แม่น้ำโขง: อิสระแห่งสายน้ำ

แม่น้ำโขง: อิสระแห่งสายน้ำ คนข้างบนมองลงมาพื้นล่างเห็นเพียงผลประโยชน์ แต่สำหรับคนข้างล่างสายน้ำโขง คือ ชีวิต

19/06/2026

ที่นี่ไม่มีปลา

คน เขื่อนโขง บ้านตามุย ใต้ผาแต้ม จ.อุบลราชธานี

น่าสนใจ
19/06/2026

น่าสนใจ

2 ปราสาทหิน 1200 ปี แห่งเมืองพิบูลฯ โบราณสถานที่รอวันรื้อฟื้น
"เมืองพิบูลมังสาหาร" ในการรับรู้ของผู้คนหลายท่านคงจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง "แก่งสะพือ" หรือไม่ก็ "ซาลาเปาอันเลื่องชื่อ" แต่จริงๆแล้วเมืองพิบูล หรือ พิมูล แห่งนี้กับมีรากฐานเก่าแก่ยาวนานกว่า 1400 ปี โดยผืนดินแห่งนี้มีการอยู่อาศัยของผู้คนมาก่อการสถาปนาเมืองในปี 2406 ซะอีก และแถมเมืองนี้อาจจะเป็นสำคัญที่ถูกเอ่ยถึงในจารึกของ "พระเจ้าจิตรเสน" (หรือ พระเจ้ามเหนทรวรมัน) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ก็เป็นได้ เอาละ..วันนี้จะเอาของดีเมืองพิบูลมามัดรวม เชื่อมโยงกัน
อุบลนาววาไรตี้วันนี้ตามหัวข้อ ปราสาทหิน 2 พี่น้อง โบราณสถาน 1200 ปี แห่งเมืองพิบูลฯ
เมืองพิบูลมังสาหาร นั้น ก่อนเก่าที่จะตั้งเมืองพิบูลมังสาหารในสมัย ร.4 (2406) พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นชุมชนเก่าแก่มาก่อนเก่า เดิมชื่อ บ้านกว้างลำชะโด แต่ถ้าย้อนกลับไปให้ลึกกว่านั้นจะเห็นเส้นทางของประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า 1,000 ปี กล่าวคือ พื้นที่ดั้งเดิมมีอิทธิพลศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรเจนละ ที่มีอิทธิพลระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-14 ( พศ.1000-1300) มาก่อนเก่า โดยชุมชนแห่งนี้มีผู้คนตั้งรกรากอยู่อาศัยมาต่อเนื่องยาวนานกว่าพันปี จากการค้าพบหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่อำเภอพิบูลมังสาหารนั้น ได้พบซากโบราณวัตถุ โบราณสถานหินทรายบริเวณแก่งสะพือ พบสระน้ำโบราณที่วัดสระแก้ว (วัดใต้) พบซากปราสาทหินและฐานศิวลึงค์บริเวณวัดสระแก้วและโรงเรียนบ้านสะพือใต้ โดยพบจารึกวัดสระแก้วที่แกะสลักด้วยหินทราย อายุราว1200 ปี และที่เด็ดไปกว่านั้นคือ มีการค้นพบ "ทับหลังแกะสลักหินทรายแดง" ศิลปะแบบไพรกเมง สร้างตั้งแต่ พ.ศ.1100 ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงาม โดยปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์วัดสระแก้ว (แต่น่าเสียดาย ที่เปิดบ้าง..ไม่เปิดบ้าง) แสดงให้เห็นถึงสถานะการเป็นขชุมชนเมืองโบราณขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญและอาจจะเป็นเมืองสำคัญในเส้นทางการค้าโบราณสมัยเจนละก็ว่าได้
01.ปราสาทวัดสระแก้ว เทวาลัยฝั่งตะวันตกแห่งสะพือ
