มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม

มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, 111/1 Moo 10 Bangsaphan, Bangsaphannoi, Bang Saphan Noi

น่ารู้จริง
21/09/2026

น่ารู้จริง

🔥เปรียบเทียบกันชัดๆ ความต่างของ 2 ฝั่งทะเลของไทย “ทะเลอ่าวไทย (Gulf of Thailand) กับ ทะเลอันดามัน (Andaman Sea)”

🌊ทะเลอ่าวไทย (Gulf of Thailand)
ลักษณะทางธรณีและสัณฐาน
-โครงสร้าง: เป็นส่วนหนึ่งของไหล่ทวีป (Sunda Shelf) เป็นชายฝั่งทะเลแบบยกตัว ลักษณะเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ตรงกลางอ่าว
-พื้นท้องทะเล: ส่วนใหญ่เป็นโคลนและเลน (โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนบน) เนื่องจากมีแม่น้ำหลายสายพัดพาตะกอนมาสะสม เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง

ลักษณะชายหาด: ชายหาดจะกว้างและยาว

ความลึกของทะเล
-ทะเลจะตื้น
-ค่าเฉลี่ย: ประมาณ 45 เมตร
-จุดที่ลึกที่สุด: ประมาณ 80-85 เมตร (บริเวณกึ่งกลางอ่าวไทยตอนล่าง)

🌊ทะเลอันดามัน (Andaman Sea)
ลักษณะทางธรณีและสัณฐาน
-โครงสร้าง: เป็นขอบทวีปที่มีความลาดชันสูง (Continental Slope) เป็นชายฝั่งแบบยุบตัว เพราะเลยออกไปส่วนของมหาสมุทรอินเดีนจะมีร่องลึกที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลีย มุดตัวใต้แผ่นยูเรเซีย

ลักษณะชายหาด
-ลักษณะเป็นชายหาดสั้นและแคบ สลับกับหน้าผาหินปูนและเขาหินปูนที่สูงชัน

ความลึกของทะเล
-ทะเลจะลึกกว่าฝั่งอ่าวไทย
-ค่าเฉลี่ย: ประมาณ 1,000 - 1,100 เมตร
-จุดที่ลึกที่สุด: มากกว่า 4,000 เมตร (ในบริเวณร่องลึกทางตอนเหนือใกล้หมู่เกาะอันดามัน)
#อ่าวไทย #อันดามัน
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

20/09/2026
ขอบคุณอาจารย์หน่องและอาจารย์ไก่ และคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อะ.สธ.-จฬ ที่พานักศึกษามาทำงานวิจัยที่เกาะทะลุอีกครั้ง และยังทำ...
06/09/2026

ขอบคุณอาจารย์หน่องและอาจารย์ไก่ และคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อะ.สธ.-จฬ ที่พานักศึกษามาทำงานวิจัยที่เกาะทะลุอีกครั้ง และยังทำป้ายสื่อความหมายธรรมชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลจากงานวิจัย ที่ได้จากนักวิจัยหลายท่านและหลายทีม ที่ได้ลงมาเก็บข้อมูล และใช้พื้นที่เกาทะลุ เป็นแหล่งเรียนรู้ ตลอดช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากได้คุยกันเราก็ได้รับทราบข้อมูลสำคัญจากอาจารย์ไก่ว่า
เต่ากระที่เกาะทะลุ มีรหัสพันธุกรรมที่ไม่เคยพบที่ไหนในเอเชีย 🐢 . ประโยคนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้ฟังดูดีนะครับ . แต่มันคือผลจากการเก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อลูกเต่าในพื้นที่มาหลายปี วิเคราะห์ในห้องแล็บ แล้วเอาไปเทียบกับฐานข้อมูลพันธุกรรมเต่าทะเลทั้งภูมิภาค . วันนี้มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามขออนุญาตเล่ายาวสักหน่อย เพราะมีทั้งข่าวที่เราภูมิใจมาก และข่าวที่เราเป็นห่วงมากพอๆ กัน

