Urban Futures & Policy

Urban Futures & Policy มองอนาคตเมืองและออกแบบนโยบายอย่าง?

หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University Research Unit in Urban Futures and Policy)

เป็นหน่วยวิจัยสังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ภายใต้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มีเป้าหมายในการดำเนินงาน ดังนี้

1) เพื่อเป็นหน่วยวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนของเมือง (urban sustainability) และการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเมืองรอบด้าน (global change) ไม่ว่าจ

ะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) และการพัฒนาเมือง (urban development) ด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนเมือง เน้นผลิตงานวิจัยที่ได้มาตรฐานและแก้ไขปัญหาของสังคม และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

2) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองทุกระดับ (inclusive & sustainable livelihood) ผ่านการจัดสรรทรัพยากรด้านต่างๆ ที่เป็นธรรม ลดความไม่เท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่ดิน น้ำ อาหาร พลังงาน ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้จะมีความแปรปรวนและจัดการยากมากขึ้นในอนาคต สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญในระดับสูงผ่านการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

3) นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (policy recommendation) และตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการในระดับสากล ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองด้านต่างๆ เช่น ระบบที่อยู่อาศัย การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน และการให้บริการสาธารณะของเมืองที่เกี่ยวข้อง เน้นให้เกิดการสร้างสรรค์งานวิจัยเชิงนโยบายที่ท้าทาย ทันสมัย ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม อีกทั้งสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล

4) ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเมืองอย่างมีส่วนร่วม โดยการปรึกษาหารือและกระบวนการที่มีความโปร่งใส ผ่านการใช้ทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology) และการแลกเปลี่ยนเชิงสนทนา (dialogue) สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล และตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

5) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยด้านเมืองยั่งยืนทั้งในประเทศไทย ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบริบทใกล้เคียงกัน และ ระดับโลก ที่ประสพปัญหาด้านสภาพความเป็นเมือง (urban conditions) ความไม่ยั่งยืน และได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในช่องทางดังต่อไปนี้

Website : http://www.urbanfuturestu.com/

YouTube Channel : URBAN FUTURES, aloudbangkok

aloud Bangkok (BLOG) : http://aloudbangkok.wordpress.com/

เกมส์ "กรุงเทพฯใหม่ โลกเปลี่ยน เราปรับ" : http://apps.facebook.com/newbangkok/

       อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองหน่วยวิจัยอยาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย ร...
01/06/2026



อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
หน่วยวิจัยอยาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย รศ.ดร.วิจิตรบุษา มารมย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยฯ และผศ.ดร.บุญอนันต์ นทกุล รองหัวหน้าหน่วยวิจัยฯ ร่วมกับ Assoc Prof. Perrine Hamel และคณะวิจัย จาก Resilient and Inclusive Cities Lab (RICL), Asian School of the Environment มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University: NTU) ประเทศสิงคโปร์ ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “Nature Futures: Supporting the Development of Nature-Positive and Climate-Resilient Policies in Informal Settlement Upgrading Projects in Bangkok” ระหว่างวันที่ 27–28 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เครื่องมือการร่วมสร้างภาพอนาคตของชุมชน (Community Future Scenarios) ที่มีโครงการ Nature-based Solutions และร่วมนำเสนอแนวทางเชิงนโยบาย (Policy Pathways) ที่ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนเมืองที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ (Nature-Positive) และมีความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate resilience) โดยมุ่งเน้นพื้นที่ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการบ้านมั่นคงในกรุงเทพมหานคร ในงาน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม สถาปนิกชุมชน และผู้นำชุมชน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ และออกแบบแนวทางการพัฒนาที่ตอบโจทย์ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
กระบวนการประชุมประกอบด้วยการนำเสนอฉากทัศน์อนาคตที่พัฒนาร่วมกับชุมชน การระบุและจัดลำดับความสำคัญของแนวทางนโยบาย การวิเคราะห์เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลง (Pathways) ตลอดจนการร่วมกันกำหนดตัวชี้วัดสำหรับการติดตาม ประเมินผล และการเรียนรู้ (Monitoring, Evaluation and Learning: MEL) เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายในระยะย
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการประชุม ได้แก่ ชุดฉากทัศน์อนาคตที่สะท้อนคุณค่าและความต้องการของผู้อยู่อาศัยในชุมชนเมือง ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืนในอนาคต

     📌📌📌📌อัปเดตข่าวโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง📌การจัดการฝึกอบรมการประเมินความเสี่ยงและจัดทําแผนที่ความเ...
07/05/2026



📌📌📌📌อัปเดตข่าวโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
📌การจัดการฝึกอบรมการประเมินความเสี่ยงและจัดทําแผนที่ความเปราะบางจากความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate Risk and Vulnerability Assessment) ให้แก่กรมโยธาธิการและผังเมือง และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ Urban-Act
ระหว่างวันที่ 6-7 พฤษภาคม 2569 หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University Research unit in Urban Futures & Policy) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังมือง นำโดย รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยฯ ร่วมกับ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และทีมวิจัย ได้จัดการฝึกอบรมการประเมินความเสี่ยงและจัดทําแผนที่ความเปราะบางจากความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate Risk and Vulnerability Assessment) แก่กรมโยธาธิการและผังเมืองภายใต้โครงการพัฒนาเมืองเชิงบูรณาการเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act: Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon & Resilient Cities) ดำเนินงานในนามของ แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี โดยภายในรัฐบาลสหพันธรัฐ แผนงาน IKI อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นตามความประสงค์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเสริมศักยภาพด้านการใช้ข้อมูลความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ ในงานผังเมืองและการวางแผนเชิงพื้นที่ และสะท้อนให้เห็นถึงการต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานจริงของทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในพื้นที่นำร่องจังหวัดภูเก็ต
กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน จากหลายสำนักสำคัญของกรมโยฯ ได้แก่ สำนักงานวิเคราะห์และประเมินผล สำนักวิศวกรรมการผังเมือง สำนักผังเมืองรวม สำนักงานผังประเทศและผังภาค กองผังเมืองเฉพาะ พร้อมด้วยทีมจาก GIZ: Urban-Act project และภาคีวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช.
การฝึกอบรมครั้งนี้ครอบคลุมทั้งแนวคิด วิธีการ และเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนที่ความเสี่ยงภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผังเมืองที่ยืดหยุ่น (resilient) และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยงเข้ากับการวางผังเมือง การจัดการพื้นที่ และการออกแบบมาตรการเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “ห่วงโซ่ผลกระทบ” และ “ห่วงโซ่ความเสี่ยง” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างอิงกรอบแนวคิดจากรายงานการประเมินฉบับที่ 6 ของ IPCC (AR6) ซึ่งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างภัย การเปิดรับภัย ความเปราะบาง และขีดความสามารถในการปรับตัว ตลอดจนความเสี่ยงเชิงซ้อนและผลกระทบต่อเนื่องในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านกายภาพ โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ภายในกิจกรรมมีการบรรยายและเวิร์กชอปเกี่ยวกับความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง การจัดทำห่วงโซ่ผลกระทบ การคัดเลือกดัชนีและข้อมูลตัวแทน (Proxy) ตลอดจนการประเมินความเปราะบางจากความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate Risk and Vulnerability Assessment: CRVA) ในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดแนวทางการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงและความเปราะบางผ่านกระบวนการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การกำหนดดัชนี การปรับมาตรฐานและให้คะแนนข้อมูล การคำนวณดัชนีความเสี่ยงรวม ไปจนถึงการจัดระดับและแปลผลเพื่อใช้สนับสนุนการวางผังเมืองและการกำหนดนโยบายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่น
สุดท้ายนี้ ทางหน่วยวิจัยฯ ขอขอบคุณกรมโยธาธิการและผังเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมการอบรมทุกท่าน ที่ให้ความสนใจผลงานของหน่วยวิจัย และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาผังเมืองไทยให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
👉👉👉 โปรดติดตามข่าวคราวสำคัญและความคืบหน้าของโครงการทางหน้าเพจของเรา….

         อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง🚩หน่วยวิจัยอยาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วม...
28/04/2026



อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
🚩หน่วยวิจัยอยาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับเครือข่าย EPIC Asia และ EPIC-N ที่ทางหน่วยวิจัยฯ ได้เป็นพันธมิตรระดับภูมิภาค หรือ Regional Affiliate และโครงการ EPIC-N หรือ (Educational Partnerships for Innovation in Communities Network) ซึ่งทางหน่วยวิจัย UFP เป็นผู้ประสานงานระดับเอเชีย (Asia coordinator) ได้ร่วมจัดงาน “EPIC Asia Regional Convening 2026” ภายใต้หัวข้อ “Learning Across Contexts: Connecting Teaching, Practice, and Policy through the EPIC Model” ระหว่างวันที่ 24–25 เมษายน 2569 เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเรียนการสอน การปฏิบัติจริง และนโยบายสาธารณะ ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐจากหลากหลายประเทศในเอเชียและเครือข่ายระดับโลก
🚩กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ที่เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับโจทย์จริงของเมืองและสังคม โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความสำเร็จ ความท้าทาย และแนวทางการสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืน ผ่านกรอบแนวคิด EPIC Model ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
🚩วันแรกของการประชุมจะจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ชุมชนประชาร่วมใจ 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียนรู้การจัดการพื้นที่สีเขียว สวนชุมชน และบทบาทของชุมชนในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ก่อนเดินทางมายังวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
🚩วันที่สองจะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางความร่วมมือในอนาคต พร้อมรับฟังข้อเสนอจากเครือข่าย EPIC-N ระดับโลก EPIC Latin America and the Caribbean และ EPIC Africa ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือ สร้างโครงการร่วมด้านการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนาชุมชนในระดับนานาชาติ
🚩ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากงานครั้งนี้ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของ EPIC ในแต่ละภูมิภาค การระบุประเด็นท้าทายร่วม การจัดตั้งกลุ่มทำงานตามประเด็นสำคัญ และการริเริ่มโครงการความร่วมมือใหม่ระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายทั่วโลก

           #บ้านอยู่เย็นอัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองทีมบ้านอยู่เย็นจากหน่วยวิจัยฯ ร่วมลงพื้นที่ริม...
23/04/2026