การขุดค้นทางโบราณคดีวัดสระแก้วเมื่อปี 2533 ปรากฏซากปราสาทหินขนาดใหญ่ ขนาด 10.0x10.0 เมตร จมลึกลงไปในดิน 1.20-2.30 เมตร ก่อสร้างด้วยอิฐ โดยตัวอาคารแต่ละด้านมีกรอบประตูทำด้วยหินทรายจำนวน 4 ท่อน มีเดือยสำหรับประกอบ ความยาว 140 cm. กว้าง 30 cm.ยาว 133 cm. เหนือเสามีคานที่ทำจากหินเช่นเดียวกัน พร้อมมีประตูหลอก 1 บาน กว้าง 66 cm. ไม่มีลวดลาย ส่วนบริเวณโดยรอบอาคารมีแนวกำแพงเตี้ยขนาดความสูงประมาณ 1 เมตร พร้อมทั้งโบราณวัตถุมากมาย กำหนดศิลปะอยู่ในยุคพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 โดยสันนิษฐานจากกรมศิลปากรว่าที่นี่คือ ศษสนสถานประเภทปราสาทหินในวัฒนธรรมขอมโบราณ
สถานะปัจจุบัน : ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 118 ตอนพิเศษ 124 ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2544 ฝังกลบ/รอการขุดค้นทางโบราณคดี
02.ปราสาทหินดอนขุมเงิน เทวาลัยตะวันออกแห่งสะพือ
ในช่วงที่มีการขุดค้นทางโบราณคดีวัดสระแก้ว ทีมขุดค้นได้รับแจ้งพื้นที่ต้องสงสัยปรากฏโบราณวัตถุจำนวนมาก ในบริเวณโรงเรียนบ้านสะพือใต้ ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี โดยกำหนดชื่อเรียกว่า โบราณสถานดอนขุมเงิน (บ้านสะพือใต้) จากการขุดค้น (บางส่วน) ปรากฏซากฐานปราสาทหินจำนวนกระจัดกระจายภายในสนามกีฬาโรงเรียนบ้านสะพือใต้ มีการเคลื่อนย้าย ทำลาย ไปจนเกิดความเสียหาย จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2522 ขณะที่ทางโรงเรียนได้ปรับพื้นที่ให้เป็นสนามของโรงเรียน ได้พบหินทรายและกลุ่มอิฐ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนประกอบของตัวปราสาทอยู่เป็นจำนวนมาก ทางโรงเรียนจึงนำอิฐไปใช้ประโยชน์ ทั้งก่อสร้าง และทำกิจกรรมในโรงเรียน ส่วนของหินทรายบางส่วนอันได้แก่ อัฒจันทร์ เสาหินทรายแกะสลักประดับกรอบประตูจำนวน 3 ชิ้น กรอบประตูหินจำนวน 5 ชิ้น ธรณีประตูหินทรายจำนวน 2 ชิ้น และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหินทรายที่มีลักษณะคล้ายเดือยที่ประกอบบริเวณหน้าประตูอีก 1 ชิ้น ได้
ถูกนำมากองรวมกันไว้บริเวณด้านทิศเหนือของโรงเรียน โดยเป็นที่น่าเสียดายที่ถูกจัดวางอย่างไม่ถูกต้องตามหลักการอนุรักษ์
สถานะปัจจุบัน : ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 118 ตอนพิเศษ 124 ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2544 รอการขุดค้นทางโบราณคดี
จะเห็นได้ว่า พิบูลมังสาหาร คือเมืองเก่าแก่โบราณมีอายุอานามมาก่อนการตั้งเมืองอุบลราชธานีเสีย อีกทั้งชุมชนแห่งนี้ได้มีความแนบชิดกับอารยธรรมลุ่มน้ำมูลในช่วงที่พระเจ้ามเหนทรวรมันทรงเรืองอำนาจ สอดรับกับศูนย์กลางของอาณาจักรเจนละอย่าง "มหานครเศรษฐปุระ" หรือ อดีต เมืองจำปาสักโบราณนั่นเอง แอดคิดว่าเอาเข้าจริงๆ อาจจะไม่ใช่แค่ 2 ปราสาทหินที่ถูกค้นพบ จะใช้เทคโนโลยี lida มาบินส่องบ้านสะพือใต้ บ้านค้อใต้ แถบๆนั้น เผลอได้เจอของดีอีกมากมายที่จมอยู่ใต้ เพราะภูมิประเทศ..มันใช่เลย
ทุกๆอย่างย่อมมีเวลาที่เหมาะสมของมัน และเมืองแห่งนี้ก้เช่นกัน ถ้าไม่ตายก่อน..คงได้เห็นความจริงในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกผังกลบไว้ใต้ดินให้ได้ชื่นใจอีกครั้งครับ
UBON NOW
#อุบลนาว

19/06/2026

ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเตือนไทยอย่าทิ้งพยายามจัดการต้นตอปล่อยสารพิษลงแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง-แนะเร่งศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่ม-นักกฎหมายชี้ควรผลักดันให้จีนรับผิดชอบแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว”
------------
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม TBA อาคารรัฐสภา ได้มีการจัดเวที “ทางออกของประเทศไทยต่อมลพิษข้ามพรมแดน บูรณาการ นิติวิทยาศาสตร์ กฎหมาย การทูต ข้อมูลวิจัย” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบในประเทศไทย

ศ.ดร.แดนนี่ ไรเบิล ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนระดับโลก กล่าวว่า ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองแร่หายากในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง เป็นความท้าทายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการใดมาตรการหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและระยะยาว หลังลงพื้นที่สำรวจบริเวณแม่น้ำสาย พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และจุดที่แม่น้ำจากฝั่งเมียนมาไหลเข้าสู่ประเทศไทย พบว่าปัญหาสำคัญไม่ได้มีเพียงตะกอนจำนวนมหาศาลที่ไหลลงสู่แม่น้ำจากพื้นที่เหมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปนเปื้อนของโลหะหนักและกึ่งโลหะ เช่น สารหนู ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำสายนี้

ไรเบิลระบุว่า แนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงจากมลพิษคือการควบคุมที่แหล่งกำเนิด เนื่องจากการจัดการปัญหาที่ต้นทางจะให้ผลดีกว่าการแก้ไขในพื้นที่ปลายน้ำหลายเท่า แม้จะเป็นเรื่องยาก เพราะพื้นที่เหมืองอยู่ภายใต้การควบคุมของอีกประเทศหนึ่งก็ตาม

“เราไม่ควรละทิ้งความพยายามในการจัดการต้นตอของปัญหา เพราะนั่นคือจุดที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด การประเมินความเสี่ยงไม่ควรพิจารณาเพียงปริมาณสารปนเปื้อนที่พบในตะกอน แต่ต้องให้ความสำคัญกับสารที่สามารถละลายและเคลื่อนย้ายเข้าสู่น้ำ รวมถึงเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้จริง เนื่องจากเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์โดยตรง” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

สำหรับข้อเสนอเรื่องการขุดลอกตะกอนปนเปื้อนนั้น ไรเบิลเห็นว่าอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับแม่น้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากการขุดลอกสามารถทำให้ตะกอนและสารปนเปื้อนฟุ้งกระจายกลับเข้าสู่แหล่งน้ำ อีกทั้งยังมีต้นทุนสูงและต้องเผชิญความท้าทายในตะกอนที่ขุดขึ้นมา

“ไทยควรเร่งศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทั้งรูปแบบการสะสมของสารปนเปื้อนในตะกอน การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ และการทดลองมาตรการจัดการในระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและออกแบบแนวทางรับมือที่เหมาะสมได้ในอนาคตไม่มีวิธีมหัศจรรย์ที่จะทำให้ปัญหานี้หายไปในทันที สิ่งสำคัญคือการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดการควบคุมมลพิษที่ต้นทาง” ไรเบิลกล่าว

ส.มณีรัตน์ พลกล้า ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) กล่าวว่า ประเทศไทยเตรียมเข้าเป็นสมาชิก OECD ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งมาพร้อมมาตรฐานการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ (HRDD) แม้กฎหมายนี้จะยังอยู่ระหว่างพัฒนาและยังใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ แต่ในอดีตไทยเคยมีบทเรียนทางกฎหมายอย่างการจัดทำแผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) และกรณีศาลไทยรับฟ้องคดีที่บริษัทไทยไปก่อผลกระทบข้ามแดนในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าคดีสิ่งแวดล้อมทั่วไป เพราะต้นเหตุมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่ผลกระทบตกที่ชุมชนไทย โจทย์เร่งด่วนในตอนนี้จึงไม่ใช่แค่การฟ้องร้องเยียวยาภายหลัง แต่คือการหากลไกหยุดยั้งมลพิษที่ต้นทางให้ได้

