03/08/2026
🙏มูลนิธิชัยพัฒนาขอขอบพระคุณ ศ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่กรุณาแนะนำผลิตภัณฑ์ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ของมูลนิธิชัยพัฒนา
✨️นับเป็นอีกหนึ่งเสียงจากผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการแพทย์ที่ยืนยันคุณประโยชน์อันโดดเด่นหลายประการของ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
❤️ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานของ "ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น" อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกากวัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด
🌱นอกจากนี้ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ยังมีส่วนในการส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและการสร้างอาชีพให้แก่ราษฎรชาวไทยภูเขา โดยสนับสนุนการปลูกต้นชาน้ำมันเพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการฟื้นฟูและดูแลผืนป่าต้นน้ำอย่างเกื้อกูลกันและยั่งยืน
✅️ผู้สนใจสามารถซื้อ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ได้ที่
📍ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา
📍ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ Tops, Villa Market, Gourmet Market, Golden Place เป็นต้น
📍บูทร้านภัทรพัฒน์ ในงาน "โครงการหลวง 57" ระหว่างวันที่ 1 - 12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
📍หรือเชิญร่วมงาน “เทศกาลเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์
#มูลนิธิชัยพัฒนา #น้ำมันเมล็ดคามีเลีย #ภัทรพัฒน์ #เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย #ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น #น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ
น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก ผลิตภัณฑ์ ของมูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฏรเสมือนหนึ่งเป็นความทุกข์ ของพระองค์ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริ ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้เกิดความ "พออยู่ พอกิน”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆ
2. เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้
3. ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม
4. ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์
5. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง
เป้าหมาย
เป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ ชัยชนะแห่งการพัฒนา
https://www.chaipat.or.th/royal-projects-in-various-regions.html
ผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิ
น้ำมันเมล็ดคามีเลีย หรือน้ำมันเมล็ดชา คือ น้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ ได้รับการขนานนามว่า "น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก" อุดมด้วยไขมันดี 87% และทนความร้อนได้สูง
ประโยชน์และคุณสมบัติเด่น
• ไขมันดีสูง: มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3, 6 และ 9 ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และบำรุงหัวใจ
• ทนความร้อนสูง: ทนความร้อนได้มากกว่า 250 องศาเซลเซียส เหมาะกับการทำอาหารทั้ง ผัด ทอด และอบโดยไม่มีควันและสารก่อมะเร็ง
• บำรุงผิวพรรณ: เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบไว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอย
รายละเอียดปริมาณกรดไขมันในน้ำมันเมล็ดคามีเลีย
• โอเมก้า 9 (Oleic Acid): พบในปริมาณสูงสุด 81 - 87% ช่วยเสริมสร้างระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรง พร้อมทั้งลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL)
• โอเมก้า 6 (Linoleic Acid): พบในปริมาณ 5 - 15% (หรืออาจสูงถึง 28% ในบางสายพันธุ์) มีบทบาทสำคัญในการสร้างปราการกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ
• โอเมก้า 3 (Alpha-Linolenic Acid): พบในปริมาณเพียง 0.3 - 3% เป็นกรดไขมันจำเป็นกลุ่มต้านการอักเสบที่พบได้ในสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่ม
ความสำคัญคือโอเมก้าเก้า ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก และข้อสำคัญคือ น้ำมันเมล็ดชาสามารถทนความร้อนได้สูงมาก จึงสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย
น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันมะกอก จัดเป็นน้ำมันสุขภาพที่มีกลุ่มไขมันหลักใกล้เคียงกัน แต่มีจุดเด่นและความทนทานต่อความร้อนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยคุณสามารถนำน้ำมันเมล็ดคามีเลียไปประกอบอาหารได้ทุกรูปแบบ ทั้งการทอด ปิ้งย่าง รวมถึงการทานสดกับสลัดครับ
ความเหมือนและความแตกต่าง
1. ความเหมือน (องค์ประกอบไขมัน)
• กรดไขมันหลัก: ทั้งสองชนิดเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (โอเมก้า 9 หรือ Oleic acid) สูงมากเหมือนกัน ทำให้อำนวยประโยชน์ในการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และบำรุงหัวใจได้ดีเยี่ยมทั้งคู่
• สารต้านอนุมูลอิสระ: มีสารกลุ่มโปรวิตามินเอ วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติสูง
2. ความแตกต่าง (จุดเกิดควัน และ รสสัมผัส)
• จุดเกิดควัน (Smoke Point): น้ำมันมะกอกทั่วไป (โดยเฉพาะชนิด Extra Virgin) มีจุดเกิดควันต่ำที่ประมาณ 160–190°C ทำให้ไม่เหมาะกับการทอดท่วมหรือปิ้งย่างที่ใช้ความร้อนสูง ถ้าจะทนความร้อนสูงต้องเป็น refined olive oil ขณะที่น้ำมันเมล็ดคามีเลียมีจุดเกิดควันสูงถึง 252°C จึงทนความร้อนได้มากกว่าอย่างสัดส่วนที่ชัดเจน
• กลิ่นและรสชาติ: น้ำมันมะกอก Extra Virgin จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างแรงและรสฝาดเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่น้ำมันเมล็ดคามีเลียมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สไตล์ถั่วเบาบาง รสชาติกลมกล่อมและไม่กลบกลิ่นดั้งเดิมของวัตถุดิบอาหาร
การนำไปใช้ประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ
• การทอดและการปิ้งย่าง (ทำได้ดีเยี่ยม): ด้วยจุดเกิดควันสูงเกิน 250°C น้ำมันเมล็ดคามีเลียจึงสามารถใช้ทอดแบบท่วม (Deep frying) ทำอาหารปิ้งย่าง หรือผัดไฟแรงสไตล์จีนได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งหรือควันหนาแน่นเหมือนน้ำมันมะกอก Extra Virgin
• การทานสดกับน้ำสลัด (ทำได้ดีมาก): คุณสามารถนำมาคลุกสลัด ทำน้ำสลัด หรือดริซเซิล (Drizzle) บนอาหารได้ทันทีเนื่องจากผ่านกรรมวิธีบีบเย็น (Cold-pressed) สารอาหารและโอเมก้าจึงยังอยู่ครบถ้วน ทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนปฏิกิริยารับรส