03/10/2026
💫รวพ. เปิดเวที “RCAD Strategic Dialogue” ผนึกภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม แลกเปลี่ยนโจทย์การลงทุน เทคโนโลยี และกำลังคน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานสัมมนาหารือเชิงยุทธศาสตร์ รวพ. ครั้งที่ 1 “RCAD Strategic Dialogue: Ideas, Insights and Partnerships for Thailand’s Future” โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รวพ. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้องสยามฮอลล์ ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร
📍งานสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารจากภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ต่อโจทย์การลงทุน เทคโนโลยี และกำลังคนที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประยูร ลิ้มสุข กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ รวพ. (กรวพ.) พร้อมทั้งผู้บริหารหน่วยบริหารจัดการทุนภายใต้ รวพ. ได้แก่ ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) รองศาสตราจารย์ ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 100 คน
🌟โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล ปาฐกถานำในหัวข้อ “บทบาทของ รวพ. และการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ ผ่านการเชื่อมโยงนโยบายประเทศกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม” โดยกล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อน รวพ. เพื่อต่อยอดจากการจัดตั้งหน่วยงานตามกฎหมายสู่การปฏิบัติที่สร้างผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับภาคอุตสาหกรรม ให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเสนอ STRI Framework ซึ่งกำหนด 4 ทิศทางการขับเคลื่อน ได้แก่ 1) เร่งการเปลี่ยนผ่านประเทศ (Accelerate) 2) ยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต (Advance) 3) เสริมสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง (Assure) และ 4) ขยายผลระบบนิเวศ ววน. ให้เข้มแข็งและทั่วถึง (Amplify) โดยมีกลไกสนับสนุน 5 ด้าน ได้แก่ การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่ติดตามผลแบบ Real-time การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การบริหารทุนเชิงกลยุทธ์ด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ การเป็นองค์กรบูรณาการที่โปร่งใส และการพัฒนาบุคลากรพร้อมระบบรางวัลและสวัสดิการที่ครอบคลุม เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจเติบโตด้วยนวัตกรรม คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประเทศมั่นคงพร้อมรับอนาคต และระบบนิเวศ ววน. ที่เข้มแข็ง ผ่านรูปแบบการให้ทุน (Funding Modality) ที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมหน่วยนโยบาย หน่วยบริหารจัดการทุน มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิรับเชิญอีกสองท่าน โดยท่านแรก คุณสัทธา วนลาภพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษหัวข้อ “จุดพลังใหม่ให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่อนาคต (Restarting Thai Industry for the Future)” โดยชี้ว่า ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล และหุ่นยนต์ พร้อมเสนอให้ไทยเร่งขับเคลื่อนด้านนวัตกรรม การวางแผนรายอุตสาหกรรม การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ด้าน ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “นิคมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: โจทย์การลงทุน เทคโนโลยี และกำลังคนที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อม (Powering Thailand’s Next Industrial Era: Future-Ready Estates, Smart Investment, and a Transformed Workforce)” โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตแบบเดิมสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานสะอาด ทำให้นิคมอุตสาหกรรมต้องยกระดับสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Industrial Ecosystem) ที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมย้ำว่าความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนไม่ควรวัดจากมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการนำเทคโนโลยีและ AI ไปใช้จริง การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และความพร้อมของกำลังคนทักษะสูง
ช่วงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการ บพค. ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดย ศ.ดร.คมกฤตฯ คุณสัทธาฯ และดร.สุเมธฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมเทคโนโลยีและกำลังคนให้พร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับกำลังคนที่พร้อมทำงาน ความรวดเร็วในการเริ่มดำเนินธุรกิจ การลดข้อจำกัดด้านกระบวนการภาครัฐ ตลอดจนการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรให้เหมาะกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ภาคการศึกษาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมออกแบบหลักสูตร Upskill/Reskill ตามทักษะที่ต้องการจริง พร้อมพัฒนากลไก Talent Mobility และ Postdoc รวมถึงให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานที่ประเทศไทยมีความพร้อมและโอกาสทางตลาด
ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล กล่าวสรุปในหัวข้อ “Moving Forward: จากโจทย์อุตสาหกรรมสู่การพัฒนากำลังคนที่ใช้ได้จริง” โดยประมวลข้อเสนอจากเวที พร้อมชี้ทิศทางก้าวต่อไปของ รวพ. ในการผลักดันโจทย์จากภาคอุตสาหกรรมไปสู่การสนับสนุนด้านการพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม
⚡️ทั้งนี้ รวพ. จะนำข้อเสนอและประเด็นจากเวที RCAD Strategic Dialogue ไปใช้ประกอบการออกแบบกลไกสนับสนุนด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคน ผ่านการบูรณาการการทำงานของหน่วยบริหารจัดการทุนทั้ง 3 หน่วย เพื่อให้การสนับสนุนทุนสอดคล้องกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม และนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
#รวพ #กระทรวงอว #รวพท #รวพค #รวพข