ขณะที่ อริศรา เหล็กคำ นักวิชาการจากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ในลุ่มน้ำกก-สาย-โขง เป็นผลพวงของกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) ที่ทำให้ความต้องการแร่เพิ่มขึ้น แต่กลับผลักภาระด้านสิ่งแวดล้อมไปยังพื้นที่ต้นทางการผลิต ไทยควรยกระดับประเด็นนี้ในกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) และอาเซียน โดยผลักดันให้จีนรับผิดชอบต่อแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ปัญหาดังกล่าวควรถูกจัดเป็น “ความมั่นคงรูปแบบใหม่” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแก้ไข ในเชิงกฎหมาย และไทยควรใช้กฎหมายใหม่ของจีนเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้นักลงทุนจีนต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศอื่น มาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการทูตกับรัฐบาลจีน รวมถึงผลักดันให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานแร่

ด้าน ดร. สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปัญหามลพิษในแม่น้ำกก สาย รวก โขง นั้นเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจชายแดน และเครือข่ายการค้าแร่ข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมามีเหมืองแร่กระจายตัวอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งหลายแห่งมีความเชื่อมโยงกับการลงทุนจากจีน ทั้งในรูปแบบการลงทุนโดยตรง การใช้บริษัทตัวแทน หรือการร่วมดำเนินกิจการกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือเขตปกครองของกองทัพว้า (United Wa State Army- UWSA) ซึ่งถือเป็นกองกำลังชาติพันธุ์ที่มีอำนาจและศักยภาพสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในเมียนมา โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลเมียนมา พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งแร่หายากสำคัญ และมีเหมืองแร่หายากอย่างน้อย 2 แห่งตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำกก ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของลำน้ำที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย

“ไทยมีความสำคัญอย่างมากในห่วงโซ่อุปทานแร่จากเมียนมา เนื่องจากมีแนวชายแดนยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร มีระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ที่พร้อม รวมถึงมีด่านชายแดนหลายแห่งที่รองรับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นเชียงแสน แม่สาย แม่สอด แม่สะเรียง สังขละบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง ก่อนที่แร่

นาย ทรงวุฒิ อาทิตย์ทอง ผู้อำนวยการกองบริหารสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีบทเรียนจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจการเหมืองแร่มาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปรับปรุงพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลและป้องกันผลกระทบให้รัดกุมมากขึ้นซึ่ง กพร. ได้รับการประสานงานเกี่ยวกับปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากพื้นที่ลุ่มน้ำสายและลุ่มน้ำกกในช่วงแรก

“ผมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการและเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ปัจจุบันประเทศไทยมีฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังขาดฐานข้อมูลสุขภาพในระดับเบสไลน์ ซึ่งอาจต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านสุขภาพและภาคี” ผอ.สิ่งแวดล้อม กพร. กล่าว
—-------------------------------------------------

15/06/2026

ในเมื่อมีข้อมูลว่า เขื่อนปากมูลเป็นความล้มเหลวของทุกฝ่าย เพราะต้นทุนบานปลายจาก 135 ล้านเป็น 233 ล้านเหรียญสหรัฐ แถมผลิตไฟฟ้าได้จริงเพียงบางส่วน ปลาธรรมชาติลดลงถึงร้อยละ 60-80 แถมแก่งธรรมชาติกว่า 50 แก่งต้องจมอยู่ใต้เขื่อน อีกทั้งทำลายความมั่นคงทางอาหารและวิถีชีวิตชุมชนอย่างย่อยยับ

แล้วทำไมรัฐจึงจะเดินหน้าผลักดันเขื่อนใหม่ๆ อย่าง เขื่อนพูงอย ทั้งที่แผลเก่าของเขื่อนปากมูลยังไม่ถูกแก้ไข สะท้อนว่า รัฐไทยไม่เคยนำบทเรียนในอดีตมาใช้จริง คำถามจึงไม่ใช่แค่ “จะสร้างหรือไม่” แต่คือ “ใครจะรับผิดชอบ หากความเสียหายซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้นอีก”

สดใส สร่างโศรก เครือข่ายประชาชนจับตาน้ำท่วมอุบล-เขื่อนแม่น้ำโขง ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อ่าน: ปิดฉาก 29 ปี การพิสูจน์ที่เขื่อนปากมูล เมื่อคนหาปลาทวงคืนศักดิ์ศรี สู่บทถัดไปของการชดเชย https://theisaanrecord.co/2026/06/15/the-29-year-saga-of-proving-compensation-for-the-people-affected-by-the-pak-mun-dam-comes-to-an-end/

---

เรื่องและภาพ: สดใส สร่างโศรก

ยังมีความสิ้นหวังอะไรอึกไหมแม่น้ำถาม...เททิ้งโยน กัก กั้นเก็บระบายกะนลงมา..ปนเปื้อนไปกันหมด
14/06/2026

ยังมีความสิ้นหวังอะไรอึกไหมแม่น้ำถาม...เททิ้งโยน กัก กั้นเก็บระบายกะนลงมา..ปนเปื้อนไปกันหมด

Enjoy the videos and music you love, upload original content, and share it all with friends, family, and the world on YouTube.

