Sustainable Development Foundation มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

Sustainable Development Foundation มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Foundation (SDF)
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (มพย)
เว็บไซต์: www.sdfthai.org
FB: https://www.facebook.com/share/1658pTWMjH/

ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันสตรีสากล กับเครือข่ายประมงพื้นบ้านโลก The World Forum of Fisher Peoples (WFFP) ได้เปิดเวทีให้สตร...
15/03/2026

ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันสตรีสากล กับเครือข่ายประมงพื้นบ้านโลก The World Forum of Fisher Peoples (WFFP)
ได้เปิดเวทีให้สตรีประมงพื้นบ้านทั่วโลก ได้กล่าวถ้อยแถลง ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ตัวแทนสตรีประมงพื้นบ้านประเทศไทยได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเพื่อปลูกพลังเครือข่ายสตรีประมงพื้นบ้านร่วมกันปกป้องทะเลหน้าบ้านจากการรุกรานของกลุ่มทุน ต่อไปนี้คือ ถ้อยแถลงของเธอ

"สวัสดีค่ะดิฉัน ดวงรัตน์ ขุนอาจ ตัวแทนจากสตรีประมงพื้นบ้านภาคใต้ ประเทศไทย วันนี้ดิฉันมายืนที่นี่เพื่อเป็นเสียงให้กับผู้หญิงที่หัวใจแกร่งดั่งมหาสมุทร สถานการณ์ของผู้หญิงประมงพื้นบ้านในปัจจุบัน เราไม่ได้เป็นแค่แม่บ้านหรือคนหาปลา แต่เราคือ 'หน้าด่าน' ที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องทะเลหน้าบ้านจากการรุกรานของกลุ่มทุน ภาระของเราทับซ้อนและหนักอึ้ง แต่เราถอยไม่ได้! เพราะการต่อสู้ของเราคือความอยู่รอดของครอบครัว คือความอุดมสมบูรณ์ที่จะส่งต่อถึงลูกหลาน และคือปากท้องของคนทั้งโลก เรายึดถือเสมอว่า 'ทะเลคือชีวิต และทะเลคือศักดิ์ศรีของเรา'"

"แต่ในขณะที่เราสู้ยิบตา ความจริงที่น่าใจหายคือเรากำลังเผชิญกับการ 'สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ' อย่างรุนแรง ท้องทะเลที่เคยเป็นคลังอาหารอันมั่งคั่งกำลังถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของการพัฒนาที่ขาดความรับผิดชอบ และเมื่อทรัพยากรสูญสิ้น ผู้ที่รับแรงกระแทกหนักที่สุดคือ 'ผู้หญิง' อย่างพวกเราค่ะ! ในระดับนโยบาย เรากลับถูกทำให้กลายเป็นคนที่ไม่มีตัวตน เราถูกกันออกจากโต๊ะเจรจา ถูกเลือกปฏิบัติในการเข้าถึงสิทธิ และต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ซ้ำเติมความยากลำบาก ท่ามกลางเสียงของกลุ่มทุนที่ดังกว่าเสียงของคนหาเช้ากินค่ำเสมอ"

"และดิฉันรู้ดีว่า... ความเจ็บปวดที่พี่น้องสตรีไทยเผชิญอยู่นี้ 'ไม่แตกต่าง' จากสิ่งที่ผู้หญิงประมงทั่วโลกกำลังประสบอยู่เลย ไม่ว่าพวกคุณจะอยู่ซีกโลกไหน เราต่างกำลังเผชิญกับคลื่นยักษ์ลูกเดียวกัน ทั้งการถูกแย่งชิงทรัพยากร การถูกกดทับทางสังคม และการล่มสลายของระบบนิเวศที่เป็นสายเลือดหลักของเรา ความทุกข์ของเราคือเรื่องเดียวกัน และความหวังของเราก็คือเรื่องเดียวกัน! เราไม่ได้สู้เพียงลำพัง แต่เราคือเครือข่ายที่ถักทอด้วยศรัทธา จากชุมชนเล็กๆ สู่พลังการขับเคลื่อนระดับสากล"