#บ้านอยู่เย็น

อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
ทีมบ้านอยู่เย็นจากหน่วยวิจัยฯ ร่วมลงพื้นที่ริมคลองเปรมประชากรร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ( พอช.) เพื่อสำรวจบริบทริมคลองเปรมประชากรทั้งทางบกและทางเรือ พร้อมร่วมหารือแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม
🔴วันพฤหัสบที่ 23 เมษายน หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง นำโดย รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าโครงการฯ และหัวหน้าหน่วยวิจัยฯ ดร.กัมปนาท ซิลวา ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน (ENTEC) และทีมทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่ริมคลองเปรมประชากรร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ( พอช.) เพื่อสำรวจบริบทริมคลองเปรมประชากรทั้งทางบกและทางเรือ พร้อมร่วมหารือแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยกองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อมร่วมกับ GIZ ได้ดำเนินการจัดตั้ง “กองทุน ThaiCI (ไทกี้) (Thai Climate Initiative Fund)” ขึ้น ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้ง ด้านการส่งเสริมขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ดำเนินการภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
🔴ในการลงพื้นที่และประชุมครั้งนี้ ทีมโครงการได้รับเกียรติจากนางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และนางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนริมคลอง และพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้โครงการนี้ขยับต่อได้จริงและต่อยอดไปสู่โครงการสำคัญอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาของประเทศไทย
🔴โครงการ บ้านอยู่เย็น มุ่งพัฒนากรอบการทำงานเพื่อช่วยให้ชุมชนรายได้น้อยริมคลองสามารถรับมือกับ น้ำท่วมและความร้อน ได้ดีขึ้น ผ่านการประเมินความเสี่ยงเชิงบูรณาการ การพัฒนาแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) ควบคู่กับ renewable energy โดยเฉพาะ solar เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการจัดทำผังยุทธศาสตร์ ผังแม่บทชุมชน และแนวทางการออกแบบที่อยู่อาศัยที่สามารถนำไปใช้จริงและต่อยอดกับ บ้านมั่นคง และ บ้านมั่นคงพลัส ได้ในอนาคต  
🔴 การหารือครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางร่วมกันอย่างชัดเจนว่า การพัฒนาชุมชนริมคลองไม่ควรหยุดอยู่ที่คำว่า “มีบ้าน” แต่ต้องไปต่อถึงคำถามที่ว่า เมื่อมีบ้านแล้ว คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียว สนามเด็กเล่น พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ พื้นที่พักคลายร้อน พลังงานที่ช่วยลดภาระรายจ่าย และระบบทางเข้าออกที่ยังใช้งานได้เมื่อเกิดน้ำท่วม ซึ่งทั้งหมดนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในบริบทที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังรุนแรงขึ้นทุกปี
🔴อีกประเด็นสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำคือเรื่อง พลังงานทดแทนและ solar cell โดยเฉพาะการใช้ solar cell สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น บ้านกลาง สหกรณ์ ศูนย์ชุมชน หรือพื้นที่พักคลายร้อน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของชุมชนในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงในการใช้พื้นที่ส่วนกลางในช่วงวิกฤต ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่าการดำเนินงานเรื่องนี้ต้องคิดอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้าง การบำรุงรักษา การจัดการโดยชุมชนเอง และการไม่ทำให้การติด solar cell กลายเป็นเหตุให้เกิดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มแบบผิดวัตถุประสงค์
.
🔴สำหรับทีมโครงการบ้านอยู่เย็น การลงพื้นที่ครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการสำรวจพื้นที่หรือประชุมประสานงาน แต่เป็นการยืนยันร่วมกันว่าพอช. สผ. และทีมวิจัยพร้อมเดินหน้าร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวทางที่ทำได้จริง ขยับได้จริง และต่อยอดได้จริง ทั้งในระดับพื้นที่ต้นแบบ ระดับนโยบาย และระดับโครงการสำคัญอื่น ๆ ในอนาคต สู่การออกแบบความยืดหยุ่นที่เชื่อบ้าน พื้นที่ส่วนกลาง NbS Renewable energy การคมนาคม คุณภาพชีวิตเพื่อให้ชุมชนริมคลอง อยู่สบาย อยู่ปลอดภัย และอยู่ได้ในระยะยาว ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  
#บ้านอยู่เย็นชุมชนยืดหยุ่น #อยู่สบายปลอดภัยจากร้อนและน้ำและอยู่ได้อย่างยั่งยืน #ชุมชนเข้มแข็งบ้านเย็นขึ้นน้ำท่วมน้อยลง #ออกแบบร่วมกันเพื่อบ้านและชุมชนที่อยู่ดีขึ้น

           #บ้านอยู่เย็นอัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองงานเปิดโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับ...
06/04/2026

