Thai-Chinese Chamber of Commerce

Thai-Chinese Chamber of Commerce องค์กรของเราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีน ประจำไตรมาส 4/2568ผู้ตอบแบบสำรวจ ร้อยละ 42 มีความเห็นว่าการเจรจาระหว่างไทยและ...
17/09/2025

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีน ประจำไตรมาส 4/2568
ผู้ตอบแบบสำรวจ ร้อยละ 42 มีความเห็นว่าการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จกว่าที่คาดหวัง
คาดว่าสหรัฐฯและจีนจะสามารถตกลงอัตราภาษีที่ลดลงได้ภายในก่อนสิ้นปีนั้

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสที่สี่ ปี 2568 ซึ่งได้มีการสำรวจระหว่าง วันที่ 19 ถึง 25 สิงหาคม 2568 ผู้ให้ข้อมูลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประกอบด้วย (1) ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการหอการค้าไทยจีน (2) ประธานและกรรมการสมาชิกสมาคมต่างๆของสหพันธ์หอการค้าไทยจีน และ (3) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้าไทยจีน รวมทั้งสิ้น จำนวน 454 คน
การสำรวจครั้งนี้ให้ความสำคัญกับนโยบายนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศอัตราการจัดเก็บภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariff) จากไทยร้อยละ 19 ในทุกรายการสินค้า (ยกเว้นสินค้าภายใต้มาตรา 232 อาทิ รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมทองแดงกึ่งสำเร็จรูป และอาจมีรายการอื่นๆ คือ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ไม้ ที่อัตราภาษีสูงกว่าร้อยละ 19) แต่ยังต้องเจรจานิยาม สินค้าที่เกิดจากการสวมสิทธิ์ของประเทศที่สาม (Transshipment) ว่า “สัดส่วนของมูลค่าส่วนประกอบภายในประเทศ (minimum local content)” ต้องเป็นอย่างน้อยร้อยละเท่าใด จึงจะนับว่าเป็นสินค้าไทย
ส่วนการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เรื่องหลัก ๆ คือ ไทยจะไม่เก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐอเมริกา จำนวนมากกว่า 10,000 รายการ ซึ่งคงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 3-5 ปี และมีกำหนดโควตานำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกาสินค้าเกษตร อาทิ เนื้อหมู ซึ่งนำเข้าได้ไม่เกินร้อยละ 1 ของความต้องการ (ยกเว้นเครื่องในที่ยังไม่อนุญาตให้นำเข้า) เป็นต้น
ผลของการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีน ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 42 ให้ความคิดเห็นว่า การเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดหวังไว้ แต่ร้อยละ 31 เห็นว่าแม้ว่าการเจรจาที่ประสบความสำเร็จแต่ยังไม่คลายกังวล ในรายละเอียดของเงื่อนไขข้างเคียง โดยเฉพาะสัดส่วนของมูลค่าส่วนประกอบภายในประเทศ (local content) ที่นิยามสินค้าไทยที่ผลิตในไทย เมื่อมีการสอบถามถึงข้อคิดเห็นต่อสัดส่วนดังกล่าวควรจะอยู่ร้อยละเท่าไหร่ถึงจะกล่าวได้ว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าของไทยและไม่เข้าข่ายกรณีของการสวมสิทธิ์ ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 54 มีความเห็นว่าควรมีสัดส่วนที่มีส่วนประกอบของไทยต้องมีมูลค่าอย่างน้อยร้อยละ 40 จะมีความเหมาะสมและรับได้ ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 26 คิดว่าสัดส่วนดังกล่าวเป็นร้อยละ 50 ยังพอได้
ผลของการภาษีศุลกากรในอัตราใหม่ทั้งสองประเทศย่อมทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 36 และ 22 ให้ความเห็นว่าสำหรับไทย อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมหนัก (เคมีภัณฑ์และพลาสติก ยานยนต์ เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า) จะได้รับประโยชน์มากที่สุดตามลำดับ ส่วนการไม่เก็บภาษีศุลกากรของสินค้าเกษตรนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วเหลือง ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 48 จะทำให้ต้นทุนในการผลิต สินค้าปศุสัตว์ลดลงแต่ลดลงเพียงเล็กน้อย และผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 42.5 ที่ให้ความเห็นว่าต้นทุนในการผลิตสินค้าปศุสัตว์จะลดลงมากอย่างมีนัยยะสำคัญ ในส่วนของความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ผู้ตอบแบบสำรวจมากถึงร้อยละ 84 ยังมีความกังวลในเรื่องของความแตกต่างทางมาตรฐานสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา เพราะการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ไม่ตรงกับมาตรฐานของไทยอาจจะมีผลต่อสุขภาพ
การจัดเก็บภาษีศุลกากรในการร้อยละ 19 ต่อการส่งออกของไทย ในภาพรวมแล้วการคาดการณ์ส่งออกในครึ่งปีหลังของปี 2568 ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 45 คิดว่าการส่งออกในครึ่งปีหลังจะไม่มีความแตกต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้เดิมก่อนที่จะมีการประกาศอัตราภาษีศุลกากรร้อยละ 19 แต่มีผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 39 ที่ลงความเห็นว่าการส่งออกในครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดว่าสหรัฐอเมริกาและจีนจะสามารถตกลงอัตราภาษีที่ลดลงได้ภายในก่อนสิ้นปีนี้ เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังไม่ไม่สิ้นสุดและได้มีการขยายระยะเวลาการเจรจาออกไปอีก ในอัตราปัจจุบันที่สหรัฐอเมริกาจะจัดเก็บภาษีจากจีนร้อยละ 30 สำหรับสินค้าทั่วไปและร้อยละ 54 สำหรับสินค้าบางบางประเภทซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงมาก ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 71.5 มีความคิดเห็นว่าสหรัฐสหรัฐอเมริกาและจีน จะสามารถหาข้อตกลงและมีอัตราการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเดิมภายในสิ้นปี 2568 แต่ ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 18.5 คิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ อาจมีกรณีขัดแย้งอื่นแทรกเข้ามาอีก จนทำให้สหรัฐอเมริกามีการปรับอัตราภาษีสูงขึ้น
ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ นักลงทุนจีนได้ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยจำนวนหนึ่ง ร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความเห็นว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในรอบนี้ ยังคงทำให้นักลงทุนจีนย้ายฐานการลงทุนมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก แต่ร้อยละ 16 ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความคิดเห็นที่แตกต่างเพราะคาดว่านักลงทุนจีนจะมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
จากบทวิจัยหลายสำนักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นว่าจีนมีความจำเป็นต้องรักษาอัตรากำลังการผลิตในประเทศเพื่อคงอัตราการเจริญเติบโตและการจ้างงาน ส่งผลให้จีนต้องเร่งระบายสินค้าส่วนเกินไปขายอย่างตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการปรับลดราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อของโลก ร้อยละ 74 ของผู้ตอบแบบสำรวจลงความเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของโลกจะมีทิศทางลดลงแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าจะมีสินค้าจีนออกขายในตลาดโลกนอกจากสหรัฐอเมริกามากขึ้น
ข้อสรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ แม้ว่าการประกาศอัตราภาษีศุลกากร (Reciprocal Tariff) ร้อยละ 19 จะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น และอัตราภาษีดังกล่าวไม่ได้แตกต่างไปจากคู่แข่งของประเทศไทยมากนัก ความกังวลในเรื่องของความเสียเปรียบโดยเปรียบเทียบจึงลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีความกังวลในเงื่อนไขที่ยังไม่ชัดเจนอยู่ ในเรื่องของการนิยามการสวมสิทธิ์สินค้าเพื่อส่งออก บางอุตสาหกรรมไทยอาจจะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีศุลกากรใหม่ แต่การนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีความแตกต่างระหว่างมาตรฐานของไทยกับสหรัฐอเมริกานั้น ยังสร้างความกังวลที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค สุดท้ายผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จะทำให้นักลงทุนจีนยังมาลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตสินค้าในประเทศไทย

✨ อยากทำงานกับ บริษัทใหญ่ ๆ ต้องมา! Job Fair ภายในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2025🎯 พบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ไทย–จีน ...
10/09/2025

✨ อยากทำงานกับ บริษัทใหญ่ ๆ ต้องมา! Job Fair ภายในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2025
🎯 พบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ไทย–จีน กว่า 50 บริษัท เช่น
▪️CP Group
▪️Sea Value
▪️Zhongce Rubber
▪️Huawei
▪️ธนาคารแห่งประเทศจีน
▪️DTL Law Office
และอีกมากมาย!
💼 พร้อมตำแหน่งงานกว่า 3,600 อัตรา รอคุณอยู่
👷🏽‍♂️พิเศษ! เจาะลึกกฎหมายแรงงาน กับบูธกระทรวงแรงงาน ตอบทุกปัญหาด้านแรงงาน

📍Thailand–China Cooperation Expo 2025
🗓 วันที่ 26–28 กันยายน 2568
⏰ เวลา 10.00–18.00 น.
📍 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รีบจองคิวสัมภาษณ์ล่วงหน้าเลย
🖍️ลงทะเบียนเข้างานฟรี! Pre-register ได้เลยที่ https://registration.eventpassinsight.co/registration/profile/tcce25/visitor
📌 และจองคิวสัมภาษณ์งานล่วงหน้าได้ที่ https://thaichamber-jobfair.one.th/

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ หอการค้าไทย โทร. 02-018-6888 ต่อ 6070, 2600, 6150

#ไทยจีนครบทุกมิติ #หอการค้าไทย #สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย #หอการค้าไทยจีน #สมาคมวิสาหกิจจีนในไทย #อิมแพ็คเมืองทองธานี #หางาน #กรมจัดหางาน

04/09/2025
✨ กำลังมองหางานอยู่ใช่ไหม?โอกาสดีมาถึงแล้ว!!🎉 กับกิจกรรม Job Fair ภายในงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025🗓 ระหว่าง...
02/09/2025

✨ กำลังมองหางานอยู่ใช่ไหม?
โอกาสดีมาถึงแล้ว!!

🎉 กับกิจกรรม Job Fair ภายในงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025
🗓 ระหว่างวันที่ 26–28 กันยายน 2568
⏰ เวลา 10.00–18.00 น.
📍 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

💼 รวบรวมตำแหน่งงานกว่า 3,600 อัตรา จาก 50 บริษัทชั้นนำของไทยและจีน ครอบคลุมหลายสายอาชีพ
- ดิจิทัลและไอที
- การเงินและการตลาด
- วิศวกรรมและการผลิต
- เกษตรและสิ่งแวดล้อม
- สุขภาพและการแพทย์
- งานครีเอทีฟ แฟชั่น และงานออกแบบ
- งานบริการและฟรีแลนซ์

พร้อมกิจกรรมพิเศษจาก กระทรวงแรงงาน
✔️ ให้คำปรึกษา Work Permit
✔️ บริการกฎหมายแรงงานครบวงจร
✔️ จัดหางานและพัฒนาทักษะ
✔️ ให้คำแนะนำด้านประกันสังคม

อย่าพลาดโอกาสนี้
🖍️ลงทะเบียนเข้างานฟรี! Pre-register ได้เลยที่ https://registration.eventpassinsight.co/registration/profile/tcce25/visitor
📌 และจองคิวสัมภาษณ์งานล่วงหน้าได้ที่ https://thaichamber-jobfair.one.th/

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ หอการค้าไทย โทร. 02-018-6888 ต่อ 6070, 2600 , 6150
#ไทยจีนครบทุกมิติ #หอการค้าไทย #สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย #หอการค้าไทยจีน #สมาคมวิสาหกิจจีนในไทย #อิมแพ็คเมืองทองธานี #หางาน #กรมจัดหางาน

📍📍วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคุณพนิดา เทพกาญจนา รองประธานกรรมการ คุณธวัชชัย เศ...
28/08/2025

📍📍วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

คุณพนิดา เทพกาญจนา รองประธานกรรมการ คุณธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการ หอการค้าไทย และคุณอุดม สุขสุดประเสริฐ รองประธาน หอการค้าไทย–จีน พร้อมคณะฯ เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

🤝✨เพื่อแนะนำกิจกรรม Education Zone ในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2025 พื้นที่เชื่อมโยงการศึกษาไทย–จีน เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้แก่เยาวชนไทย

💡🎯 เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้สู่อนาคต รวบรวมทุนการศึกษามากกว่า 300 ทุน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา ระดับปริญญาตรี จนถึงระดับปริญญาโท พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงข้อมูลโดยตรงจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงแนะนำสาขาอาชีพแห่งอนาคตที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน 🚀

🌏 กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและมอบโอกาสใหม่ๆ ให้แก่เยาวชนไทย ในการเตรียมพร้อมสู่โลกการศึกษาและการทำงานระดับนานาชาติ 🎓✨

CACF-Thailand 2025 เปิดเวทีการค้า ดึงผู้ประกอบการไทยเจรจาธุรกิจจีน–อาเซียน พร้อมเสริมความรู้ใน Business Seminar & Worksh...
26/08/2025