"ดิฉันจะร่วมกับเครือข่าย WFFP และพี่น้องสตรีทั่วโลก! หลอมรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่มประมงพื้นบ้านให้เข้มแข็ง เราต้องร่วมกันหยุดยั้งการทำลายทรัพยากร การลงทุนและการพัฒนาที่เอาเปรียบคนเล็กคนน้อย และทวงคืนพื้นที่ยืนในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เราจะจับมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกเห็นว่า 'หากไม่มีผู้หญิงประมง... ทะเลและโลกใบนี้ก็อยู่ไม่ได้' มาเถอะค่ะ! มาร่วมกันสร้างโลกที่อุดมสมบูรณ์บนรากฐานของความเท่าเทียม เพื่อชัยชนะของพวกเราทุกคน... สู้เพื่อทะเล สู้เพื่อศักดิ์ศรีสตรีประมงโลก!"
Kiki
"Hello, I am Duangrat Khun-ard, representing the Southern Fisherfolk Women Association (SFWA), Thailand. I stand here today as a voice for women whose hearts are as strong as the ocean. Today, we are not just housewives or fishers; we are the 'frontline' protecting our seas from big corporations. Our burden is heavy, but we cannot back down. Our fight is for our families, for the future of our children, and for the world’s food system. We always say: 'The sea is life, and the sea is our dignity.'"

"But while we fight hard, we are losing our 'biodiversity' at a scary rate. The ocean, once full of food, is being destroyed by irresponsible development. When resources disappear, women are the ones who suffer the most. At the policy level, we are invisible. We are left out of the meetings, denied our rights, and hit hard by the climate crisis. The voices of large corporations are always louder than the voices of those who work day by day."

"I know that the pain of Thai women is no different from what fisherwomen around the world feel. No matter where you are, we are facing the same giant waves: our resources are being taken, we are being ignored, and our ecosystems are dying. Your pain is my pain, and your hope is my hope. We are not fighting alone. We are a network woven together by faith, moving from small villages to a global power."

"I stand with the WFFP network and all my sisters worldwide! Together, we will empower small-scale fishers. We must stop the destruction of nature and stop developments that exploit the poor. We will reclaim our place in society with dignity. We will show the world that 'Without fisherwomen, the sea and the world cannot survive.' Let’s work together for a healthy planet and for equality. Fight for the sea! Fight for the dignity of women fishers worldwide!"

ตึวแทนเครือข่ายประมงพื้นบ้านและเยาวชน ทั้งสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยและสมาคมสตรีประมงมงพื้นบ้านภาคใต้  สมาค...
15/03/2026

ตึวแทนเครือข่ายประมงพื้นบ้านและเยาวชน ทั้งสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยและสมาคมสตรีประมงมงพื้นบ้านภาคใต้ สมาคมรักษ์ทะเลไทยและมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมเวที "การปรึกษาหารือกับองค์กรภาคประชาสังคม ร่วมกับ การประชุมระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)"
ระหว่างวันที่ 10-12 มี.ค. 26 ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

เพื่อ ส่งเสริมการพูดคุยและการมีส่วนร่วมของผู้ผลิตอาหารรายย่อยและสมาชิกภาคประชาสังคม (ตามแนวทางปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าภาคประชาสังคมมีสัดส่วนการเป็นตัวแทนที่สมดุลในการประชุมและกระบวนการของ FAO) ในการประชุมระดับภูมิภาคของ FAO และจัดทำแถลงการณ์ภาคประชาสังคมเพื่อให้ตัวแทนนำเสนอและยื่นต่อที่ประชุม FAO APRC ครั้งที่ 38 ที่บรูใน

ทั้งนี้นายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยได้ นำเสนอสถานการณ์ต่อที่ประชุมถึงการออกกฏหมายนโยบายประมงที่จะอนุญาติให้ใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายทรัพยากรทะเล คือ อวนล้อมจับในเวลากลางคืน รวมทั้งนโยบายการเพาะเลี้ยงที่ขาดการควบคุมและโครงการขนาดใหญ่ที่แย่งชิงการใช้ทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม

นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เสนอว่า โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติโดยสมัครใจเพื่อประกันการประมงขนาดเล็กอย่างยั่งยืนในบริบทของความมั่นคงด้านอาหารและการขจัดความยากจน (SSF Guidelines) เผชิญกับข้อบกพร่องที่สำคัญซึ่งบั่นทอนความสามารถในการปกป้องชาวประมงขนาดเล็กจากภัยคุกคามของเศรษฐกิจสีน้ำเงินแบบผูกขาด เพื่อให้มีประสิทธิภาพ GSF, RAGs และ NPOAs ต้องได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ไขช่องว่างเหล่านี้
1) การกำหนดนิยามประมงพื้นบ้านขนาดเล็กใหม่ ต้องก้าวข้ามขนาดเรือหรือปริมาณการจับปลา ควรเป็นคำจำกัดความที่อิงตามระบบนิเวศ โดยตระหนักถึงชาวประมงขนาดเล็กในฐานะ:
*ผู้ดูแลพื้นที่ ซึ่งรูปแบบการเก็บเกี่ยว ความรู้ตามฤดูกาล และกฎเกณฑ์ตามประเพณีได้รับการปรับให้เข้ากับระบบนิเวศท้องถิ่นเฉพาะโดยต้องบังคับให้โครงการเศรษฐกิจสีน้ำเงินใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการประมงต้องผ่าน "การประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศและความสมบูรณ์ของชุมชน"
2) การรับรองอย่างเป็นทางการและการเสริมสร้างศักยภาพของสตรีชาวประมง
**การรับรองทางกฎหมายและนโยบาย:** องค์กรบริหารจัดการประมงแห่งชาติ (NPOA) ต้องรับรองสตรีชาวประมงอย่างชัดเจนในฐานะผู้มีสิทธิและแรงงาน ไม่ใช่เพียงแค่ "ภรรยาของชาวประมง" ซึ่งรวมถึงการรับรองการเข้าถึงท่าเทียบเรือ ตลาด และสินเชื่อ
รับรองการเป็นตัวแทนของสตรีในทุกหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจ ตั้งแต่คณะกรรมการบริหารจัดการประมงระดับท้องถิ่นไปจนถึงหน่วยงานระดับชาติ
3) การวางแผนรับมือภัยพิบัติจากระดับล่างสู่ระดับบน โดยชุมชนเป็นผู้นำ
แผนการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องเริ่มต้นจากชุมชน
4) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่ธรรมาภิบาล
GSF: ต้องเปลี่ยนจากการสนับสนุนไปสู่การกำหนด 'มาตรฐานขั้นต่ำ' สำหรับ NPOA และสร้าง "การติดตามความรับผิดชอบความก้าวหน้าระดับโลก" ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
5) NPOA-SSF: ต้องเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ครอบคลุมถึงงบประมาณที่จัดสรร เป้าหมายที่กำหนดเวลา และกลไกการแก้ไขข้อร้องเรียนที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้

Happy International Women’s Day!วันสตรีสากล
08/03/2026

Happy International Women’s Day!
วันสตรีสากล

🌊🐟 Give to Gain: สร้างโอกาส สู่ความเสมอภาคทางเพศในภาคการประมงไทยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 กรมประมง ร่วมกับ Southeast Asi...
05/03/2026

🌊🐟 Give to Gain: สร้างโอกาส สู่ความเสมอภาคทางเพศในภาคการประมงไทย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 กรมประมง ร่วมกับ Southeast Asian Fisheries Development Center (SEAFDEC) จัดการสัมมนาเนื่องใน International Women's Day ภายใต้หัวข้อ “Give to Gain for Gender Equality in Fisheries in Thailand” ณ ลานโพธิ์ กรมประมง กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันความเสมอภาคทางเพศในภาคการประมง

