Family Business Thailand

เว็บไซต์

Family Business Thailand ระบบนิเวศธุรกิจครอบครัวของประเทศไทย

ส่งต่อเจตนารมณ์ ไม่ใช่ส่งต่อวิธีทำงานความท้าทายของการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ แต่...
17/10/2026

ส่งต่อเจตนารมณ์ ไม่ใช่ส่งต่อวิธีทำงาน

ความท้าทายของการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ แต่คือการทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า อะไรควรรักษา และอะไรควรเปลี่ยน

เพราะวิธีที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต อาจไม่เหมาะกับโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมลูกค้า และการแข่งขัน

แล้วจะส่งต่อเจตนารมณ์ โดยไม่จำกัดคนรุ่นใหม่ให้อยู่กับวิธีเดิมได้อย่างไร?

1. แยกหลักการออกจากวิธีการความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและการสร้างคุณค่าระยะยาว อาจเป็นหลักการที่ต้องยึดถือ ส่วนวิธีดูแลลูกค้าหรือรูปแบบการให้บริการสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย

2. ถ่ายทอดเหตุผล ไม่ใช่แค่คำสั่ง
แทนที่จะบอกว่า “เราทำแบบนี้มาตลอด” ควรอธิบายว่าทำไมวิธีนั้นจึงเคยได้ผล เพื่อให้คนรุ่นใหม่ประเมินได้ว่าอะไรยังใช้ได้ และอะไรต้องปรับเปลี่ยน

3. เปิดพื้นที่ให้ทดลองสิ่งใหม่
ให้คนรุ่นถัดไปได้คิด ตัดสินใจ และทดลองแนวทางภายใต้ขอบเขตความเสี่ยงที่เหมาะสม เพราะการเติบโตไม่ได้เกิดจากการทำซ้ำความสำเร็จเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเรียนรู้และปรับตัวด้วย

4. วัดผลที่คุณค่า ไม่ใช่ความเหมือน
คนรุ่นก่อนและรุ่นใหม่อาจเลือกใช้วิธีต่างกัน แต่หากมีเป้าหมายและเจตนารมณ์ร่วมกัน ความแตกต่างนั้นก็สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้

การสืบทอดที่ดี ไม่ใช่การทำให้คนรุ่นหลังเดินตามรอยเดิมทุกก้าว แต่คือการส่งต่อหลักคิดที่ทำให้พวกเขาเลือกเส้นทางใหม่ได้อย่างมั่นใจ

เพราะการรักษาเจตนารมณ์ ไม่จำเป็นต้องรักษาทุกวิธีการไว้เหมือนเดิม


#ธุรกิจครอบครัว #การสืบทอดธุรกิจ
#การสืบทอดธุรกิจ #ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว
#ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว #การบ่มเพาะทายาทธุรกิจฃ

ลูกไม่ได้ต้องการแค่ถ้วยรางวัล แต่ต้องการพ่อแม่ที่เข้าใจเขาจากกรณี “น้องพายุ” สู่บทเรียน Parenting + Grooming เมื่อการเลี...
15/10/2026

ลูกไม่ได้ต้องการแค่ถ้วยรางวัล แต่ต้องการพ่อแม่ที่เข้าใจเขา

จากกรณี “น้องพายุ” สู่บทเรียน Parenting + Grooming เมื่อการเลี้ยงลูกและการบ่มเพาะทายาทเป็นเรื่องเดียวกัน

กรณีของ “น้องพายุ” ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในการแข่งขันรถโกคาร์ท ก่อนเกิดการประท้วงจนยังไม่ได้รับถ้วยรางวัลในวันนั้น ชวนให้เราคิดต่อมากกว่าเรื่องผลแพ้ชนะ

ลองนึกถึงความรู้สึกของเด็กคนหนึ่งที่ตั้งใจฝึกซ้อม ลงแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ และกำลังรอรับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง พ่อแม่ควรทำอย่างไร?