สายน้ำและความหวังผ่านบทเพลงและความเปลี่ยนแปลง
14/06/2026

สายน้ำและความหวังผ่านบทเพลงและความเปลี่ยนแปลง

MV เราต่างเห็นตะวันเท่าจันทรา OST.เราต่างเห็นตะวันเท่าจันทรารายการเมืองเรืองแสงคำร้อง / ทำนองวาทิต อุปนิกขิต...

14/06/2026

อาการถอดใจของคนหาปลา
กับการมาของเขื่อนปากแบง
---------
เรื่อง/ภาพ กิตติธัช สิงห์เสนา
---------
“ผมรู้และได้ยินข่าวว่าจะมีการสร้างเขื่อนที่ปากแบงอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้ว่าน้ำจะเท้อมาถึงมั้ย แค่นั้น บ้านผมอยู่ริมน้ำโขง ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าเขาจัดให้อพยพไปอยู่ที่อื่น แล้วไร่นาที่เหลือล่ะ หากน้ำเท้อมาถึง ไร่นาผมก็คงจะท่วมไปด้วย” วี(นามสมมุติ) คนหาปลาบ้านโพนสว่าง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว รู้สึกกังวลใจนับตั้งแต่รู้ข่าวจะมีการสร้างเขื่อนปากแบงกั้นแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ล่างลงไปราว 90 กม.

วีเพิ่งตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านเกิดได้เพียง 3 ปีหลังจากทำงานอยู่ฝั่งไทยยาวนาน เขายอมรับว่าเป็นห่วงอยู่มากถึง 80-90% เพราะแม้ไม่ได้หาปลาเป็นอาชีพหลัก แต่การหาปลาหน้าบ้านก็ช่วยประทังชีวิตให้อิ่มท้องได้เกือบทุกวัน ทว่าในวันนี้ ปลากลับลดน้อยถอยลงไปมาก นับตั้งแต่การมาถึงของเขื่อนไซยะบุรี

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มแปรเปลี่ยนจากความกลัวกลายเป็นความจำนน

ลุงบุญ ชาวประมงอาวุโสแห่งบ้านด่าน แขวงบ่อแก้ว สะท้อนมุมมองที่น่าหดหู่ว่า “ผมเห็นเขามาวัดระดับอยู่นะ ว่าน้ำจะเท้อถึงตรงนี้ ตรงแถวบ้านด่านนี้ แต่ผมไม่ได้กังวลอะไร เพราะน้ำก็ไม่ปกติอยู่แล้วจะขึ้นก็ขึ้น จะแห้งก็แห้ง ให้ทำยังไงได้ก็น้ำถูกบังคับด้วยคน ช่วงสงกรานต์น้ำควรจะแห้ง มันก็ไม่แห้งกลับขึ้น ปลามันก็เลยเขียม (หายาก) แล้วปลาก็น้อยอยู่แล้ว จะให้ไปกังวลอะไร มันไม่ได้เรียกว่ากังวลหรอก มันถอดใจไปแล้ว ก็อยู่ๆ กันไปแบบนี้ตามเขากำหนดให้”

เช่นเดียวกับลุงวง ชาวประมงอีกคนจากบ้านด่าน ที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงยอมรับชะตากรรมภายใต้ระบบทุนนิยมข้ามชาติที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศว่า โครงการเขื่อนมันเป็นเขื่อนของนาย เราไม่สามารถต้านอะไรได้อยู่แล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เพราะมีตัวอย่างให้ดูไปหลายแห่งแล้วในลาวนี้

“แต่ก่อนมันมีดอนอยู่นะ ช่วงสงกรานต์ตรงระหว่างบ้านดอนข้ามไปแจมป๋องที่ฝั่งไทย แต่พอมีเขื่อนไซยะบุรีเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดอนมันก็แคบเหลือน้อยลง ถ้ามีเขื่อนปากแบงเพิ่ม คิดว่าดอนน่าจะหายไปเลยในช่วงฤดูแล้ง ตัวผมไม่ได้กลัวว่าจะมีเขื่อนปากแบงเลย จะหาปลาได้น้อยลงก็ช่างมัน เราก็หาเหมือนเดิมไปอย่างทุกวันนี่แหละ”ลุงวงฉายภาพความสิ้นหวังของคนแม่น้ำโขง