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีนี้ด้วย ผลการแลกเปลี่ยนพูดคุยสะท้อนให้เห็นว่า

ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญตลอดห่วงโซ่การประมง ตั้งแต่การจับ การแปรรูป การตลาด ไปจนถึงการดูแลครอบครัวและชุมชน แต่บทบาทของผู้หญิงจำนวนมากยัง ไม่ถูกมองเห็นอย่างเพียงพอ ในระบบนโยบายและข้อมูล

ประเด็นสำคัญจากการเสวนา ได้แก่
- การผลักดัน Gender Mainstreaming ในหน่วยงานและนโยบายด้านการประมง
- การพัฒนาระบบ ข้อมูลด้านประมงที่แยกตามเพศ (Gender-disaggregated data) เพื่อให้เห็นบทบาทและความต้องการของผู้หญิงอย่างชัดเจน
- การส่งเสริมศักยภาพผู้หญิงในภาคประมง โดยเฉพาะใน ประมงขนาดเล็ก การเพาะเลี้ยง การแปรรูป และการตลาด
- การสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระดับชุมชนและนโยบาย

ผู้เข้าร่วมยังเน้นว่า การเสริมพลังผู้หญิงไม่เพียงเป็นเรื่องความเท่าเทียม แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล เศรษฐกิจฐานราก และชุมชนประมง เพราะเมื่อ “ให้โอกาส” ผู้หญิงในภาคการประมง สิ่งที่สังคม “ได้รับกลับมา” คือ ความยั่งยืนของทะเล ชุมชน และเศรษฐกิจ

#ประมงไทย

“เศรษฐกิจสีน้ำเงินที่กินได้”เป็นการนำเสนอแนวคิด เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ผ่านชีวิตและมุมมองของชุมชนประมงชายฝั่งแ...
22/01/2026

“เศรษฐกิจสีน้ำเงินที่กินได้”
เป็นการนำเสนอแนวคิด เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ผ่านชีวิตและมุมมองของชุมชนประมงชายฝั่งและชุมชนประมงพื้นบ้าน บ้านเปร็ดใน ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ผู้ที่พึ่งพาทรัพยากรทะเลและชายฝั่งในการดำรงชีพ โดยเน้นให้เห็นว่าเศรษฐกิจสีน้ำเงินไม่ใช่เพียงเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง แต่คือเรื่องความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและความยั่งยืนของระบบนิเวศ ผ่านการใช้ กระจายรายได้ และการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบและมีส่วนร่วมของชุมชน

The Edible Blue Economy: The Pred Nai Model—When Community Rights Are the Key to Sustainability

This presents the concept of the Blue Economy through the lives and perspectives of coastal and small-scale fishing communities in Pred Nai Village, Huang Nam Khao Subdistrict, Mueang Trat District, Trat Province. These communities depend on marine and coastal resources for their livelihoods. The narrative emphasizes that the Blue Economy is not merely about economic growth, particularly coastal aquaculture, but about equitable access to resources, fair benefit sharing, and ecosystem sustainability, achieved through responsible resource use, income distribution, and community-led, participatory management.

“เศรษฐกิจสีน้ำเงินที่กินได้”เป็นการนำเสนอแนวคิด เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ผ่านชีวิตและมุมมองของชุมชนประม....

ก่อนออกนโยบายส่งเสริมการเพาะเลี้ยง ชมบทเรียนและสิ่งท้าทายจากนโยบายการส่งเสริมการเพาะเลี้ยง กรณี อ่าวบางตะบูน แหล่งเพาะเล...
12/01/2026