━━━━━━━━━━━━━━━

จากการพูดคุยกับอาจารย์ไก่ คณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ.-จฬ หนึ่งรหัสที่ไม่มีใครเคยเห็น . ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงบรูไนและอินโดนีเซีย มีการรายงานรูปแบบพันธุกรรมของเต่า หรือที่เรียกว่า Haplotype ไว้แล้วทั้งหมด 7 รูปแบบ . แต่ที่เกาะทะลุ เราพบ Haplotype ใหม่อีก 1 รูปแบบ . เป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีรายงานที่ไหนในเอเชียมาก่อน และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย . ขอแสดงความยินดีและขอบคุณนักศึกษาที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาและได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นด้วยครับ . เบื้องหลังคือการลงพื้นที่ซ้ำๆ เก็บตัวอย่างทีละรัง ทีละตัว ของหลายทีมที่เคยมาทำงานวิจัยเกี่ยวกับเต่ากระที่เกาะทะลุ . ผลลัพธ์คือประโยคที่เปลี่ยนสถานะของเกาะเล็กๆ เกาะนี้ไปเลย . เกาะทะลุไม่ได้เป็นแค่ "อีกหนึ่งแหล่งวางไข่" ในอ่าวไทย . แต่เป็นแหล่งพันธุกรรมที่โลกยังไม่เคยบันทึกไว้

━━━━━━━━━━━━━━━

เราตามรอยแม่เต่าได้ถึงไหนแล้ว . งานวิจัยชิ้นนี้ยังยืนยันการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูกในแต่ละรังได้อย่างชัดเจน . ปัจจุบันเรามีข้อมูลพันธุกรรมครอบคลุมแม่เต่าประมาณ 5-7 ตัว . จากทั้งหมด 10 ตัว ที่มีสถิติการขึ้นวางไข่ในพื้นที่ของเรา . แปลว่าเรายังตามไม่ครบ และนั่นคือการบ้านที่เราต้องทำต่อ

━━━━━━━━━━━━━━━

ข้อจำกัดที่เราขอพูดตรงๆ . ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมามีแม่เต่าหน้าใหม่ขึ้นมาวางไข่ 2 ตัว ที่เราตรวจไม่พบไมโครชิปเก่า . ซึ่งแปลว่าเราตอบไม่ได้ว่าเธอคือลูกเต่าที่เราเคยปล่อยกลับสู่ทะเลเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือเป็นเต่าจากธรรมชาติที่เพิ่งเลือกหาดนี้เป็นบ้าน . เพราะในอดีต เรายังไม่ได้ฝังไมโครชิปให้เต่าทุกตัวที่ปล่อยไป . ข้อมูลที่หายไปในวันนั้น คือคำตอบที่เราอยากได้ที่สุดในวันนี้ . ปัจจุบันอาจจะมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเช่น การศึกษารหัสพันธุกรรม ที่ทำให้รู้ว่าแม่เต่าที่ขึ้นมาวางไข่เป็นลูกเต่าที่เคยฟักเป็นตัวและเกิดจากชายหาดแห่งนี้หรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━━

สิ่งที่แม่เต่ากำลังบอกเรา . อีกหนึ่งข้อสังเกตจากการเฝ้าติดตามในพื้นที่ . เราพบพฤติกรรมการขึ้นวางไข่ในช่วง "กลางวัน" ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ . โดยสัมพันธ์กับสองเงื่อนไข — ช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุด และช่วงมรสุมที่ไม่ค่อยมีเรือเข้ามาในบริเวณพื้นที่อาศัยหากินรอบๆเกาะ . พูดง่ายๆ คือ แม่เต่าขึ้นมาในวันที่หาดเงียบที่สุด . ว่าถ้าเราจัดการ "เวลา" และ "พื้นที่" ให้ดี — เขาก็พร้อมจะกลับมา . และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการกำหนดเขตและช่วงเวลาการใช้ประโยชน์บนเกาะ ถึงเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอย่างจริงจัง

