Genetics MJU หลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก สาขา?

เปิดสอน และวิจัย เน้นเกี่ยวกับการเกษตร ระดับดีเอ็นเอ เช่น การโคลนยีนต้านทาน การถ่ายยีน การปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเครื่องหมายโมเลกุล

23/12/2025

การแก้ไขยีนด้วยวิธีการจุ่มดอก (Floral Dip-Based Gene Editing) ช่วยเพิ่มความต้านทานของข้าวอินดิกาต่อโรคใบสีส้ม (Tungro) ในข้าว
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ในความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว นักวิจัยจากกระทรวงเกษตร – ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพพืช (Department of Agriculture–Crop Biotechnology Center (DA-CBC)) ประสบความสำเร็จในการใช้เทคนิคการแก้ไขยีนด้วยวิธีการจุ่มดอก (Floral Dip-Based Gene Editing) เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคใบสีส้ม (Tungro) ในข้าว Tungro เป็นอันตรายร้ายแรงในข้าวพันธุ์ NSIC Rc 402 ซึ่งเป็นข้าวอินดิกาพันธุ์ที่ปลูกกันอย่างแพร่หลาย Tungro เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายโดยเพลี้ยจักจั่น และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตเสียหายปีละมากถึง ร้อยละ 30 หรือเทียบเท่ากับข้าวเปลือกประมาณ 456,000 ตัน วิธีการใหม่นี้เป็นวิธีที่ง่ายกว่า เร็วกว่า และใช้งานได้จริงมากกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแบบดั้งเดิม ซึ่งมักไม่มีประสิทธิภาพสำหรับข้าวอินดิกา
วิธีการที่ล้ำสมัยนี้เกี่ยวข้องกับการจุ่มดอกข้าวในระยะก่อนออกดอกลงในสารละลายที่มีแบคทีเรีย Agrobacterium tumefaciens แบคทีเรียชนิดนี้มีโครงสร้าง CRISPR-Cas9 ซึ่งเป็นเครื่องมือแก้ไขยีนที่แม่นยำ ออกแบบมาเพื่อปิดใช้งานยีน eIF4g ของพืช ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้ข้าวอ่อนแอต่อไวรัส จากเมล็ดที่เก็บเกี่ยวได้จากพืชที่ผ่านการจุ่มดอกกว่า 400 เมล็ด เจริญเติบโตเป็นต้นที่แข็งแรงและรอดจากการคัดเลือกผ่านความต้านทานต่อยาปฏิชีวนะ ที่สำคัญที่สุดคือ สายพันธุ์เหล่านี้ 7 สายพันธุ์ยังคงรักษาความต้านทานต่อโรค Tungro ได้อย่างเสถียรใน 3 รุ่นติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงในการถ่ายทอดลักษณะที่พึงประสงค์ได้อย่างน่าเชื่อถือ
Dr. Reynante L. Ordonio หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ผลการวิจัยนี้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของวิธีการจุ่มดอกข้าวในการเพิ่มความต้านทานโรค ไม่เพียงแต่ในข้าวพันธุ์ NSIC Rc 402 เท่านั้น แต่ยังอาจใช้ได้กับข้าวพันธุ์อินดิกาที่สำคัญอื่น ๆ ด้วย การพัฒนาครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเร่งโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สามารถสร้างสายพันธุ์ที่ดีขึ้น ที่มีลักษณะเด่นด้านผลผลิต คุณภาพ และความทนทานต่อสภาวะเครียดโดยรวมได้เร็วขึ้น นวัตกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับโรคข้าวที่ระบาดอย่างต่อเนื่องที่สุดโรคหนึ่งของประเทศ และมอบความหวังใหม่ให้กับเกษตรกรที่มุ่งมั่นทำการเกษตรอย่างยั่งยืนและเพิ่มผลผลิตอาหารทั่วประเทศฟิลิปปินส์