ก่อนออกนโยบายส่งเสริมการเพาะเลี้ยง ชมบทเรียนและสิ่งท้าทายจากนโยบายการส่งเสริมการเพาะเลี้ยง กรณี อ่าวบางตะบูน แหล่งเพาะเลี้ยงหอยแห่งแรกๆ ของไทย เมื่อการเปลี่ยนแปลงความสมดุลย์ระบบนิเวศอ่าวและรูปแบบการเพาะเลี้ยงรายใหญ่นำไปสู่การล่มสลายของรายเล็ก เราจะพัฒนาไปทิศทางไหนเพื่อนำไปสู่การจัดการทรัพยากรที่เป็นธรรม สร้างหลักประกันอาหารและรักษาระบบนิเวศไปพร้อมกัน #บทเรียนเพาะเลี้ยงอ่าวบางตะบูน

ถ่ายทอดประสบการณ์จากพื้นที่จริงเกี่ยวกับนโยบายการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิเคราะห์ทั้งโอกาส ปัญหา และความท้...

23/12/2025

สิทธิที่อยู่อาศัยชุมชนชายฝั่งตามจารีตประเพณีควรได้รับการรับรอง หลังจากที่เครือข่ายประมงพื้นบ้านได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฏกระทรวงว่าด้วยการการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมที่อยู่อาศัยชุมชนชายฝั่งที่ได้รับการรับรองความเป็นชุมชนดั้งเดิมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาฟังเสียงผลกระทบและหลักฐานเชิงประจักว่าชุมชนบ้านยายม่อมตั้งถิ๋นฐานตามวิธีดั้งเดิมก่อนออกกฏหมาย

ชาวประมงทั่่วโลก (เครือข่าย WFFP) ส่งเสียงร้องปกป้องอธิปไตยอาหารให้ก้องโลก"อธิปไตยทางอาหาร เป็นสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน ไม่ใ...
12/12/2025

ชาวประมงทั่่วโลก (เครือข่าย WFFP) ส่งเสียงร้องปกป้องอธิปไตยอาหารให้ก้องโลก

"อธิปไตยทางอาหาร เป็นสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่หน้าที่ใครคนใดคนหนึ่ง"

"ทำให้โลกรู้ ว่าเรากำลังถูกคุกคาม ทำลายพื้นที่ทำกิน ทำลายวิถีชีวิตของเรา "

" อธิปไตยทางอาหาร คือ อำนาจที่เราสามารถกำหนดชีวิตของตัวเอง ในการเข้าถึงทรัพยากร ปัจจัยการผลิต และอาหาร"

"อธิปไตยอาหารไม่ใช้สิ่งที่ใครจะแย่งยึดได้ คือสิทธิในการอยุู่รอด คือ อำนาจในการกำหนดชีวิตตัวเอง"

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนท้องถิ่น ชนเผ่าพื้นเมือง ชาวประมงทั่วโลกที่กำลังถูกคุกคามด้วยข้ออ้างเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจสีน้ำเงิน เปิดให้บริษัทเอกชนเข้าไปสัมปทานทำโครงการขนาดใหญ่ โดยอ้างว่าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น

-ปานามา การเปิดให้บริษัทข้ามชาติยึดเกาะที่ชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยทำกินและอาศัยตามวิถีดั้งเดิม

-อาลาสกา กรณีการทำประมงเชิงอุตสาหกรรม ทำให้ปลาแซลมอลถูกคุกคามจนลดจำนวนลง กระทบต่อชาวประมงและความหลากหลายชีวภาพ
การทำเหมืองพื้นที่ต้นน้ำในอ่าวบิสโต หรือการที่รัฐเปิดให้บริษัททำเหมืองน้ำมัน กระทบต่อพื้นที่อาหารของชนเผ่าพื้นเมืองพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องพื้นที่เพื่อรักษาแซลมอล และรักษาแห่งทรัพยากรที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง

-ประเทศยูกานดา อุตสาหกรรมประมงขยายอย่างรวดเร็วทำให้ปลาลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านถูกคุกคาม นโยบายรัฐไม่ได้เน้นให้คนมีอาหารกิน แต่เน้นขาย เป็นแนวคิดยุคล่าอาณานิคม มีการปิดล้อมการเข้าถึงทรัพยากรของชนชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการทำประมง การทำเกษตร โดยการทำโครงการตามชายฝั่งและริมน้ำต่าง ๆ แย่งยึดที่ดินด้วยคำว่า "โครงการพัฒนา" แต่คือปิดกั้นการเข้าไปทำประมงของชุมชนท้องถิ่นที่ทำกินมาหลายชั่วอายุคน เช่น การกั้นทำเป็นเขตอนุรักษ์ เป็นการกีดกันชาวประมงให้เข้าถึงแหล่งอาหาร หรือการขุดเจาะน้ำมันใกล้ทะเลสาบโดยบรรษัทขนาดใหญ่จากจีนและฝรั่งเศส และขับไล่ชุมชนท้องถิ่นออกจากพื้นที่เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อขุดเจาะน้ำม้น เพื่อสร้างกำไรให้ตนเอง โดยไม่สนใจผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น พอรัฐมีนโยบายส่งออกก็ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลสาบ และขยายตัวอย่างมาก (aqualculture boom) ก็เบียดขับชาวประมงพื้นบ้านออกจากพื้นที่ที่เคยทำประมง หากเข้าไปจะถูกจับและถูกข่มขู่ โครงการเพาะเลี้ยงสัตวน้ำ ได้รับสนับสนุนจาก FAO ,GIZ และธนาคารพาณิชย์ ผลกระทบ คือ มลพิษทางน้ำในทะเลสาบวิคตอเลีย ทำให้ปลาในน้ำตาย มีสารเคมีในน้ำมหาศาล ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ชุมชนพื้นเมืองมีการดูแลและทำเขตอนุรักษ์มาหลายชั่วอายุคน เพราะเป็นพื้นที่ทำกิน แต่รัฐกลับมาทำพื้นที่เขตอนุรักษ์แบบใหม่โดยการทำขยายพันธ์ุปลา โดยกีดกันชุมชนท้องถิ่นไม่เข้าไปทำประมง จึงจำเป็นต้องป้องสิทธิมนุษยชนของชาวประมงตามจารีตประเพณี

-กาซ่า ถูกอำนาจภายออกมากำหนดการเข้าถึงทรัพยากร พื้นที่ชายฝั่งของชาวประมงเหลือเพียง 30 เมตร หากออกนอกเขตอาจต้องสูญเสียชีวิต อาณาเขตทะเลถูกกำหนดโดยคนอื่น ทรัพยากรปลาที่เคยมั่งคั่งก็ลดลงไป เราได้นำเสนอให้คนทั่วโลกได้รับรู้สถานการณ์การคุกคามชาวประมงโดยการทหาร ชาวประมงพื้นบ้านกาซา เป็นผู้ปกป้องชายฝั่ง และใช้เครื่องมือประมงที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน แม้จะดูแลอย่างไร กฏหมายนโยบาย ก็ควบคุม และลดทอนสิ่งแวดล้อม การปกป้องสิทธิชาวประมงคือปกป้องอธิปไตยอาหาร เป็นสิ่งเปราะบางไม่มีกฏหมายหรือนโยบายปกป้องได้ เราต้องส่งเสียงว่า อธิปไตยอาหารไม่ใช้สิ่งที่ใครจะแย่งยึดได้ คือสิทธิในการอยุู่รอด คือ อำนาจในการกำหนดชีวิต ที่เราสามารถโต้คลื่นออกไปทำประมงได้ เรามีเพื่อนทั่วโลก เพื่อเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การต่อสู้ให้รัฐบาลมีความรับผิดรับชอบ เราจำเป็นต้องส่งเสียงให้ดังขึ้น เพื่อต่อสู้รักษาอิสระภาพของเราและทุกคนบนโลกใบนี้