โครงการเขื่อนปากแบง (Pak Beng Dam) เป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขงสายประธาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ณ เมืองปากแบง แขวงอุดมไซ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประเทศไทยบริเวณอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ขึ้นไปทางเหนือน้ำประมาณ 96 กิโลเมตร โดยได้มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปแล้วในช่วงปี 2566

โครงการนี้ก่อให้เกิดประเด็นความห่วงใยและข้อพิพาททางสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวางในประเทศไทย เนื่องจากที่ตั้งของเขื่อนอยู่ใกล้ชายแดนไทยมาก ข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดคือผลกระทบจากน้ำเท้อ (Backwater Effect) ที่การยกระดับน้ำของเขื่อนอาจทำให้น้ำหนุนย้อนกลับขึ้นมาตามลำน้ำโขงและลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำงาว จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำฝั่งไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ความกังวลถึงผลกระทบข้ามพรมแดนมาถึงฝั่งไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจทำให้ชายหาดหลายแห่งที่ชุมชนเคยใช้ในช่วงฤดูแล้งต้องหายไป เท่ากับว่าเป็นการเสียดินแดนนั้นไปตลอดกาล

พ่อสม ขุนล่า พรานปลาแห่งหมู่บ้านปากอิงใต้ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยก่อนในช่วงฤดูฝนเรือหาปลามี 30-40 ลำ ผลัดกันคนละเที่ยวใส่มอง ใช้เรือลากมอง ได้ปลาเกือบทุกรอบ แต่ทุกวันนี้เหลือไม่ถึง 10 ลำ คนหาน้อยแถมยังไม่ได้อะไรเลย ตั้งแต่มีเขื่อนที่ไซยะบุรีก็น้อยมากกว่าเดิมแล้ว ปลาไม่ขึ้นมาจากข้างล่างมาวางไข่เพราะโดนเขื่อนกั้นไว้
ขณะที่ พ่อสมศักดิ์ บุดดี อธิบายว่า แต่ก่อนพอถึงฤดูน้ำหลาก น้ำขึ้นตามธรรมชาติ ปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะรู้เวลาพากันว่ายขึ้นมาวางไข่ริมตลิ่ง พอไข่เสร็จน้ำก็ค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ ลูกปลาตัวเล็กๆ ก็จะเติบโตทันและว่ายตามพ่อแม่ลงสู่แม่น้ำลึกได้ทันเวลา

“แต่พอมีเขื่อน ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด น้ำมันไม่ได้ขึ้นลงตามธรรมชาติ มันขึ้นลงตามใจคนคุมเขื่อน ตามใจธุรกิจเรือขนส่งสินค้า วันไหนเรือสินค้าจะวิ่ง หรือเขาอยากจะปล่อยน้ำ น้ำก็เอ่อท่วมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พอปลาเห็นน้ำขึ้นมันก็นึกว่าเป็นฤดูวางไข่ตามธรรมชาติ ก็พากันว่ายขึ้นไปไข่ทิ้งไว้ แต่พอเขื่อนสั่งปิดน้ำกะทันหัน น้ำลดฮวบแห้งขอดลงไปดื้อๆ ไข่ปลาที่เพิ่งวางไว้ยังไม่ทันได้ฟักเป็นตัว ก็ต้องติดอยู่บนดินแห้งๆ โดนแดดเผาสุกตายไปหมด ปลาที่จะโตมาให้ชาวบ้านได้ทำมาหากิน มันก็ตายยกรังตั้งแต่ยังไม่ฟัก” พ่อสมศักดิ์กล่าวด้วยความอัดอั้น

ไม่ใช่แค่เรื่องปลา แต่วิถีเกษตรริมโขงก็พังพินาศไม่ต่างกัน พ่อสมศักดิ์เล่าว่า ชาวบ้านจะอาศัยช่วงน้ำลดปลูกพืชผักสวนครัวริมตลิ่ง แต่ตอนนี้เขื่อนนึกจะปล่อยน้ำตอนไหนก็ปล่อย โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักทางเหนือ เขื่อนกักน้ำไว้เยอะจนรับไม่ไหวก็ปล่อยน้ำใหญ่ลงมา ทำให้น้ำโขงหนุนสูงท่วมตลิ่งอย่างรวดเร็ว ผักสารพัดชนิดแช่น้ำอยู่แค่วันสองวัน พอเข้าวันที่สามก็เน่าตายทั้งยอดต้น