เรื่องนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่ทำธุรกิจและกำลังเตรียมลูกหลานให้เติบโตเป็นทายาทในอนาคต

Parenting: เลี้ยงหัวใจลูกให้แข็งแรง ก่อนสอนให้ลูกเป็นผู้ชนะ

สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำ ไม่ใช่รีบหาถ้วยรางวัลมาให้ลูก หรือรีบอธิบายว่าใครถูกใครผิด

หากลูกผิดหวัง สิ่งที่เขาต้องการอาจเป็นเพียงใครสักคนที่รับฟังและเข้าใจความรู้สึก

พ่อแม่อาจบอกลูกว่า
“วันนี้ลูกทำเต็มที่แล้วนะ พ่อแม่เห็นความตั้งใจของลูก ส่วนเรื่องผลการแข่งขัน เรารอให้กรรมการตรวจสอบตามกติกากันก่อน”

คำพูดธรรมดาเช่นนี้กำลังสอนลูกว่า ความสามารถของเขาไม่ได้หายไปเพียงเพราะยังไม่ได้รับถ้วยรางวัล

ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรเปิดโอกาสให้ลูกเสียใจ ตั้งคำถาม และเรียนรู้ว่าบางครั้งชีวิตก็มีเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้

การเลี้ยงลูกให้เข้มแข็ง ไม่ใช่การสอนให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวด หากเป็นการช่วยให้เขารู้ว่า จะผ่านความผิดหวังไปอย่างไร โดยไม่สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง

Grooming: บ่มเพาะความสามารถ ไม่ใช่ปั้นลูกให้เป็นอย่างที่พ่อแม่ต้องการ

สำหรับครอบครัวธุรกิจ เรื่องนี้มีความหมายมากกว่าที่คิด

พ่อแม่หลายคนสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยความเหนื่อยยาก จึงหวังว่าสักวันลูกจะเข้ามารับช่วงต่อ

บางครอบครัวเริ่มเตรียมทายาทตั้งแต่ยังเล็ก ส่งลูกเรียนบริหารธุรกิจ พาเข้าประชุม หรือให้ลองทำงานในบริษัท

ทั้งหมดเป็นความหวังดี

อย่างไรก็ตาม การเตรียมทายาทไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “จะทำอย่างไรให้ลูกเก่งพอรับช่วงธุรกิจ”
เพียงคำถามเดียว

พ่อแม่ควรถามด้วยว่า “ลูกของเราถนัดอะไร สนใจอะไร และมีความสุขกับการทำสิ่งใด”

เพราะเด็กบางคนอาจเก่งกีฬา บางคนชอบศิลปะ บางคนสนใจเทคโนโลยี ขณะที่บางคนอาจมีความสามารถในการดูแลผู้คน

ความถนัดเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนของการเติบโต แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจของครอบครัวก็ตาม

#แล้วพ่อแม่ควรบ่มเพาะลูกอย่างไร?

1. มองเห็นความถนัดก่อนมองหาทายาท ให้ลูกได้ทดลองทำสิ่งที่สนใจ โดยไม่รีบตัดสินว่าอะไรมีประโยชน์ต่อธุรกิจครอบครัว
2. ชมความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ อย่ารอให้ลูกชนะการแข่งขันหรือสอบได้ที่หนึ่ง จึงค่อยบอกว่าภูมิใจในตัวเขา
3. สอนให้รับมือกับความผิดหวัง เมื่อลูกพบความไม่เป็นธรรม ควรสอนให้รู้จักใช้เหตุผล เคารพกติกา และรักษาสิทธิของตนเองอย่างเหมาะสม
4. ให้ลูกมีโอกาสตัดสินใจ เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ตามวัย เพื่อให้เขาเรียนรู้ทั้งความรับผิดชอบและผลของการเลือก
5. แยกความรักออกจากความคาดหวัง ลูกควรรู้ว่าพ่อแม่รักและยอมรับเขา ไม่ว่าในอนาคตเขาจะเลือกเข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวหรือไม่
6. ทายาทที่ดี ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเท้าพ่อแม่ทุกก้าว

เด็กที่ได้รับการสนับสนุนให้ค้นพบความสามารถของตนเอง มีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักจุดแข็งและข้อจำกัดของตัวเอง

หากวันหนึ่งเขาเลือกเข้ามาทำธุรกิจครอบครัว เขาก็อาจนำความสามารถที่แตกต่างมาสร้างคุณค่าใหม่ให้กิจการ

หรือหากเลือกเดินไปอีกเส้นทาง เขาก็ยังสามารถเป็นสมาชิกครอบครัวและเจ้าของกิจการที่มีความรับผิดชอบได้
เพราะการสืบทอดธุรกิจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสืบทอดอาชีพเสมอไป

กรณีน้องพายุจึงชวนให้เรามองเลยไปจากถ้วยรางวัล โดยไม่จำเป็นต้องคาดเดาความรู้สึกของเด็กหรือสิ่งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว

สิ่งสำคัญคือบทเรียนที่พ่อแม่ทุกคนสามารถนำกลับไปใช้ได้

วันนี้เราอาจอยากให้ลูกเป็นผู้ชนะ แต่ในระยะยาว สิ่งที่มีค่ากว่าคือการเลี้ยงให้เขารู้จักคุณค่าของตัวเอง แม้ในวันที่ไม่มีถ้วยรางวัลอยู่ในมือ

#การบริหารธุรกิจครอบครัว #ธุรกิจครอบครัว

#การสืบทอดธุรกิจ
#การบ่มเพาะทายาทธุรกิจ

13/10/2026
ประชุมครอบครัว ทำไมยิ่งคุยยิ่งทะเลาะ?การเปิดวงประชุมครอบครัวก็ล้วนตั้งใจนัดกันมาคุยเรื่องธุรกิจแต่สุดท้ายพลิกโผ กลับไปจบ...
12/10/2026

ประชุมครอบครัว ทำไมยิ่งคุยยิ่งทะเลาะ?

การเปิดวงประชุมครอบครัวก็ล้วนตั้งใจนัดกันมาคุยเรื่องธุรกิจ
แต่สุดท้ายพลิกโผ กลับไปจบด้วยเรื่องเก่าเมื่อ 10 ปีก่อน!

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในธุรกิจครอบครัว เพราะคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหาร
คนหนึ่งเป็นพ่อ อีกคนเป็นลูก บางคนเป็นพี่ บางคนเป็นน้อง
และทุกคนต่างมีความทรงจำ ความคาดหวัง รวมถึงเรื่องค้างคาใจที่สะสมกันมานาน

เวลาพี่เสนอความเห็น น้อง
อาจรู้สึกว่า กำลังถูกสั่งเหมือนตอนเด็ก
เวลาพ่อไม่เห็นด้วยกับแผนธุรกิจของลูก
ลูกอาจรู้สึกว่าพ่ อไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเอง
ทั้งที่สิ่งที่กำลังถกเถียงกันอาจเป็นเพียงเรื่องงบลงทุนหรือทิศทางการตลาด ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ใครพูดถูกหรือผิด แต่อยู่ที่ทุกคนกำลังพูดกันคนละบทบาท

ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัวจึงให้ความสำคัญกับการสร้างกติกาการพูดคุยร่วมกัน โดยเฉพาะการแยกเรื่องครอบครัวออกจากการตัดสินใจทางธุรกิจ

ดังนั้น การประชุมครอบครัวที่ดีจึงควรมีข้อตกลงง่าย ๆ เช่น

1. คุยเรื่องปัจจุบัน ไม่ขุดความผิดพลาดในอดีตมาเอาชนะกัน
2. ทุกคนมีสิทธิ์พูด ไม่ว่าจะแก่กว่าหรือถือหุ้นมากกว่า
3. แยกความเห็นต่างเรื่องงานออกจากความสัมพันธ์ส่วนตัว
4. ตกลงให้ชัดว่าเรื่องใดต้องตัดสินใจร่วมกัน และใครมีอำนาจตัดสินใจ
5. เมื่อประชุมจบ ความเป็นพ่อแม่พี่น้องยังต้องดำเนินต่อไป

เพราะเป้าหมายของการประชุมครอบครัว ไม่ใช่การทำให้ทุกคนเห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่เป็นการทำให้คนที่เห็นต่างกันยังสามารถทำธุรกิจและเป็นครอบครัวเดียวกันต่อไปได้

แล้วบ้านคุณล่ะ?
เวลาประชุมเรื่องธุรกิจ เคยมีใครเผลอพูดว่า “นี่พี่เป็นพี่นะ!” หรือ “พ่อทำธุรกิจมาก่อนลูกตั้งกี่ปี!” บ้างไหม?