━━━━━━━━━━━━━━━

และนี่คือเรื่องที่เราเป็นห่วงที่สุด . ในขณะที่เรากำลังค้นพบว่าเต่าที่นี่พิเศษแค่ไหน . หาดที่เขาขึ้นมาวางไข่ กำลังหายไปทีละน้อย . พื้นที่ชายฝั่งเกาะทะลุกำลังเผชิญการกัดเซาะจากคลื่นอย่างรุนแรง . ศาลาบริเวณชายหาดพังเสียหายและจมลงในชั้นทรายไปแล้ว . แนวหน้าดินถูกกัดเซาะเข้ามาจนถึงทางเดินหลัก ทำให้บ่ออนุบาลเต่าและพื้นที่โดยรอบเสี่ยงต่อการพังทลาย . ต้นมะพร้าวริมหาดล้มไปแล้วกว่า 2-3 แถว . ต้นมะพร้าวพวกนั้นไม่ได้เป็นแค่ต้นไม้นะครับ . รากของมันคือสิ่งที่ยึดทรายไว้ และร่มเงาของมันคือสิ่งที่ควบคุมอุณหภูมิของทรายที่ลูกเต่าฟักตัวอยู่ข้างใต้ . พอชายหาดหด พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการวางไข่ก็หดตามไปด้วย . เราจึงเจอโจทย์ที่ย้อนแย้งที่สุดของปีนี้ . เรากำลังจะบอกโลกว่าเรามีสายพันธุกรรมที่ไม่มีใครเหมือน . ในขณะที่บ้านของพวกเขากำลังถูกทะเลกินไปทีละเมตร

━━━━━━━━━━━━━━━

สิ่งที่มูลนิธิฯ จะทำต่อจากนี้ . หนึ่ง เดินหน้าระบบไมโครชิปและฐานข้อมูลอัตลักษณ์แม่เต่าให้ครบถ้วน เพื่อให้เราตอบได้ในอีก 20 ปีข้างหน้าว่าความพยายามของวันนี้ได้ผลจริงไหม . สอง ประสานงานขอเอกสารและใบอนุญาต เพื่อให้งานวิจัยชิ้นนี้ได้เผยแพร่ในระดับสากลอย่างถูกต้อง . สาม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องแนวทางรับมือการกัดเซาะชายฝั่ง โดยยึดหลักที่ไม่ทำลายสภาพหาดทรายซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ . สี่ ผลักดันให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ชุดนี้ ถูกใช้จริงในการวางแผนการจัดการพื้นที่ร่วมกับทุกภาคส่วน .

━━━━━━━━━━━━━━━

ปิดท้าย . งานอนุรักษ์ไม่ได้วัดผลกันเป็นรายเดือน หรือรายปี . เต่ากระตัวหนึ่งใช้เวลาเป็นสิบๆ ปีกว่าจะโตพอที่จะกลับมาวางไข่ที่หาดเดิม . แปลว่าลูกเต่าที่เราปล่อยลงทะเลไปในวันนี้ อาจจะกลับมาในวันที่คนรุ่นเรารอดูไม่ทัน . เรากำลังทำงานให้กับคำตอบที่เราอาจไม่ได้เห็น . แต่เราก็ยังทำ เพราะเราเชื่อว่าถ้าไม่มีใครเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันนี้ อีก 20 ปีข้างหน้าก็จะไม่มีใครมีคำตอบเหมือนกัน . ขอบคุณทุกท่านที่ยังเดินอยู่กับเรา ทั้งหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ชุมชน ผู้ประกอบการ อาสาสมัคร และทุกคนที่เคยมาปล่อยลูกเต่ากับมือตัวเองที่เกาะทะลุ . ทะเลผืนนี้ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง . เราเป็นเจ้าของร่วมกัน 🐢🌊

#มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม #เกาะทะลุ #เต่ากระ #อนุรักษ์เต่าทะเล #งานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ #การกัดเซาะชายฝั่ง #บางสะพานน้อย

เกาะทะลุ คืออัญมณีที่ตั้งอยู่กลางอ่าวบางสะพาน แห่งอำเภอบางสะพานน้อย ผู้คนมากจากทั่วสารทิศเดินทางที่นี่มาเพื่อพิสูจน์ความ...
16/07/2026

เกาะทะลุ คืออัญมณีที่ตั้งอยู่กลางอ่าวบางสะพาน แห่งอำเภอบางสะพานน้อย ผู้คนมากจากทั่วสารทิศเดินทางที่นี่มาเพื่อพิสูจน์ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งใต้น้ำและบนบก เช่นเดียวกับชาวบางสะพานและบางสะพานน้อยที่มีความผูกพันและภาคภูมิใจในเกาะอันล้ำค่าแห่งนี้

โครงการ การวางแผนการใช้ประโยชน์ฟื้นฟูทางทะเล Marine Spatial Planning : (MSP) ตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวและใช้ประโยชน์พื้นที่เกาะทะลุและอ่าวแม่รำพึง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์บนพื้นฐานของความยั่งยืน เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 นี้พึ่งมีการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องโดยมีนักวิชาการ ผู้ประกอบการ และผู้มึส่วนเกี่ยวข้องในท้องถิ่นมาหารือร่วมกัน เราทุกคนกำลังมองไปข้างหน้าว่าเกาะทะลุจะเป็นอย่างไรในอนาคต

06/07/2026
06/07/2026

ในผืนน้ำสีเขียวมรกตของชุมชนชายฝั่งแห่งหนึ่ง เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยว 'พวงองุ่น' ที่ไม่ได้มาจากดิน แต่มาจากทะเล สาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผักกาดทะเลที่พวกเขาเพาะเลี้ยง ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรายได้ใหม่ที่หล่อเลี้ยงครอบครัว แต่ยังเป็นความหวังสีเขียวที่กำลังเติบโตอยู่ใต้คลื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางออกที่โลกกำลังมองหาอย่างจริงจังต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

เรื่องราวของเกษตรกรกลุ่มนี้สะท้อนภาพใหญ่ของปัญหาที่ทั้งโลกและชุมชนเล็กๆ กำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น การกัดเซาะชายฝั่งที่คืบคลานเข้าใกล้บ้านเรือน หรือระบบนิเวศทางทะเลที่เสื่อมโทรมลง ขณะเดียวกัน ภาคปศุสัตว์ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญ ก็เป็นหนึ่งในผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจากการเรอของวัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะใหญ่เกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะแก้ไขได้ แต่คำตอบอาจซ่อนอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายอย่าง 'สาหร่ายทะเล'

พลังที่ซ่อนอยู่ใต้เกลียวคลื่น

สาหร่ายทะเลอาจดูเป็นเพียงพืชน้ำธรรมดา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือ 'ซูเปอร์ฮีโร่' ที่มีความสามารถหลากหลายน่าทึ่งในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนานวัตกรรมทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจกับศักยภาพของมันในฐานะเครื่องมือที่ทรงพลังและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง โซลูชันจากสาหร่ายทะเลสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญได้ดังนี้

1. โรงงานดูดซับคาร์บอนธรรมชาติ: สาหร่ายทะเลมีความสามารถในการสังเคราะห์แสงและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบางชนิดสามารถโตได้ถึง 30-60 เซนติเมตรต่อวัน ทำให้มันกลายเป็นเครื่องดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากมหาสมุทรที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างยิ่ง งานวิจัยชี้ว่าเมื่อเทียบในพื้นที่ขนาดเท่ากัน สาหร่ายอาจดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าไม้บนบกถึง 20 เท่า การทำฟาร์มสาหร่ายจึงเป็นหนึ่งในรูปแบบของ 'คาร์บอนสีน้ำเงิน' (Blue Carbon) ที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนไว้ในตะกอนดินใต้ทะเลได้อย่างยั่งยืน

