้างถนนแทบไม่เหลือให้เห็น แต่นั่นไม่ได้แปลว่าปัญหาเด็กเร่ร่อนจะหมดไป"
"เมื่อขาดการดูแลและระบบคุ้มครองที่เหมาะสม เด็กอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการถูกผลักออกจากโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต การถูกหลอกลวงหรือแสวงหาประโยชน์จากผู้ใหญ่ ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ บังคับให้เสพยาเสพติด ติดโรคร้าย หรือถูกบังคับใช้แรงงาน ซึ่งการฉกฉวยประโยชน์และอาชญากรรมเหล่านี้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่แทบไม่เคยหมดไป ตราบใดที่ยังมีเด็กใช้ชีวิตโดยปราศจากคนปกป้องคุ้มครอง"
เรื่อง ภาวรรณ ธนาเลิศสมบูรณ์
ภาพประกอบ จิราภรณ์ บุญเย็น
[ มูลนิธิสายเด็ก 1387 x 101 ]