28/10/2026
#สาระความรู้
“กะเพราพืชมหัศจรรย์คู่ครัวไทย”
ต้นกะเพรามีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณประเทศอินเดีย ซึ่งมีความเชื่อทางศาสนาฮินดูยกย่องให้เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์และใช้ในตำราอายุรเวทมานานกว่า 5,000 ปี
ข้อมูลทั่วไปและประวัติสำคัญ
• ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum tenuiflorum L. (ชื่อพ้อง: Ocimum sanctum L.)
• ชื่อสามัญ: Holy Basil หรือ Sacred Basil
• ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนในทวีปเอเชียและแอฟริกา แพร่กระจายจากอินเดียเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนตอนใต้
• สถานะในอินเดีย: ชาวฮินดูนับถือว่าเป็น “ตุลสี” (Tulsi) หรือเป็นร่างอวตารของพระนางลักษมี ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็น "ราชินีแห่งสมุนไพร" ทางการแพทย์อายุรเวท
ประวัติการใช้ประโยชน์ในประเทศไทย
• สมัยอยุธยา: มีการบันทึกในจดหมายเหตุของ ซีมง เดอ ลาลูแบร์ (Simon de la Loubère) ราชทูตฝรั่งเศสที่เข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2230 ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งได้กล่าวถึงผักพื้นเมืองที่มีกลิ่นหอมของชาวสยามว่า "good-smelling vegetable" หรือใบกะเพรา
• บันทึกยุคหลัง: ในพจนานุกรม "หนังสืออักขราภิธานศรับท์" ของหมอบรัดเลย์ พ.ศ. 2416 ได้นิยามคำว่า กะเพรา ไว้ว่าเป็น "ผักอย่างหนึ่งต้นเล็กๆ ใบกลิ่นหอม ใช้แกงกินบ้าง ทำยาบ้าง"
• ที่มาของเมนู "ผัดกะเพรา": ยังไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้นเมนูผัดกะเพราเป็นคนแรก แต่สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเทคนิคการผัดของอาหารจีน แล้วนำมาประยุกต์เข้ากับเครื่องปรุงรสและสมุนไพรไทย เช่น พริกและกระเทียม โดยเมนูนี้เริ่มแพร่หลายและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในช่วง 30–50 ปีที่ผ่านมา
ประเภทของกะเพราที่พบในไทย
• กะเพราขาว: ใบและลำต้นมีสีเขียว กลิ่นหอมฉุน นิยมใช้ทำผัดกะเพราและแกงต่างๆ
• กะเพราแดง: ใบและก้านมีสีม่วงแดง กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้ทั้งทำอาหารและเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
เรื่อง : ทตภร ชัยวารี
#สมาคมสื่อมวลชนออนไลน์
#กะเพรา