ชมรมอาสาพัฒนาของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ก่อตั้งและเริ่มโครงการค่ายอาสาพัฒนาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมตั้งแต่ปีการศึกษา 2512 เนื่องจาก ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นทางภาคใต้ ทำให้ทางสัญจรหลายสายชำรุดและขาดช่วง การลำเลียงพืชไร่เป็นไปอย่างยากลำบาก ทางนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้ประชุมหารือกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ประกอบกับว่าเห็นเป็นงานด้านการช่าง ซึ่งพอจะช่วยเหลือได้ จึงได้อ
อกเดินทางสำรวจเส้นทางในแถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้พบเส้นทางสายหนึ่ง ในนิคมสร้างตนเองตำบลอ่าวน้อย ซึ่งเดิมทีทางสายนี้นั้นได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงผลิตผลทางการเกษตรของราษฎรในนิคม เพื่อออกสู่ตลาดภายนอก ซึ่งผลจากอุทกภัยในครั้งนั้นได้ทำให้ทางขาด การขนส่งเป็นไปอย่างยากลำบาก ทางนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้ตกลงสร้างสะพานไม้ถาวรขึ้นที่นี่ โดยใช้แบบสะพานจากกรมทางหลวง ในด้านเงินงบประมาณนั้นได้จากทางคณะส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงพอในการดำเนินการ ทางนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้ร่างหนังสือ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสนับสนุน พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่นิสิต เพื่อใช้ในการประกอบโครงงาน พร้อมกันนี้ยังทรงมีพระกระแสรับสั่งมายังนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกคน มีใจความสั้น ๆ ว่า “จงทำตนให้เป็นผู้ใหญ่ และรอบคอบ ทำอะไรอย่าให้บานปลาย”จากนั้นทางนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงได้เริ่มดำเนินการสร้างสะพานไม้ถาวรขึ้น นับเป็นผลงานชิ้นแรกของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์
ต่อมาในปีพุทธศักราช 2514 จึงเกิดนามว่า "ยุววิศวกรบพิธ" ขึ้น เนื่องจากเป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่สะพานแขวนที่ชมรมอาสาฯ ที่ได้สร้างขึ้นระหว่างการออกค่ายภาคฤดูร้อน ณ บ้านม่วงชุม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาก จังหวัดเชียงใหม่ สะพานแขวนนี้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวได้กราบบังคมทูลขอ พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริยังนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่อมา เมื่อชมรมอาสาพัฒนาสร้างสะพานเสร็จ จึงได้พระราชทานนามสะพานว่า "สะพานยุววิศวกรบพิธ" และได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ฯพณฯ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ องคมนตรีมาประกอบพิธีเปิดสะพานแห่งนี้
ในปีต่อๆ มาก็ได้พระราชทานนาม "ยุววิศวกรบพิธ" แก่สิ่งก่อสร้างที่ชมรมอาสาพัฒนาได้สร้างขึ้น เพื่อเป็นสาธารณสมบัติในท้องที่ทุรกันดาร ตามที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน และเมื่อปีพุทธศักราช 2519 โปรดเกล้าพระราชทานนาม "ยุววิศวกรบพิธ 5" แก่ฝายน้ำล้น ที่ชมรมอาสาพัฒนานิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์สร้างขึ้นที่บ้านโห้ง ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และได้ทรงพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้โดยเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิด "ฝายน้ำล้นยุววิศวกรบพิธ 5" ด้วยพระองค์เอง และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณาจารย์และนิสิตได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่บรรดาอาจารย์ และนิสิตอย่างสุดพรรณนา
ชมรมอาสาพัฒนาของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีโครงการค่ายอาสาพัฒนาเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาดังกล่าว ชมรมอาสาพัฒนาได้มีผลงานจัดสร้างสิ่งก่อสร้างถาวรในท้องที่ทุรกันดารให้เป็นสาธารณะสมบัติเพื่อประโยชน์ของชาวท้องถิ่น สิ่งก่อสร้างนี้มีทั้งสะพานไม้ถาวร สะพานคอนกรีต ฝายน้ำล้น อาคารเรียน เป็นต้น
การดำเนินงานของชมรมอาสาพัฒนาที่ผ่านมา ผลงานปรากฏเป็นที่น่าพอใจและจากผลการสำรวจประเมินผล ปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ยังคงอำนวยประโยชน์แก่ท้องถิ่นนั้น ๆ ได้อย่างดี ได้ช่วยสร้างความเจริญ การกินดีอยู่ดีแก่ชาวบ้านไม่น้อยทีเดียว โครงการค่ายอาสาพัฒนาแต่ละปีเป็นงานหนักและท้าทายความสามารถอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การสำรวจเพื่อคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ การกำหนดลักษณะสิ่งก่อสร้างการออกแบบ การรณรงค์จัดหาทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการ การบริหารงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา นอกจากนี้จะต้องประสานกับชาวบ้านเพื่ออยู่ร่วมกันในระหว่างออกค่าย ซึ่งกลุ่มนิสิตผู้ร่วมงานก็ได้ปฏิบัติงานอย่างอุทิศตนด้วยความเสียสละอย่างน่าชมเชย