#การบริหารธุรกิจครอบครัว
#ธุรกิจครอบครัว #ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว
#ทายาทธุรกิจ #สภาครอบครัว

5 แนวทางที่ช่วยให้ระบบบริหารเติบโตทันธุรกิจการเติบโตของธุรกิจครอบครัวมักเริ่มต้นจากความสามารถของผู้ก่อตั้ง แต่เมื่อกิจกา...
10/10/2026

5 แนวทางที่ช่วยให้ระบบบริหารเติบโตทันธุรกิจ

การเติบโตของธุรกิจครอบครัวมักเริ่มต้นจากความสามารถของผู้ก่อตั้ง แต่เมื่อกิจการขยายใหญ่ขึ้น ความสำเร็จในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับว่า ครอบครัวสามารถเปลี่ยนความสามารถของบุคคลให้กลายเป็นความสามารถขององค์กรได้หรือไม่

ปัญหาที่พบบ่อยคือ ธุรกิจเติบโตขึ้น แต่การตัดสินใจยังรวมศูนย์อยู่ที่เจ้าของ ผู้บริหารไม่สามารถใช้อำนาจได้เต็มที่ ระบบงานไม่รองรับความซับซ้อน และทุกคนยังคงพึ่งพาประสบการณ์ของคนกลุ่มเดิม

หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป การเติบโตอาจสร้างภาระมากกว่าสร้างความแข็งแกร่ง
เจ้าของธุรกิจครอบครัวจึงควรเริ่มปรับระบบบริหารใน 5 เรื่องสำคัญ 8nv

1. เปลี่ยนจากการบริหารด้วยตัวบุคคล สู่การบริหารด้วยระบบ

เจ้าของไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตนเอง แต่ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า เรื่องใดผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ เรื่องใดต้องขออนุมัติ และเรื่องใดเป็นอำนาจของคณะกรรมการ โดยเริ่มต้นจากการทบทวนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หากเรื่องใดต้องรอเจ้าของเสมอ ควรถามว่าจำเป็นจริงหรือไม่ และจะสร้างหลักเกณฑ์ให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนได้อย่างไร

2. สร้างผู้บริหารที่มีอำนาจจริง ไม่ใช่เพียงมีตำแหน่ง

การจ้างผู้บริหารมืออาชีพจะไม่เกิดประโยชน์เต็มที่ หากเจ้าของยังแทรกแซงการตัดสินใจทุกระดับ
ดังนั้น ครอบครัวจึงควรกำหนดเป้าหมาย ขอบเขตอำนาจ และตัวชี้วัดผลงานให้ชัดเจน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารรับผิดชอบผลลัพธ์ของตนเอง โดยมีระบบติดตามและตรวจสอบที่เหมาะสม โดยมีหลักการสำคัญคือ มอบทั้งความรับผิดชอบและอำนาจที่สอดคล้องกัน

3. แยกบทบาทของครอบครัวออกจากบทบาทของธุรกิจ

สมาชิกครอบครัวอาจมีสถานะเป็นเจ้าของ กรรมการ หรือผู้บริหาร ซึ่งแต่ละบทบาทมีหน้าที่ต่างกัน
และครอบครัวควรกำหนดให้ชัดว่า เรื่องใดเป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น เรื่องใดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ และเรื่องใดเป็นการบริหารงานประจำวัน พร้อมการแยกบทบาทเช่นนี้ช่วยลดความสับสน ป้องกันความขัดแย้ง และทำให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนความรับผิดชอบที่ถูกต้อง

4. ใช้ข้อมูลแทนการพึ่งพาความรู้สึกและประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

ประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่า แต่ไม่ควรเป็นแหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียวขององค์กร
ธุรกิจควรมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ เช่น กระแสเงินสด ความสามารถในการทำกำไรของแต่ละหน่วยธุรกิจ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความเสี่ยงสำคัญ ทั้งนี้ เมื่อผู้บริหารใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการประเมินสถานการณ์ การตัดสินใจจะมีเหตุผล ตรวจสอบได้ และไม่ขึ้นอยู่กับมุมมองของบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป

5. ปรับบทบาทผู้นำให้เหมาะกับระยะการเติบโต

ทักษะที่ทำให้ผู้ก่อตั้งสร้างธุรกิจขึ้นมาได้อาจแตกต่างจากทักษะที่จำเป็นต่อการนำองค์กรขนาดใหญ่ และในบางช่วง ผู้นำต้องเปลี่ยนจากผู้แก้ปัญหาด้วยตนเอง มาเป็นผู้กำหนดทิศทาง สร้างทีม พัฒนาคน และจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การเปลี่ยนบทบาทนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าของมีความสำคัญน้อยลง แต่ช่วยให้ความสามารถของผู้นำส่งผลต่อองค์กรได้กว้างกว่าเดิม