CACF-Thailand 2025 เปิดเวทีการค้า ดึงผู้ประกอบการไทยเจรจาธุรกิจจีน–อาเซียน พร้อมเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรี
งานChina-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12 หรือ CACF-Thailand ครั้งที่12 กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2568 ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา งานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 225 บูธ ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น
สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน
เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม
สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ
ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ
ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน–อาเซียน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป
✨ เสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรี
นอกจากโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่
บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง
ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์
ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”
ลุงพิท ครัวจิ๋ว ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”
มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย
ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

✨ พิเศษสุด! ไฮไลท์เทคโนโลยีจากจีน
**AI Avatar Live E-commerce**
ภายในงานจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

📍 ข้อมูลการจัดงาน
งาน : China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12 (CACF-Thailand 2025)
วันจัดงาน : 17–19 กันยายน 2568
เวลา : 10.00–18.00 น. (19 ก.ย. ปิดเวลา 16.00 น.)
สถานที่ : ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ผู้เข้าชมงาน : ผู้ประกอบการ, นักธุรกิจ, SME, Startup, ผู้สนใจทั่วไป คาดการณ์ 5,000–8,000 คน
ค่าเข้าร่วม : ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/
ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK14

ขอเชิญผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง

เตรียมพบกับงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025มหกรรม ไทย-จีน ครบทุกมิติ สุดยิ่งใหญ่ ที่เกิดจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ...
20/08/2025

เตรียมพบกับงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025
มหกรรม ไทย-จีน ครบทุกมิติ สุดยิ่งใหญ่ ที่เกิดจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น 50 ปี ไทย-จีน
📅 26-28 กันยายน 2568 ณ ชาเลนเจนส์ ฮอลล์ 2-3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เวลา 10.00 - 18.00 น.
📍 Exhibition Zone รวมสุดยอดสินค้าและบริการต่าง ๆ ตลอด Supply Chain บินตรงจากจีน และบริษัทจีนในไทย ให้คุณได้ชมและช็อปถึงที่ พร้อมโปรโมชันเด็ด ทั้งส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ค่ายมือถือ บริการทางธุรกิจ และอีกมากมาย
📍 Business Matching จับคู่ธุรกิจจีน-ไทย สร้างโอกาสขยายตลาดและธุรกิจอย่างยั่งยืน
📍 Job Fair โอกาสแห่งการทำงานกับบริษัทจีน รวมตำแหน่งงานมาให้แล้วกว่า 1000 อัตรา จากกว่า 40 บริษัท
📍 Education Fair โอกาสแห่งการศึกษาในประเทศจีน รวมทุนการศึกษามหาวิทยาลัยจีนมาให้แล้วกว่า 200 ทุน และทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทยอีกมากมาย พร้อมบูธจากสถานศึกษาทั้งจีนและไทยรวมกว่า 30 บูธ
📍 Seminar สัมมนาวิชาการ อัปเดตเทรนด์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ จากผู้เชี่ยวชาญและบริษัทชั้นนำ
🛍 เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า 26 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
📅 26-28 กันยายน 2568 ณ ชาเลนเจนส์ ฮอลล์ 2-3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เวลา 10.00 - 18.00 น.

#ไทยจีนครบทุกมิติ
#หอการค้าไทย #หอการค้าไทยจีน #สมาคมวิสาหกิจจีนในไทย

นายณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล  ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน  เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสท...
10/07/2025