“ที่มันช้ำใจที่สุดและเพี้ยนไปจากธรรมชาติมากๆ ก็คือ บางทีช่วงที่ฝนตกชุกแท้ๆ น้ำกลับไม่ท่วมเท่าไหร่ แต่บทเวลาที่ไม่มีพายุ แดดส่องเปรี้ยงๆ แต่น้ำโขงกลับเอ่อท่วมขึ้นเอาๆ สวนทางกับสภาพอากาศเลย เพราะเขื่อนดันมาปล่อยน้ำเอาตอนนั้น แล้วลองนึกภาพดูเถอะ”

สถานการณ์ในปัจจุบันของผู้คนริมบ้านปากอิงใต้ จึงไม่ต่างจากการถูก "ขัง" เอาไว้ตรงกลาง ด้านหนึ่งถูกกั้นด้วยเขื่อนจิงหงที่เชียงรุ้งเขตสิบสองปันนาของจีน อีกด้านถูกกั้นด้วยเขื่อนไซยะบุรี และกำลังจะมีสิ่งกีดขวางมากั้นขังเพิ่มอีก 1 ชั้น นั่นคือเขื่อนปากแบง

ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้ชัดว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบงมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย
การที่กระทรวงพลังงานรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนปากแบง ทั้งที่ยังไม่ทราบผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องครบถ้วนตามหน้าที่ของรัฐ ส่วนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย และเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าและแผนปฏิบัติการร่วมของโครงการ อีกทั้งยังไม่มีแผนหรือแนวทางการบริหารจัดการปัญหาน้ำเท้อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ในฐานะผู้รับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนปากแบง รวมถึงบริษัทสัญชาติไทยที่เป็นผู้ถือหุ้นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ ก็ยังไม่อาจดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วน ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs)

ขณะที่โครงการเขื่อนปากแบงกำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งจึงเป็นคำถามว่าหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นสำหรับคนริมแม่น้ำโขง จะมีใครหยุดยั้งได้บ้าง

ทั้งหมดคือความจริงอันโหดร้ายของคนเล็กคนน้อยริมฝั่งโขง แม่น้ำสายนี้เคยเป็นทั้งครัว เป็นพื้นที่ทำมาหากิน และเป็นความแน่นอนเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขามาอย่างยาวนาน หากเขื่อนปากแบงเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เหลือคงมีเพียงคำบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของพรานปลารุ่นเก่า และกลายเป็นการบอกลา วิถีทำกินในความคุ้นเคยและความมั่นคงแบบที่คนริมโขงเคยมีมาตลอดทั้งชีวิต
---------------

ปลา 13 ชนิดที่พ่อตาล จันทร์สุข จับได้ วันนี้ ใช้มอง 3 ตอน ปลาเน่าเร็ว เมื่อสอบถามพ่อตาลเล่าว่าน้ำช่วงนี้ฤดูนี้ทำให้ปลาเน...
14/06/2026

ปลา 13 ชนิดที่พ่อตาล จันทร์สุข จับได้ วันนี้ ใช้มอง 3 ตอน ปลาเน่าเร็ว เมื่อสอบถามพ่อตาลเล่าว่าน้ำช่วงนี้ฤดูนี้ทำให้ปลาเน่าเร็ว
บ้านตามุย อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี

อย่างน้อยเราก็มีปลากิน ใครนรู้จักชื่อปลาอะไรบ้าง แลดูเอย
ปลาขี้โกะ ปลาสร้อย ปลาปาก ปลาสะกาง ปลาจาด ปลาปากคำ ปลายอน ปลาตาโป ปลาเปี่ยน ปลาเวียนไฟ ปลาแปบ ปลาหลังขน ปลาบักมา

ที่อยู่

Phra Pradaeng
34222

เบอร์โทรศัพท์

+66807369330

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แม่น้ำโขง: อิสระแห่งสายน้ำผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง แม่น้ำโขง: อิสระแห่งสายน้ำ:

แชร์