แล้วควรเริ่มต้นอย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างทั้งหมดในคราวเดียว เจ้าของกิจการอาจเริ่มจากการถามคำถาม 3 ข้อในการประชุมผู้บริหารครั้งถัดไป

* มีเรื่องใดบ้างที่องค์กรยังต้องรอเจ้าของตัดสินใจ ทั้งที่สามารถมอบหมายได้?
* ผู้บริหารแต่ละคนมีอำนาจเพียงพอที่จะรับผิดชอบผลลัพธ์ตามตำแหน่งหรือไม่?
* หากเจ้าของไม่สามารถเข้ามาบริหารงานได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน องค์กรจะดำเนินงานต่อได้ดีเพียงใด?

คำตอบจะช่วยให้เห็นช่องว่างระหว่างระบบบริหารที่มีอยู่ กับระบบที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีในระยะต่อไป

ท้ายที่สุด การเติบโตของธุรกิจครอบครัวไม่ควรวัดจากยอดขายหรือขนาดองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจากความสามารถในการบริหารความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น โดยไม่ทำให้ทุกอย่างต้องพึ่งพาคนกลุ่มเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะธุรกิจที่เติบโตอย่างแท้จริง คือธุรกิจที่ไม่ได้เพียงขยายขนาด แต่สามารถพัฒนาระบบ คน และคุณภาพการตัดสินใจให้เติบโตไปพร้อมกัน



#การบริหารธุรกิจครอบครัว
#ธุรกิจครอบครัว #ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว
#ทายาทธุรกิจ

อย่าเพิ่งถามว่าลูกจะรับช่วงไหม ถ้ายังไม่เคยให้เขาฝึกเป็นเจ้าของการที่ลูกไม่ได้ไม่สนใจธุรกิจที่บ้าน  เขาอาจแค่ไม่รู้ว่า “...
08/10/2026

อย่าเพิ่งถามว่าลูกจะรับช่วงไหม
ถ้ายังไม่เคยให้เขาฝึกเป็นเจ้าของ

การที่ลูกไม่ได้ไม่สนใจธุรกิจที่บ้าน
เขาอาจแค่ไม่รู้ว่า “บ้านไว้ใจเขาแค่ไหน” ก็ได้

เวลาลูกไม่เข้าบริษัท
ไม่ค่อยออกความเห็นเรื่องธุรกิจ
หรือดูเหมือนไม่กระตือรือร้นเท่าที่พ่อแม่อยากเห็น
หลายบ้านอาจตีความว่า
“รุ่นนี้ไม่เอาธุรกิจแล้ว”

ทว่า ข้อมูลจาก McKinsey จากเรื่อง Fine-tuning family businesses for a new era กลับชวนให้มองอีกด้านที่ว่า
จากกลุ่มสมาชิกครอบครัวรุ่นถัดไปที่สำรวจ ประมาณ 2 ใน 3 อยากรับผิดชอบในฐานะเจ้าของมากขึ้น

ทว่า มีเพียง 30%เท่านั้นที่รู้สึกมั่นใจว่า
ตัวเองสามารถตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจครอบครัวได้

และมีเพียง 30% ที่รู้สึกว่า ตัวเองมีบทบาทในฐานะ “เจ้าของที่มีส่วนร่วม”
เทียบกับสมาชิกครอบครัวที่ทำงานอยู่ในบริษัท ซึ่งตัวเลขสูงถึง 94%
ตัวเลขนี้น่าคิด บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ “ลูกอยากรับช่วงต่อหรือเปล่า”

คำถามที่ควรถามก่อนอาจเป็น
วันนี้เราเคยให้เขาฝึกเป็น “เจ้าของ” แล้วหรือยัง
เพราะการเป็นเจ้าของที่ดี ไม่ได้เริ่มในวันที่ส่งเก้าอี้ซีอีโอให้
แต่ต้องเริ่มตั้งแต่วันที่คนรุ่นใหม่ได้รู้ว่า
ธุรกิจของครอบครัวกำลังไปทางไหน
• ได้ลองคิด
• ได้ลองตัดสินใจ
• ได้ผิดในเรื่องที่ยังไม่ทำให้บริษัทพัง
และค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “ความเป็นเจ้าของ” มาพร้อมความรับผิดชอบอะไรบ้าง