-อินโดนีเซีย สตรีประมงอินโดนีเซีย ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ โครงการเศรษฐกิจสีน้ำเงิน หลายชุมชนถูกขับไล่ ถูกแย่งยึดที่ดิน จากนโยบายของรัฐ เป็นผลกระทบจากชนชั้นนำ ที่ไม่ได้สนใจผลกระทบชุมชนดั้งเดิม นักสิทธิมนุษยชนถูกดำเนินคดี ทั้งที่กฏหมายควรปกป้องสิทธิของพวกเรา คนละเมิดกฏหมายคือคนที่ออกกฏหมาย ชุมชนชายฝั่งลุกขึ้นมาต่อสู้ แม้ไม่ชนะแต่ก็ต่อสู่ต่อไป เพื่อพยายามเปลี่ยนกฏเกณฑ์ให้ดีขึ้น รวมตัวกัน พัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้าใจและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและปกป้องอธิปไตยทางอาหารของเรา

สรุป
-ในการรับมือเราจำเป็นต้องทำให้เสียงเราดังขึ้น เช่น การนำเสนอต่อผู้รายงานพิเศษสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และทำให้ผู้คนรับรู้สถานการณ์และหาทางออกร่วมกัน

สิทธิสตรีประมงพื้นบ้าน กำลังถูกทำให้สูญเสียชีวิตดั้งเดิม ซึ่งเป็นการคุกคามสิทธิ รัฐและ UN ไมไ่ด้ปกป้องสิทธิประมงพื้นบ้านและสตรีประมง แต่ถูกทำให้สูญเสียที่ดิน วิถีชีวิต ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในการมีชีวิตที่ดี และคุกคามผู้ที่พยายามปกป้องสิทธิด้วย โดยการจับกุม ทำร้าย ดำเนินดดี คือการละเมิดสิทธิการมีชีวิตที่ดี

ที่มา : webinar : Determining Fisher Peoples Sovereignty: Reclaiming Panama for Indigenous Fishers & Our Victories for Customary Governance 12 december 2025

ตราด เปิดกิจกรรม “สตรี สิ่งแวดล้อม และสันติภาพ” พลังความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อทะเลสะอาดและความมั่นคงทางชีวิตของชุมชนชายฝ...
24/11/2025

ตราด เปิดกิจกรรม “สตรี สิ่งแวดล้อม และสันติภาพ” พลังความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อทะเลสะอาดและความมั่นคงทางชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
(11 พ.ย. 68) บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สตรี สิ่งแวดล้อม และสันติภาพ” พลังความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อทะเลสะอาดและความมั่นคงทางชีวิตของชุมชนชายฝั่ง ซึ่งจังหวัดตราด โดยอำเภอคลองใหญ่ นำโดยนายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Foundation – SDF) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จัดขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เยาวชน ผู้แทนจากองค์การเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) / ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ / ผู้แทนกองทุนสิ่งแวดล้อม / และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDF) รวมทั้งสถานศึกษาใน พื้นที่นำร่อง ประชาชนในพื้นที่ตำบลไม้รูด เข้าร่วมกิจกรรม

ข้อเสนอประชาชน จากเวที Asia Pacific Socail Forum สู่เวที COP 30 บราซิลวันนี้ (19 พ.ย. 68) ดร.วนัน เพิ่มพิบูลย์ ในฐานะตัว...
20/11/2025

ข้อเสนอประชาชน จากเวที Asia Pacific Socail Forum สู่เวที COP 30 บราซิล

วันนี้ (19 พ.ย. 68) ดร.วนัน เพิ่มพิบูลย์ ในฐานะตัวแทนจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้นำข้อเสนอเครือข่าย climate Justice นำเสนอใน side event
"เสริมสร้างการปรับตัวสำหรับประเทศกลุ่ม Global South: จัดโดย LDCs, LLDCs และ SIDS

เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการสนับสนุนการปรับตัวที่เป็นธรรมและมีเงินทุนเพียงพอสำหรับประเทศที่เปราะบาง และว่าประชาคมโลกคาดหวังอะไรจาก “เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation – GGA)” ที่ COP30

🌏✨ COP30 – เสียงจาก Global South: “การปรับตัวคือสิทธิ ไม่ใช่ภาระหนี้”