#บ้านอยู่เย็น

อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
งานเปิดโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อนผ่านแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน: กรณีศึกษาชุมชนรายได้น้อยริมคลองเปรมประชากรกรุงเทพมหานคร และการประชุมกลุ่มย่อยชุมชน
🔴เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน ณ ห้องประชุมเปรมประชากร สำนักงานเขตหลักสี่ หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง นำโดย รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าโครงการฯ และหัวหน้าหน่วยวิจัยฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร คณะทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดงานเปิดโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อนผ่านแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน: กรณีศึกษาชุมชนรายได้น้อยริมคลองเปรมประชากรกรุงเทพมหานคร และการประชุมกลุ่มย่อยชุมชน เป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ThaiCI โดยกองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อมร่วมกับ GIZ ได้ดำเนินการจัดตั้ง “กองทุน ThaiCI (ไทกี้) (Thai Climate Initiative Fund)” ขึ้น ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้ง ด้านการส่งเสริมขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ดำเนินการภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
🔴โครงการได้รับเกียรติจาก นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ รองเลขาฯ สผ. ได้กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของการทำโครงการ และการสนับสนุนจากกองทุน ThaiCI ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดงานในวันนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรม/แผนดำเนินงานภายใต้โครงการ ให้กับผู ้แทนชุมชนเขตหลักสี่ และเขตจตุจักร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง การทำกิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากภัยน้ำท่วมและความร้อน ต่อด้านที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการพื้นฐานของชุมชน ด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง ขีดความสามารถในการปรับตัว ร่วมกับภาคีเครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร เพื่อให้คณะทีมวิจัยได้นำไปจัดทำแนวทางในการปรับตัวที่เหมาะสมกับชุมชน และแผนผังยุทธศาสตร์และผังแม่บทชุมชนต้นแบบ พร้อมคู่มือแนวทางการวางผังชุมชนและที่อยู่อาศัยที่ลดความเสี่ยงต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อน
🔴และได้รับเกียรติจากนายสุรัตน์ เปี่ยมศิริ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตหลักสี่ และนางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวต้อนรับภายในงาน โดยกล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงกาารบ้านมั่งคง ชุมชนคลองเปรมปะชากร ซึ่งโครงการนี้ก็จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
🔴นอกจากนี้ นางสาวพิมกานต์ ขัตติยวงศ์ ผู้จัดการกองทุม ThaiCI องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ได้กล่าวเสริมถึงความร่วมมือระหว่างกองทุน ThaiCI และ GIZ ที่สนับสนุนงบประมาณและแหล่งทุน เพื่อสนับสนุนกลไกทางการเงินที่ ่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🔴โดยมี นายจิตกร พยัฆโส ผู้อำนวยสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตหลักสี่ สำนักงานเขตจัตุจักร เจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ตัวแทนจากภาคีเครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมภายในงาน
.
🔴รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าโครงการฯ และหัวหน้าหน่วยวิจัยฯ กล่าวแนะนำโครงการและการดำเนินงาน กล่าวว่า โครงการ “บ้านอยู่เย็น: ชุมชนยืดหยุ่น (Happy Home Resilient Community)” มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมและภัยความร้อนในชุมชนเมืองรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โครงการนี้ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions) เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับชุมชนริมคลองเปรมประชากร กรุงเทพมหานคร หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน คือการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการ “สร้างความยืดหยุ่นให้กับกลุ่มเปราะบางที่สุด” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและข้อเสนอขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น UN-Habitat ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยืดหยุ่นในพื้นที่ชุมชนเมืองที่ไม่เป็นทางการสถานการณ์โลกในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็น “วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” โดยหากไม่มีมาตรการเชิงนโยบายที่เหมาะสม อุณหภูมิโลกอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.1 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน น้ำท่วม และพายุรุนแรง ที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจในวงกว้าง
🔴ในบริบทของประเทศไทย ปัญหาดังกล่าวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ เช่น กรณีเมืองหาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ (เช่น ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น) และปัจจัยเชิงโครงสร้างของเมือง (เช่น การขยายตัวของเมืองในพื้นที่เสี่ยงและข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ) นอกจากนี้ ปัญหาภัยความร้อนในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และผลิตภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญดังนั้น การวางผังเมืองที่คำนึงถึงความเสี่ยง (risk-informed urban planning) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ การอนุรักษ์พื้นที่ทางธรรมชาติ และการส่งเสริมแนวทาง Nature-based Solutions จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสี่ยงและสร้างความยืดหยุ่นให้กับเมืองและชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่เปราะบาง
🔴ประชุมกลุ่มย่อยภาคีเครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจพื้นฐานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำความเข้าใจความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้น ผ่านการทำกิจกรรมกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็น ร่วมกับภาคีเครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร เพื่อให้คณะทีมวิจัยได้นำไปจัดทำ วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางในการปรับตัวที่เหมาะสมกับชุมชน และจัดทำแผนผังยุทธศาสตร์และผังแม่บทชุมชนต้นแบบ พร้อมคู่มือแนวทางการวางผังชุมชนและที่อยู่อาศัยที่ลดความเสี่ยงต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อน ต่อไป
#บ้านอยู่เย็นชุมชนยืดหยุ่น #อยู่สบายปลอดภัยจากร้อนและน้ำและอยู่ได้อย่างยั่งยืน #ชุมชนเข้มแข็งบ้านเย็นขึ้นน้ำท่วมน้อยลง #ออกแบบร่วมกันเพื่อบ้านและชุมชนที่อยู่ดีขึ้น

           #บ้านอยู่เย็นอัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองโครงการบ้านอยู่เย็น  - "อยู่กับน้ำ อยู่กับแดด:...
06/04/2026

#บ้านอยู่เย็น

อัปเดตโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
โครงการบ้านอยู่เย็น - "อยู่กับน้ำ อยู่กับแดด: เปลี่ยนชุมชนให้น่าอยู่ด้วยธรรมชาติ"
🔴โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อนผ่านแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน: กรณีศึกษาชุมชนรายได้น้อยริมคลองเปรมประชากรกรุงเทพมหานคร” (Enhancing Flood and Heat Resilience through Nature-Based Solutions: A Case Study of a Prem Prachakorn Canal-Side Low-Income Community in Bangkok) เป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ThaiCI โดยกองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อมร่วมกับ GIZ ได้ดำเนินการจัดตั้ง “กองทุน ThaiCI (ไทกี้) (Thai Climate Initiative Fund)” ขึ้น ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้ง ด้านการส่งเสริมขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ดำเนินการภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
🔴ดำเนินโครงการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าโครงการฯ และหัวหน้า หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง พร้อมคณะทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (สวทช.) โครงการนี้มุ่งเน้นช่วยให้ชุมชนรายได้น้อยริมคลองเปรมประชากรสามารถรับมือกับ น้ำท่วม และ อากาศร้อนจัด ได้ดีขึ้น โดยใช้แนวทางธรรมชาติช่วยแก้ปัญหา (NbS) เช่น พื้นที่สีเขียว พื้นที่รับน้ำ ทางเดินร่มรื่น การระบายน้ำที่ดีขึ้น และการออกแบบบ้านกับพื้นที่ชุมชนให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศมากขึ้น
🔴โครงการนี้ขับเคลื่อนผ่านกลไกของทั้ง กรุงเทพมาหานคร สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผ่านโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และโครงการบ้านมั่นคงพลัสซึ่งต่อยอดมาจากโครงการบ้านมั่งคง จัดทำโดยกรุงเทพมหานคร พื้นที่เป้าหมายของโครงการ “ระดับสายคลอง” เป็น 2 เขตจาก 7 เขตนำร่องของโครงการบ้านมั่นคงพลัส (เขตหลักสี่และเขตจัตุจักร) โดยชุมชนเป็นแกนกลางของโครงการผ่านภาคีเครือข่ายชุมชนริมคลองเปรมประชากร และมีสำนักงานเขตหลักสี่และสำนักงานเขตจตุจักรเป็นกลไกขับเคลื่อนงานให้เป็นรูปธรรม
🔴มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เล็งเห็นถึง สภาพปัญหาของกรุงเทพมหานคร ที่เผชิญกับภัยความร้อนและภัยน้ำท่วม อันเนื่องมาจาก ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้น ที่ตั้งของชุมชนริมคลอง มักเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ความร้อนสะสมจากเกาะความร้อน ในเมือง (Urban Heat Island) และการขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงของชุมชนริมคลอง โครงการจึงนำแนวทางการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS) โดยเริ่มตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ และ บริหารจัดการพื้นที่ และการสร้าง “ผลประโยชน์ร่วม (co-benefit)” ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ มาใช้เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยไม่ทำลายสมดุล ของระบบธรรมชาติ เพื่อลดความเปราะบางและเพิ่มความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ในอนาคตของชุมชนต่อภัยน้ำท่วมและภัยความร้อนได้อย่างเป็นระบบ
🔴สิ่งที่ชุมชนจะได้จากโครงการนี้ ไม่ใช่แค่ “การศึกษา” แต่คือแนวทางที่ช่วยให้ชุมชนอยู่ดีขึ้นในระยะยาว เช่น รู้ว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงอะไร มีข้อมูลรองรับการวางแผนชุมชน มีแนวทางปรับปรุงพื้นที่ให้เย็นขึ้น แห้งขึ้น ปลอดภัยขึ้น มีแนวคิดในการพัฒนาบ้านและสาธารณูปโภคที่เหมาะกับอนาคต ชุมชนมีเสียงและมีส่วนร่วมในการออกแบบพื้นที่ของตนเอง หน่วยงานสามารถนำผลไปต่อยอดในโครงการบ้านมั่นคงและบ้านมั่นคงพลัสได้ โครงการจะจัดทำทั้ง ผังยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ริมคลอง สำหรับ 21 ชุมชนในเขตจตุจักรและหลักสี่ ผังแม่บทชุมชนต้นแบบ สำหรับ 1 ชุมชน แนวทางออกแบบบ้านและพื้นที่ชุมชน และคู่มือที่หน่วยงานและชุมชนใช้ต่อได้จริง นอกจากนี้ยังช่วยลดรายจ่าย: บ้านเย็นลง ค่าไฟก็น้อยลง สุขภาพคนในบ้านก็ดีขึ้น รักษารายได้: น้ำระบายเร็วขึ้น ไม่ต้องหยุดงานหรือทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ และผังชุมชนใหม่: มีผังแม่บทที่พวกเราร่วมกันออกแบบ เพื่อให้หน่วยงานรัฐ (กทม./พอช.) นำไปสร้างจริงในอนาคต
🔴โครงการบ้านอยู่เย็นจะ เป็นโครงการที่ช่วยให้ชุมชนริมคลองเปรมประชากรรับมือกับน้ำท่วมและอากาศร้อนจัดได้ดีขึ้น โดยจะร่วมกับชุมชนสำรวจปัญหา ศึกษาความเสี่ยง ออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะกับพื้นที่ และจัดทำผังกับแบบต้นแบบที่นำไปใช้จริงได้ เพื่อให้ชุมชนมีบ้านที่อยู่สบายขึ้น พื้นที่ที่ปลอดภัยขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
#บ้านอยู่เย็นชุมชนยืดหยุ่น #อยู่สบายปลอดภัยจากร้อนและน้ำและอยู่ได้อย่างยั่งยืน #ชุมชนเข้มแข็งบ้านเย็นขึ้นน้ำท่วมน้อยลง #ออกแบบร่วมกันเพื่อบ้านและชุมชนที่อยู่ดีขึ้น