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสที่สาม ปี 2568 ซึ่งได้มีการสำรวจระหว่างวันที่ 15 ถึง 20 มิถุนายน 2568 ผู้ให้ข้อมูลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประกอบด้วย (1) ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการหอการค้าไทยจีน (2) ประธานและกรรมการสมาชิกสมาคมต่างๆของสหพันธ์หอการค้าไทยจีน และ (3) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้าไทยจีน รวมทั้งสิ้น จำนวน 480 คน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ในประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรในวันที่ 2 เมษายน 2568 กับทุกประเทศทั่วโลกและมีเป้าหมายหลักคือจีน ได้สร้างความตระหนกให้กับผู้ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา และโอกาสที่สินค้าจีนที่ส่งไปขายสหรัฐอเมริกาไม่ได้นั้นอาจจะถูกระบายมาขายที่ไทย แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเปิดช่วงเวลาการเจรจาให้กับประเทศคู่ค้าเป็นระยะเวลา 90 วัน จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ขณะที่การเก็บข้อมูลสำรวจดัชนีในครั้งนี้อยู่ในช่วงก่อนที่จะครบ 90 วัน ซึ่งโอกาสที่การเจรจาจะสิ้นสุดกับทุกคู่ประเทศไม่น่าเป็นไปได้
จากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเปรียบเทียบผลกระทบต่อการค้าขาย ระหว่างมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ และสถานการณ์วิกฤตการณ์โรคระบาด โควิด-19 ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 39 มีความเห็นว่ามาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์มีผลกระทบรุนแรงมากกว่าช่วงโควิด-19 พอสมควร แต่ร้อยละ 26 มีความเห็นว่ามาตรการภาษีดักล่าวมีผลกระทบรุนแรงมากกว่าช่วงโควิด-19 เป็นอย่างมาก กล่าวได้ว่าผลกระทบต่อการค้าขายจากนโยบายทรัมป์จะลำบากมากกว่าช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 การสำรวจยังได้สอบถามต่อว่าธุรกิจของสมาชิกหอการค้าไทยจีนและสหพันธ์หอการค้าไทยจีนนั้นได้รับผลกระทบจากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์มากหรือน้อยเพียงใด ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 45 ลงความเห็นว่าได้มีผลกระทบเกิดขึ้นแล้วและทำให้การค้าขายชะลอตัวมาก ในขณะที่ร้อยละ 36 ให้ความเห็นว่ามีผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วต่อการค้าขายชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้มีร้อยละ 8 ที่ให้ความเห็นว่าเป็นโอกาสทำให้การค้าขายนั้นดีขึ้น
ประธานาธิบดีทรัมป์เดิม ได้ประกาศว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรร้อยละ 37 และร้อยละ 145 กับไทยและจีนตามลำดับ หลังจากมีการเจรจาในเบื้องต้นในกรอบระยะเวลา 90 วัน สหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่าจะเก็บภาษีจากจีนร้อยละ 55 และจีนเก็บภาษีจากสหรัฐอเมริการ้อยละ 10 ในขณะที่ไทยนั้นอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ผลการสำรวจความคิดเห็นของการเจรจามีดังนี้ ร้อยละ 22 คาดว่าอัตราภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราที่น้อยกว่าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศไว้เบี้องต้นตั้งแต่เมษายน 2568 เนื่องมาจากแรงกดดันจากผู้บริโภคและผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 15 ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความเห็นว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนตามมาตราที่ได้ประกาศไปนั้นจะเป็นข้อตกลงที่สิ้นสุดแล้ว และผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 14 ลงความเห็นว่าการเจรจากับประเทศส่วนใหญ่จะยืดเยื้อและยาวนานกว่า 90 วันและต้องขยายระยะเวลาการเจรจาออกไปอีก (ในวันที่ 3 กรกฎาคม ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่ามีข้อตกลงที่เป็นที่สิ้นสุดกับเวียดนาม โดยเก็บภาษีศุลกากรจากเวียดนามร้อยละ 20 ในขณะที่เวียดนามจะไม่เก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา)
จาก 5 มาตรการที่คาดว่าไทยจะไปเสนอเพื่อเจรจากับสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญ กับ 3 มาตรการที่จะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับเศรษฐกิจไทย กล่าวคือ การลดภาษีศุลกากรและมาตรการที่ไม่ใช่ศุลกากรพร้อมกับการเปิดตลาดสาขาเกษตรของไทยให้มีการนำเข้าอาทิ ถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาเป็นลำดับแรก และลำดับรองอีกคือ การบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ของประเทศที่สามเพื่อส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐอเมริกา และการเพิ่มการนำเข้าสินค้าพลังงาน เครื่องบิน และส่วนประกอบและอุปกรณ์
ในส่วนของผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรนั้น ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าอุตสาหกรรมของไทยที่จะได้รับผลกระทบทางลบจากการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาตามลำดับความรุนแรงจะประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและสินค้าประมง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมพลังงาน
สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนและมาตรการการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาอเมริกา มีผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกที่ไม่ดีอยู่แล้วและอาจจะยิ่งแย่ลงอีก ก่อให้เกิดความกังวลที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหลายด้าน จากการสำรวจประเด็น 3 เรื่องแรกที่กังวลคือ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงไปจนถึงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นที่น่ากังวลมากที่สุดเพราะรายได้ที่จะพยุงเศรษฐกิจขาดหายไป ในประเด็นต่อมาคือ สินค้าจีนที่ขายยังสหรัฐอเมริกาไม่ได้จะถูกระบายมายังไทยและรวมถึงแย่งสัดส่วนการตลาดต่างประเทศที่ไทยส่งออก และประเด็นที่ไทยจะถูกเพ่งเล็งจากสหรัฐอเมริกาหากจีนได้อาศัยไทยเป็นฐานการผลิตในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกา
เนื่องด้วยการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด แต่ในปี 2568 ข้อมูลทางสถิติ 5 เดือนแรก พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 32.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 เหลือเพียง 1.95 ล้านคน ขณะที่ในช่วงหกเดือนสุดท้ายของปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนเยือนประเทศไทยมีจำนวน 3.3 ล้านคน ร้อยละ 54 ของผู้ตอบแบบสำรวจ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในหกเดือนสุดท้ายของปี 2568 จะมีน้อยกว่า หกเดือนสุดท้ายของปี 2567 แต่ยังมีร้อยละ 39 ที่คิดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหกเดือนสุดท้ายของปีนี้น่าจะอยู่ประมาณเดียวกันกับหกเดือนสุดท้ายของปี 2567
จากสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดที่แนวโน้มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศหลักจะชะลอตัวลง การส่งออกในครึ่งปีหลังยังเป็นที่น่ากังวล ประกอบกับสถานการณ์รวมเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่สดใส ร้อยละ 52 ของผู้ตอบแบบสำรวจ คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.5 ถึง 1.8 และร้อยละ 26.5 คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตจะต่ำกว่าร้อยละ 1.5 กล่าวได้ว่าร้อยละ 78.5 คาดว่าอัตราเจริญเติบโตจะต่ำกว่าร้อยละ 1.8
ผู้ตอบแบบสำรวจได้มีข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลไทยเป็นหลัก สอง มาตรการ คือ (1) เร่งนำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อบรรเทาสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มจะชะลอตัว และ (2) มาตรการหาตลาดใหม่เพื่อการส่งออก และยังให้ความสำคัญกับการผลักดันเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกาให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว และมาตรการลดต้นทุนทางด้านการเงินและมาตรการการพยุงราคาสินค้า
นอกจากนี้ นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยและจีน ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม -พฤษภาคม) ขยายตัว 18.69% มีมูลค่าการค้ารวม 1.953 ล้านล้านบาท การส่งออกของไทยไปจีน ขยายตัว 10.45% และการนำเข้าจากจีน ขยายตัว 22.52% โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า มูลค่า 0.799 ]ล้านล้านบาท///