ประเทศยากจนและเปราะบางทั่วโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศทุกวัน แต่เงินสนับสนุนเพื่อ “การปรับตัว” ส่วนใหญ่กลับมาในรูปแบบ “เงินกู้” มากกว่า “เงินช่วยเหลือ” ทำให้ชุมชนต้องเป็นหนี้เพื่อรับมือกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้สร้าง

👩‍🌾 ชุมชนมีคำตอบอยู่แล้ว
จากผู้หญิงประมงชายฝั่งที่ฟื้นฟูป่าชายเลน เกษตรกรที่อนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่น ไปจนถึงแรงงานในเมืองที่รวมตัวสร้างพื้นที่ร่มเงา—การปรับตัวเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ถูกเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม

📣 COP30 ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง

การปรับตัวต้องเป็น “สิทธิของทุกคน”

เงินต้องมาถึงชุมชนโดยตรง

เน้นทุนให้เปล่า ไม่ใช่ดอกเบี้ยและหนี้

ระบบดูแล สวัสดิการ และความปลอดภัยทางสังคมต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัว

เพราะ “ความยืดหยุ่นไม่ได้เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่เกิดจากคนและชุมชนที่ลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน”

"เมื่อความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน""ถ้าผู้หญิงถ้าไม่ตะหนัก ไม่เคารพหรือให้คุณค่าตัวเอง ปล่อยให้สังค...
13/11/2025

"เมื่อความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน"

"ถ้าผู้หญิงถ้าไม่ตะหนัก ไม่เคารพหรือให้คุณค่าตัวเอง ปล่อยให้สังคมเป็นผู้กำหนด ให้เป็นเหยื่อ หรือผู้ได้รับผลกระทบ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเปลี่นแปลงตัวเอง"

"เราพูดผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบในทุกเวที เพื่อเสียงให้เราดังขึ้น และพยายามรวบรวมเสียงผู้หญิงมากขึ้น ให้คนได้ยินผู้หญิง ข้อเสนอของผู้หญิง รวมกันเป็นเครือข่ายช่วยกันส่งเสียงเสียงของเราจะดังขึ้น ไม่มีใครู้ปัญหาเท่าผู้หญิง ผู้ชายขับเคลื่อนฝ่ายเดียวไมได้ เราจึงเข้าไปอยู่ในกลไกระดับการตัดสินใจ เพื่อให้ปัญหาของผู้หญิงและประชาชนได้รับการแก้ไข ต่เชิงนโยบาย เพื่อแก้ไขที่ยั่งยืน ท่ามกลางความเจ็บปวดเราพอมีความหวัง"

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน WE Center ตราด และ WPS Network ร่วมกันจัด เวทีสันติภาพสัญจร ครั้งที่ 3
" 2 ชายแดน หนึ่ง ความหวัง : บทบาทผู้หญิงบนเส้นทางสันติภาพ"
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด
แลกเปลี่ยนสถานการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนแต่ละภูมิภาค และบทบาทของสตรี WE Center ซึ่งมีบทบาทนำในการช่วยเยียวยา บรรเทาทุกข์ทางใจที่เงินเยียวยาไม่สามารถทดแทนความสูญเสีย ทั้งขีวิต ทรัพย์สิน ญาติพี่น้องที่ล้มตายจากการสู้รบ ความกลัวจากการสื่อสารที่ชัดเจนและ สื่อโซเชียลที่สร้างความเกียจชัง ทั้งที่ในอดีตเป็นพี่น้องข้ามฝั่งไปมาหาสู่กัน ขณะที่ชายแดนใต้ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี หากผู้หญิงไม่ลุกขึ้นส่งเสียง จะกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์ การแลกเปลี่ยนเป็นไปด้วยความเข้มข้น สร้างแรงบันดาลใจให้สตรีด้วยกัน เห็นคุณค่าของตัวเอง และลุกขึ้นมาส่งเสียง
และสร้างการเปลี่ยนแปลง

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sustainable Development Foundation มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Sustainable Development Foundation มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน:

แชร์