ลูกบางคนอาจไม่อยากเข้ามาบริหารเลยก็ได้ แต่ก็ยังสามารถเป็นเจ้าของที่ดีได้
เพราะธุรกิจครอบครัวไม่ได้ต้องการแค่ “ทายาทที่มาทำงาน”
ยังต้องการ “เจ้าของรุ่นต่อไปที่รู้ว่าตัวเองกำลังถืออะไรอยู่”

#การบริหารธุรกิจครอบครัว #ธุรกิจครอบครัว

#การสืบทอดธุรกิจ

🔴 ลูกเจ้าของเงินเดือนเท่าไรถึงเรียกว่า “แฟร์”?เมื่อลูกเจ้าของเข้ามาทำงานในบริษัทครอบครัว เรื่องหนึ่งที่เลี่ยงยากคือ “เงิ...
06/10/2026

🔴 ลูกเจ้าของเงินเดือนเท่าไรถึงเรียกว่า “แฟร์”?

เมื่อลูกเจ้าของเข้ามาทำงานในบริษัทครอบครัว
เรื่องหนึ่งที่เลี่ยงยากคือ “เงินเดือน”
ถ้าได้มากกว่าคนอื่นก็อาจถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์ของลูกเจ้าของ
ถ้าได้น้อยกว่าที่ควร เพราะผู้ใหญ่คิดว่า “บริษัทก็ของเราเอง” ก็ไม่แฟร์กับคนทำงานเหมือนกัน

🔴 แล้วควรจ่ายเท่าไร?
วิธีคิดที่ง่ายที่สุด อาจลองตัดคำว่า “ลูกเจ้าของ” ออกไปก่อน

🔴 แล้วถามว่า
ถ้าบริษัทต้องจ้างคนนอกมาทำงานตำแหน่งนี้
ด้วยหน้าที่ ความรับผิดชอบ และประสบการณ์ระดับนี้
บริษัทพร้อมจ่ายเท่าไร?

นั่นควรเป็นฐานในการคิด “เงินเดือน”
เพราะลูกเจ้าของที่เข้ามาทำงาน มีอย่างน้อย 2 สถานะ

🔴 สถานะแรก คือ “พนักงาน”
ทำงานก็รับค่าตอบแทนตามงาน

🔴 อีกสถานะ คือ “เจ้าของ” หรือ “ผู้ถือหุ้น”
ถ้ามีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล ก็เป็นผลตอบแทนจากการถือหุ้น

สองกระเป๋านี้ควรแยกออกจากกันให้ชัด
ไม่ควรเพิ่มเงินเดือนเพียงเพราะเป็นลูกเจ้าของ
และไม่ควรกดเงินเดือนเพียงเพราะคิดว่า
วันหนึ่งบริษัทก็เป็นของเขาอยู่ดี
เรื่องนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับลูกเจ้าของ
พนักงานทั้งบริษัทกำลังมองอยู่เหมือนกันว่า
องค์กรแห่งนี้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคนหรือไม่

🔴 ความแฟร์จึงไม่ได้แปลว่า “ทุกคนต้องได้เงินเท่ากัน”
🔴 ความแฟร์คือ คนที่ทำงานในระดับใกล้เคียงกัน
รับผิดชอบใกล้เคียงกัน และสร้างคุณค่าให้องค์กรใกล้เคียงกัน
ควรได้รับการประเมินด้วยหลักเดียวกัน

เพราะนามสกุลบอกได้ว่าเขาเป็น “ลูกใคร”
เงินเดือนควรบอกว่า
“งานที่เขาทำ มีมูลค่าเท่าไร”

#ธุรกิจครอบครัว
#ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว
#การสืบทอดธุรกิจครอบครัว
#การบริหารธุรกิจครอบครัว

#การส่งต่อธุรกิจ
#คนรุ่นใหม่

Family Business Thailand

วันที่น้ำมา…เราอาจเสียของ แต่ไม่จำเป็นต้องเสียกำลังใจสำหรับเจ้าของธุรกิจน้ำท่วมไม่ได้พัดมาแค่ข้าวของหรือสินค้าแต่มันอาจพ...
04/10/2026