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568  ภาคเอกชนไทยและจีน จับมือเตรียมจัดงาน “Thailand-China Cooperation Expo 2025” หรือ “งานมหกรรมค...
09/05/2025

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ภาคเอกชนไทยและจีน จับมือเตรียมจัดงาน “Thailand-China Cooperation Expo 2025” หรือ “งานมหกรรมความร่วมมือไทย-จีน 2025” ระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน : ก้าวสู่ความรุ่งเรืองร่วมกัน” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน
คณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และคุณหลิว ฉวนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย พร้อมด้วยคุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เตรียมจัดงานแสดงสินค้า Thailand – China Cooperation Expo 2025 ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-6 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
โดยงานแสดงสินค้าดังกล่าวจะจัดบนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร โดยมีบูธจัดแสดงมากกว่า 700 บูธ จากบริษัทชั้นนำของไทยและจีนในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการค้าการลงทุน และนวัตกรรมการบริหารจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain) หรือห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนระหว่างไทย-จีน และภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งภายในงานฯ จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมายอาทิ การร่วมออกบูธจากผู้ประกอบการชั้นนำทั้งไทยและจีนมากมาย อาทิเช่น อุตสาหกรรมอาหาร, เทคโนโลยี, ยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า, พลังงานสีเขียว, การค้าการลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย โซน Job Fair เปิดโอกาสในการเชื่อมต่อ บริษัทชั้นนำของไทย-จีนและผู้ที่กำลังมองหางาน Education Fair ที่มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเยาวชนและผู้สนใจศึกษาต่อจากทั้งสองประเทศได้เห็นประโยชน์จากการศึกษาภาษาจีน ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ทั้งในระดับทุนการศึกษา การเข้าทำงานในบริษัทชั้นนำต่างๆ

25/04/2025

ที่อยู่

43 Thai C. C. Tower 9th Floor Sathorn Road
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 17:00
อังคาร 09:30 - 17:30
พุธ 09:30 - 17:30
พฤหัสบดี 09:30 - 17:30
ศุกร์ 09:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626758577

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai-Chinese Chamber of Commerceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Thai-Chinese Chamber of Commerce:

แชร์