2. อาหารเสริมปศุสัตว์ลดโลกร้อน: หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการใช้สาหร่ายพันธุ์ Asparagopsis taxiformis เป็นอาหารเสริมให้วัว ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าการเติมสาหร่ายชนิดนี้เพียงเล็กน้อยในอาหารของวัวเนื้อ สามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการเรอได้มากถึง 82% Ermias Kebreab ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการศูนย์อาหารโลกแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ยืนยันว่า "ตอนนี้เรามีหลักฐานที่หนักแน่นว่าสาหร่ายในอาหารวัวมีประสิทธิภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก และประสิทธิภาพนั้นไม่ได้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป" ศักยภาพของมันยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่ว่า หากฟาร์มปศุสัตว์เพียง 10% ทั่วโลกหันมาใช้ จะเทียบเท่ากับการนำรถยนต์ 50 ล้านคันออกจากท้องถนนเลยทีเดียว

3. วัตถุดิบรักษ์โลกแห่งอนาคต: สาหร่ายสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มาแทนที่วัสดุที่สร้างคาร์บอนได้ เช่น พลาสติกชีวภาพ ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติในเวลาไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ทิ้งไมโครพลาสติกไว้เบื้องหลัง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและบรรจุภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ เช่น บรรจุภัณฑ์น้ำดื่มคล้ายเจลลี่ที่สามารถกินได้ หรือย่อยสลายได้เองใน 4-6 สัปดาห์

4. วิศวกรฟื้นฟูระบบนิเวศ: ประโยชน์ของฟาร์มสาหร่ายไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดคาร์บอน แต่ยังช่วยฟื้นฟูชีวิตในทะเลโดยตรง โดยทำหน้าที่เป็นที่หลบภัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และกรองสารอาหารส่วนเกินอย่างไนโตรเจนและฟอสฟอรัสออกจากน้ำทะเล ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ฟาร์มสาหร่ายยังทำหน้าที่เป็นกันชนธรรมชาติ ช่วยลดพลังงานของคลื่นลมที่ซัดเข้าชายฝั่งได้ถึง 60% ซึ่งเป็นการปกป้องชุมชนจากการกัดเซาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศักยภาพของสาหร่ายทะเลได้แปรเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดสาหร่ายโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 15.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ไปสู่ 31.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีแนวชายฝั่งยาวและมีศักยภาพสูง การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายเศรษฐกิจ เช่น สาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผักกาดทะเล ถือเป็นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรในชุมชนชายฝั่งโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การเดินทางของสาหร่ายในฐานะฮีโร่กอบกู้วิกฤตโลกยังคงมีความท้าทายอยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็นคำถามถึงผลกระทบในระยะยาวของการทำฟาร์มขนาดใหญ่ หรือความต้องการนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง

ตัวแทนของโครงการ Restorative Seaweed Initiative ของ The Nature Conservancy (TNC) กล่าวไว้ว่า "การเพาะเลี้ยงสาหร่ายในทะเลไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาสำเร็จรูปหรือยาวิเศษสำหรับสภาพภูมิอากาศ แต่มันสามารถและควรจะเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่กว้างขึ้น เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกับให้บริการทางนิเวศที่สำคัญแก่สภาพแวดล้อมทางทะเล"

เมื่อมองกลับไปยังเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวสาหร่าย เราจะเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเขาไม่ใช่แค่พืชผลทางการเกษตร แต่คือโมเดลที่เชื่อมโยงคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และสุขภาพของโลกไว้ด้วยกัน มันคือข้อพิสูจน์ที่จับต้องได้ว่า ทางออกของปัญหาระดับโลก อาจเริ่มต้นขึ้นจากความพยายามเล็กๆ ที่ลงมือทำได้จริงในบ้านของเราเอง