     📌📌📌📌อัปเดตข่าวโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง📌การประชุมเพื่อหารือการดำเนินงานกับสำนักผังประเทศและผังภา...
24/03/2026



📌📌📌📌อัปเดตข่าวโครงการสำคัญของหน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมือง
📌การประชุมเพื่อหารือการดำเนินงานกับสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการ Urban-Act
.
🔴วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2568 หน่วยวิจัยอนาคตและนโยบายเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University Research unit in Urban Futures & Policy) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังมือง นำโดย รศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยฯ ร่วมกับ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ และทีมวิจัย ได้ขอเข้าพบสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อหารือการดำเนินงาน ภายใต้โครงการพัฒนาเมืองเชิงบูรณาการเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act: Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon & Resilient Cities) ดำเนินงานในนามของ แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมนี โดยภายในรัฐบาลสหพันธรัฐ แผนงาน IKI อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🔴การประชุมเพื่อหารือการดำเนินงานกับสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง ครั้งนี้เป็นการนำเสนอ บทบาทและแนวทางการดำเนินงานของพื้นที่ภูเก็ต การบูรณาการข้อมูลภูมิอากาศสู่การตัดสินใจด้านการวางและจัดทำผังเมืองของจัวหวัดภูเก็ตและเทศบาลตำบลวิชิต และหารือความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ ในระดับผังนโยบายระดับจังหวัด
🔴หน่วยวิจัยฯ ได้รับเกียรติจากสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง นำโดย นางฤชุมาน ฐานสุพร รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านการผังเมือง สำนักผังประเทศและผังภาค และเจ้าหน้าที่จากสำนักผังประเทศและผังภาค นางพจนีย์ ขจรปรีดานนท์ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ ห้องประชุม 7 กรมโยธาธิการและผังเมือง
🔴หน่วยวิจัยฯ นำเสนอกรอบแนวคิดการดำเนินงานการวางแผนที่บูรณาการมิติทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมไว้ภายใต้กรอบการดำเนินงานเดียว มุ่งเน้นไปที่ 3 ส่วน ได้แก่ (1) การวางแผน/ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และคมนาคมขนส่ง ซึ่งจะศึกษาเรื่องการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกิจสังคม และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสม การคมนาคมจะดูการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อุทกภัย และปัญหารถติด (2) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่ดิน และพลังงาน จะดูโครงสร้างพื้นฐาน น้ำอุปโภค บริโภค การประปา น้ำเสีย แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้า และความต้องการพลังงานไฟฟ้า (3) การบริหารความเสี่ยง จากภัยน้ำท่วม ภัยน้ำแล้ง และภัยความร้อน ทั้งนี่จังหวัดภูเก็ตจะได้นำ SDG เข้าไปเป็นกรอบและเป้าหมายในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมจากคนทุกกลุ่มในระดับท้องถิ่น (SDGs Localization) และ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและบริการสาธารณะให้รับมือและลดผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ได้แก่ นํ้าอุปโภคบริโภค การบำบัดนํ้าเสีย การใช้ประโยชน์ที่ดิน และคมนาคมขนส่ง การดําเนินงานของพื้นที่ภูเก็ตตลอดระยะเวลา 1 ปี กว่าที่ผ่านมา ภาพอนาคตเมืองภูเก็ตปี 2567-2593 จากความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงของบริการสาธารณะเมืองและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งแบบคาร์บอนต่ำาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การนำเสนอแนวคิดเมืองที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและเมืองคาร์บอนต่ำ ปิดท้ายด้วยภาพอนาคตเมืองวิชิตและตัวอย่างการปรับใช้มาตรการ