วันที่น้ำมา…เราอาจเสียของ
แต่ไม่จำเป็นต้องเสียกำลังใจ
สำหรับเจ้าของธุรกิจ
น้ำท่วมไม่ได้พัดมาแค่ข้าวของหรือสินค้า
แต่มันอาจพัดเอา “แผนที่วางไว้” และ “ความมั่นใจ” ของเราไปด้วย
ร้านต้องหยุด
ของต้องเสีย
รายได้ต้องสะดุด
บางครอบครัวต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
มันเหนื่อย.…และถ้าวันนี้รู้สึกท้อก็ไม่ผิดเลย

แต่อยากฝากไว้ว่า
ธุรกิจอาจหยุดชั่วคราวได้
แต่ความสามารถของเราไม่ได้หายไปไหน

ของที่เสียไปค่อย ๆ สร้างใหม่ได้
ยอดขายที่หายไปค่อย ๆ กลับมาได้
ร้านที่ต้องซ่อมค่อย ๆ ฟื้นได้

วันนี้ถ้ายังทำอะไรไม่ได้มาก
ขอแค่ดูแลคนในครอบครัวให้ปลอดภัย
รักษาสุขภาพกายและใจ
แล้วค่อยคิดทีละเรื่องก็พอ

วิกฤตบางครั้งไม่ได้ถามว่า
“เราพร้อมหรือยัง?”

แต่มันกำลังสอนเราว่า
เมื่อสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้น
เราจะดูแลสิ่งที่ยังควบคุมได้อย่างไร

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของกิจการทุกคน
รวมถึงทุกครอบครัวที่กำลังผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันนะคะ 🤍

วันนี้อาจเป็นวันที่ต้องตั้งรับ
แต่วันหนึ่งจะเป็นวันที่เราได้เล่าให้ใครฟังว่า
“ครั้งนั้นเราเคยผ่านมันมาได้”
#การบริหารธุรกิจครอบครัว #ธุรกิจครอบครัว

#การสืบทอดธุรกิจ
#การบ่มเพาะทายาทธุรกิจ

#น้ำท่วม #ส่งกำลังใจ #เจ้าของธุรกิจ #ครอบครัว
#ผู้ประกอบการ #เราจะผ่านไปด้วยกัน

ลูกมีทุนการศึกษา  แล้วมี “ทุนค้นหาศักยภาพ” หรือยัง?พ่อแม่ส่วนใหญ่วางแผนอนาคตลูกด้วยคำว่า “การศึกษา”เก็บเงินค่าเทอม เตรีย...
01/10/2026

ลูกมีทุนการศึกษา
แล้วมี “ทุนค้นหาศักยภาพ” หรือยัง?

พ่อแม่ส่วนใหญ่วางแผนอนาคตลูกด้วยคำว่า “การศึกษา”
เก็บเงินค่าเทอม เตรียมเงินเรียนต่อ วางแผนว่าจะส่งลูกเรียนที่ไหน เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือหนึ่งในต้นทุนสำคัญของชีวิต

คำถามคือ ในวันที่ความสามารถของเด็กไม่ได้ถูกค้นพบจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ครอบครัวควรมีเงินอีกก้อนหนึ่งสำหรับให้ลูก “ค้นหาว่าตัวเองเก่งอะไร” หรือไม่ ซึ่งเราอาจเรียกเงินก้อนนี้ว่า “ทุนค้นหาศักยภาพ”

ทุนที่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ลูกเรียนเก่งขึ้น หากมีไว้เปิดโอกาสให้เขาได้ทดลองสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ดนตรี กีฬา ศิลปะ เทคโนโลยี การออกแบบ ไปจนถึงทักษะเฉพาะทางที่อาจไม่ได้อยู่ในหลักสูตรปกติ
เพราะเด็กคนหนึ่งอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร จนกว่าจะได้ลอง
กรณีของ #เนเน่รอยัล เยาวชนไทยวัย 16 ปี ที่ประสบความสำเร็จบนเวที America’s Got Talent ชวนให้มองเรื่องนี้ได้อีกมุม

สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนความสำเร็จที่คนทั่วไปมองเห็น คือช่วงเวลาหลายปีของการเรียนรู้ ฝึกฝน และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จึงน่าคิดต่อว่า เวลาพ่อแม่วางแผนอนาคตลูก นอกจากถามว่า “ต้องเตรียมค่าเทอมเท่าไร” ยังอาจต้องเพิ่มอีกคำถามว่า “เราเตรียมงบให้ลูกได้ค้นหาตัวเองหรือยัง”