Source : .weforum.org worldwildlife.org iaea.org

วันนี้คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่สำ...
12/03/2026

วันนี้คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่สำรวจเกาะทะลุ

มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ในฐานะหน่วยสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ในพื้นที่ ได้ร่วมลงเรือสำรวจพื้นที่กับคณะทำงานที่จัดตั้งโดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ ศรชล. ภาค ๑ ตำรวจน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจและประเมินสภาพพื้นที่ชายฝั่งและป่าชายหาดบริเวณเกาะทะลุ ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย ขนาด ๓๔ ไร่ ซึ่งอยู่ในกรอบการดำเนินงานตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ สนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มูลนิธิฯ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหน่วยงานประสานงานและอำนวยความสะดวกในพื้นที่ ทั้งการติดตามเฝ้าระวังระบบนิเวศ การประสานหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
#อพสธ #เกาะทะลุ #ประจวบคีรีขันธ์ #มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม #ศรชล #อนุรักษ์ทะเล

28/12/2025

🐢🌊 เทปบันทึกการเสวนา : การอนุรักษ์เต่าทะเลและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
📍 26 กันยายน 2568 | เกาะทะลุ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หัวข้อที่ 6 : แลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเพื่อความยั่งยืน

🔹 ครูแจง ทานตะวัน เขียวน้ำชุม
อุปนายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย
ได้ถ่ายทอดความประทับใจจากการมาเยือนเกาะทะลุเป็นครั้งแรก ทั้งความสะดวกในการเดินทาง บรรยากาศสงบ ธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ และศักยภาพในการสร้างเรื่องราวด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมเสนอแนวคิดสำคัญว่า
👉 การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต้อง “ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด (Keep it under control)”
เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ สามารถกำหนดราคาพรีเมียม เพื่อรักษาทรัพยากรในระยะยาว

🔹 ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย (คุณจุ๋ม) และหัวหน้าบอล
ร่วมอธิบายแนวคิด Carrying Capacity หรือขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยไม่ใช่การจำกัดจำนวนต่อวัน แต่เป็นการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง”
เกาะทะลุดำเนินการตามหลักนี้มาโดยตลอด รับนักท่องเที่ยวเพียง 70–80% ของความจุ และเน้นการท่องเที่ยวแบบพักค้างคืน 3 วัน 2 คืน เพื่อคุณภาพและการฟื้นฟูของธรรมชาติ

🔹 อาจารย์ต่าย – ดร.ณภพ สุขสวัสดิ์ (ม.แม่โจ้–ชุมพร)
ปิดท้ายด้วยมุมมองเชิงวิชาการว่า
“การอนุรักษ์ไม่ใช่การห้าม 100% แต่คือการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนควบคู่กับการบริหารจัดการ”
พร้อมชี้บทบาทของสถาบันการศึกษาในการสร้างองค์ความรู้และจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ ผ่านแหล่งเรียนรู้จริง เช่น ตัวอย่างสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเชื่อมโยงวิชาการสู่ชุมชนและเยาวชน

🌱 บทสรุปของเวทีนี้สะท้อนชัดว่า ความยั่งยืนเกิดได้จากการบริหารจัดการที่สมดุล การมีส่วนร่วม และการมองทรัพยากรธรรมชาติเป็นคุณค่าร่วมของทุกคน

#อนุรักษ์ทะเล #เต่าทะเล #เกาะทะลุ #บางสะพาน
#ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #ทรัพยากรทางทะเล #ทะเลไทย
#สิ่งแวดล้อม
#มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม

28/12/2025

🐢🌊 เทปบันทึกการเสวนา : การอนุรักษ์เต่าทะเลและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
📍 26 กันยายน 2568 | เกาะทะลุ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