🔴 การบูรณาการข้อมูลภูมิอากาศสู่การตัดสินใจด้านการวางและจัดทำผังเมืองของจัวหวัดภูเก็ตและเทศบาลตำบลวิชิต ในหลายเมืองทั่วโลก มีการจัดทำการประเมินภัยและความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์การประเมิน ดังกล่าวไม่ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่การวางแผนเมือง ข้อมูลภูมิอากาศเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่ การวางแผนเมืองที่ตอบสนองต่อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate-responsiveplanning) การวางผังที่คำนึงถึงภูมิอากาศ คือ การแปลงข้อมูลความเสี่ยง ให้เป็นการตัดสินใจด้านการวางผังและโครงสร้างพื้นฐานที่เฉพาะเจาะจงตามพื้นที่ โดยจะต้องตอบคำถามสำคัญ 1) ทำความเข้าใจว่า ความเสี่ยงเกิดปฏิสัมพันธ์กับระบบเมืองในตำแหน่งใด 2) ระบุว่าโครงสร้างเชิงพื้นที่แบบใดเพิ่มความเปราะบางของเมือง 3) ออกแบบมาตรการและการแทรกแซงเชิงพื้นที่ (place-based interventions) ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ กรณีตัวอย่างที่ทางทีมวิจัยใช้ คือ แผนพัฒนาเมือง (Stadtentwicklungspläne: StEP) เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี และแผนพัฒนาเมืองด้านสภาพภูมิอากาศ 2.0 ซึ่งนำหลักการมาใช้ในงาน Urban-Act ถอดออกมาได้เป็นลำดับการวิเคราะห์ 1) การทำความเข้าใจเมืองและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การระบุการเปิดรับความเสี่ยงและความเปราะบางของเมือง 3) การซ้อนทับข้อมูลเพื่อระบุพื้นที่เสี่ยง 4) การนำผลการประเมินความเสี่ยงไปสู่การกำหนดเครื่องมือเชิงผัง และ 5) การกำหนดโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแบบคาร์บอนต่ำและเป็นเมืองปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
🔴 ช่วงท้ายของการประชุม ได้หารือความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ ในระดับผังนโยบายระดับจังหวัด จากการหารือ สำนักผังประเทสและผังภาคมีความสนใจที่จะนำข้อเสนอแนะของโครงการไปปรับใช้ในผังระดับนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางให้ผังระดับพื้นที่นำไปปรับใช้ต่อไป ซึ่งสามารถนำไปผลักดันในแผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนผังแสดงการตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน แผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง แผนผังแสดงระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ แผนผังแสดงผังน้ำ และแผนผังพื้นที่พัฒนาพิเศษ ลำดับถัดไปจะเป็นการจับคู่เนื้อหาของงานเข้ากับองค์ประกอบผังต่อไป ทางหน่วยวิจัยฯ ขอขอบคุณสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความสนใจผลงานของหน่วยวิจัยและช่วยให้การประชุมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
👉👉👉 โปรดติดตามข่าวคราวสำคัญและความคืบหน้าของโครงการทางหน้าเพจของเรา….

ที่อยู่

Urban Futures & Policy Research Unit, Faculty Of Architecture And Planning, Thammasat University
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Urban Futures & Policyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Urban Futures & Policy:

แชร์