ทุนค้นหาศักยภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเงินก้อนใหญ่ และไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเป้าหมายว่าลูกจะต้องเก่งจนสร้างอาชีพได้ หน้าที่ของมัน คือ ให้เด็กมีโอกาส “ลอง”

ลองเรียน ลองทำ ลองแข่งขัน ลองสร้างผลงาน
แล้วดูว่าความสนใจนั้นพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน

บางอย่างอาจกลายเป็นความสามารถที่ติดตัวไปตลอดชีวิต
บางอย่างอาจจบลงหลังจากทดลองเพียงระยะหนึ่ง
ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเงินที่ใช้ไปสูญเปล่า
เพราะการรู้ว่า “อะไรไม่ใช่” ก็เป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาตัวเองเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทุนค้นหาศักยภาพไม่ควรกลายเป็นการแข่งขันของพ่อแม่ว่าใครลงทุนกับลูกได้มากกว่า

ค่าเรียนพิเศษ คอร์สฝึกทักษะ อุปกรณ์ หรือค่าแข่งขันสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ หากไม่มีกรอบที่ชัดเจน ครอบครัวจึงควรกำหนดงบตามกำลังของตัวเอง เปิดโอกาสให้ลูกทดลอง แล้วค่อยเพิ่มการสนับสนุนเมื่อเห็นความสนใจ ความตั้งใจ และพัฒนาการที่ชัดขึ้น

เป้าหมายของเงินก้อนนี้จึงไม่ใช่การ “ซื้อความสำเร็จ” ให้ลูก
แต่เป็นการซื้อ “โอกาสในการค้นพบตัวเอง”
ยิ่งในวันที่เด็กบางคนสามารถเปลี่ยนความสามารถเป็นรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย การพัฒนาทักษะก็ควรเดินไปพร้อมกับความรู้เรื่องเงิน ทั้งการออม การใช้จ่าย และการจัดการรายได้ที่อาจไม่แน่นอน
หากครอบครัวมี “ทุนการศึกษา” สำหรับสร้างพื้นฐานความรู้แล้ว
อาจถึงเวลาคิดถึง “ทุนค้นหาศักยภาพ” อีกก้อนหนึ่ง
ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องแพง และไม่ต้องคาดหวังว่าทุกสิ่งที่ลูกลองจะกลายเป็นความสำเร็จ ขอเพียงมากพอที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งมีโอกาสค้นพบว่า
“ตัวเองทำอะไรได้ดี และอยากไปต่อกับอะไร”

เพราะหน้าที่ของครอบครัวอาจไม่ใช่การเลือกอนาคตให้ลูก
หากคือการให้โอกาสมากพอ เพื่อให้เขาค่อย ๆ มองเห็นอนาคตของตัวเอง

#การบริหารธุรกิจครอบครัว #ธุรกิจครอบครัว

#การสืบทอดธุรกิจ
#การบ่มเพาะทายาทธุรกิจ

“ลูกหลานไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัท ถึงจะช่วยธุรกิจครอบครัวได้”คนรุ่นถัดไปบางคนไม่ได้อยากทำงานในกิจการของบ้าน นั่นไม่ได้แปลว...
29/09/2026

“ลูกหลานไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัท
ถึงจะช่วยธุรกิจครอบครัวได้”
คนรุ่นถัดไปบางคนไม่ได้อยากทำงานในกิจการของบ้าน
นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่สนใจอนาคตของธุรกิจ
เขาอาจช่วยได้
ด้วยการเป็นเจ้าของที่เข้าใจข้อมูล
ตั้งคำถามกับแผนงาน
ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกครอบครัว
หรือร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญ
โดยไม่ต้องมีตำแหน่งในบริษัท
ธุรกิจครอบครัวจึงควรคุยให้ชัดว่า
“การทำงานในบริษัท” กับ “การเป็นเจ้าของ”
มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร
เมื่อลูกหลานรู้ว่า ตนมีส่วนร่วมแบบไหนได้บ้าง ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับทุกคนให้เดินเส้นทางเดียวกัน
#การบริหารธุรกิจครอบครัว
#ธุรกิจครอบครัว


#การสืบทอดธุุรกิจ
#ทายาทธุรกิจ #ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัว

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยหอกาค้าไทย
Bangkok
10140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Family Business Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์