🔹 หัวข้อที่ 5 : มุมมองจากคนในพื้นที่และศักยภาพของบางสะพาน

👩‍🌾 แม่งิ้ม – คุณปิยะนันท์ สะพานแก้ว
ผู้ประกอบการท้องถิ่น อำเภอบางสะพาน
ถ่ายทอดเสียงจากคนพื้นที่ที่ผูกพันกับเกาะทะลุอย่างลึกซึ้ง
• เกาะทะลุคือแม่เหล็กการท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้และโอกาสให้คนบางสะพาน
• ช่องว่างการรับรู้ คนในพื้นที่ยังไม่เห็นเบื้องหลังการอนุรักษ์กว่า 30 ปี ที่ทำให้เกาะทะลุยังคงอุดมสมบูรณ์
• วิสัยทัศน์อนาคต ใช้ “เต่าทะเล” เป็นแม่สื่อ ปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่ และเชื่อมั่นพลังการทำงานร่วมกันของคนในพื้นที่

🎤 ผู้ดำเนินรายการ (คุณป๊อบ) & แม่งิ้ม
การต่อยอดการท่องเที่ยวจากเกาะทะลุสู่บางสะพาน
• โกโก้คุณภาพสูงจาก ไร่ธนาธิป วัตถุดิบช็อกโกแลตระดับ First Class การบินไทย
• วัดทางสาย สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมทรงคุณค่า
• แหล่งธรรมชาติใจกลางเมือง เช่น ต้นยางนาขนาด 8 คนโอบ
• เสน่ห์พื้นที่เดียวเที่ยวได้ทั้ง ภูเขา–ทะเล ในวันเดียว

👤 ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและทรัพยากรทางทะเล (คุณจุ๋ม)
เสริมมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของบางสะพาน
• ทองบางสะพาน ทองคำคุณภาพดีที่สุดของไทย
• ถ้ำม้าร้อง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีสำคัญ
• เสนอการบูรณาการ “เรื่องราวท้องถิ่น” เป็นจุดขายการท่องเที่ยว
• แผนอนาคตเกาะทะลุ เปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นแบบ ควบคุมและเชื่อมโยงชุมชน

✨ บางสะพานไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือปลายทางแห่งคุณค่า ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 🌏♻️

#อนุรักษ์ทะเล #เต่าทะเล #เกาะทะลุ #บางสะพาน
#ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #ทรัพยากรทางทะเล #ทะเลไทย
#สิ่งแวดล้อม
#มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม

25/12/2025

🐢🌊 เทปบันทึกการเสวนา : การอนุรักษ์เต่าทะเลและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
📍 26 กันยายน 2568 | เกาะทะลุ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

🔹 หัวข้อที่ 4 : การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ – สร้างคุณค่าโดยไม่ทำลาย

👤 นันทพล ไข่มุกด์ (พี่แอ้ม)
นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย

ถ่ายทอดแนวคิดการบูรณาการ การอนุรักษ์ สู่ เส้นทางการท่องเที่ยวคุณภาพ
• ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ คือ “สินทรัพย์” สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
• การอนุรักษ์เต่าทะเลไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือ “จุดขาย” และอัตลักษณ์ของพื้นที่
• ความยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือของรัฐ เอกชน และชุมชน

🌱 แนวคิด Low-Carbon Tourism & Carbon Credit
• พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว (Tourist Route) เชื่อมที่พัก อาหาร การเดินทาง และการจัดการขยะ ภายใต้กรอบการอนุรักษ์
• การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ใช้การวัด Carbon Footprint เป็นจุดขาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายสิ่งแวดล้อม
• การท่องเที่ยวคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon Neutral) ลดการปล่อยคาร์บอนให้มากที่สุด และชดเชยส่วนที่เหลือด้วยคาร์บอนเครดิต เช่น โครงการปลูกป่า

✨ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่แท้จริง คือการสร้างประสบการณ์คุณภาพให้ผู้มาเยือน พร้อมรักษาธรรมชาติให้คงอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน

#อนุรักษ์ทะเล #เต่าทะเล #เกาะทะลุ #บางสะพาน
#ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #ทรัพยากรทางทะเล #ทะเลไทย
#สิ่งแวดล้อม
#มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม

ที่อยู่

111/1 Moo 10 Bangsaphan, Bangsaphannoi
Bang Saphan Noi
77170

เวลาทำการ

09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66897447995

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม:

ทางลัด

แชร์