03/12/2025

อนาคตเกษตรยุคใหม่! กรมวิชาการเกษตรเปิดเวทีใหญ่ ดัน ‘จีโนม’ ตัวช่วยสร้างพืชพันธุ์เทพ ทนทานต่อโรค-ภัยแล้ง ย้ำ! ไม่ใช่พืช GMO ที่น่ากังวล
กรมวิชาการเกษตร เปิดเวทีเสวนาครั้งสำคัญ Focus Group ในประเด็น “อนาคตเกษตรไทยยุคใหม่” เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing หรือ GEd) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาพืชพันธุ์ให้แข็งแกร่ง ทนทาน และมีคุณภาพดีขึ้น เพื่อสู้กับวิกฤตที่เกษตรกรกำลังเผชิญ!
💰 โอกาสทองของเกษตรกร ทำไมต้องสนใจ “เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม”?
นายรพีภัทร จันทรศรีวงศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ภาคการเกษตรไทย เพราะนี่คือทางออกสำคัญในการรับมือกับ ภัยพิบัติและสภาพอากาศแปรปรวน สร้างพืชที่ทนแล้ง ทนโรคได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอการปรับปรุงพันธุ์แบบเดิม ๆ นานหลายปี ปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด พัฒนาพันธุ์พืชให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดโลก สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ
ความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (GEd) แตกต่างจากพืช GMO ที่มีการตัดต่อยีนต่างชนิดใส่เข้าไป แต่ GEd เป็นการปรับปรุงแก้ไขยีนที่มีอยู่แล้วในพืชอย่างแม่นยำ คล้ายกับการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่ทำได้เร็วและควบคุมได้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง กรมฯ ยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้ภายใต้หลักวิชาการที่ถูกต้องและมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล
🛡️ โปร่งใส ปลอดภัย! กฎหมายใหม่เพื่อพี่น้องเกษตรกร
กรมวิชาการเกษตรได้มีการออกประกาศสำคัญ 2 ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงเกษตรฯ พ.ศ. 2567 ว่าด้วยการรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรอย่างถูกต้อง และ ประกาศกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2567 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การรับรองพืชที่พัฒนาจากเทคโนโลยีนี้ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่พืช GMO
ประกาศเหล่านี้จะทำให้เกษตรกรและนักวิจัยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการพัฒนาพันธุ์พืชได้เร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการประเมินความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
🗣️ เวทีแลกเปลี่ยนเสียงจากทุกภาคส่วน
เวทีเสวนาในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่นักวิชาการ แต่ยังได้รับเกียรติจากหลายภาคส่วน ทั้งกรรมาธิการด้านการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร (อย.) สมาคมเมล็ดพันธุ์ สภาอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือมีเสียงของ “เกษตรกรสมัยใหม่” เข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ย้ำปิดท้ายว่า "การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่กรมฯ พร้อมเปิดรับฟังข้อกังวลของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่างจริงใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีนี้จะนำมาซึ่งคุณประโยชน์ต่อประเทศ เกษตรกร และผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืนที่สุด"
สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ พืชพันธุ์ดีขึ้น ทนทานต่อโรค แมลง และสภาพอากาศได้ดีกว่าเดิม ลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมีและปุ๋ย เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ผลผลิตมีคุณภาพสูงตรงตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
#เกษตรยุคใหม่ #พืชพันธุ์ทนทาน #จีโนม #เทคโนโลยีเกษตร #เกษตรกรสมัยใหม่ #นวัตกรรมเกษตร #ผลผลิตเพิ่ม #ลดต้นทุน #ความมั่นคงทางอาหาร #ตลาดโลก #ภัยแล้ง #โรคพืช #สาระความรู้คนทำเกษตร #เกษตรกรไทย #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

หลักสูตรฯ พันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอแสดงความยินดี กับ ศาสตราจารย์ ดร. วราภรณ์ แสงทอง อาจารย์ และนัก...
03/12/2025

หลักสูตรฯ พันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ขอแสดงความยินดี กับ ศาสตราจารย์ ดร. วราภรณ์ แสงทอง อาจารย์ และนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวของ ม. แม่โจ้
เนื่องในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" สาขาวิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568

https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1210330

01/12/2025

Multiplex genome editing of seven genes for the rapid improvement of target traits in wild rice Oryza rufipogon produced lines with enhanced agronomic traits, including erect plant architecture, shor...

30/11/2025

#เทคโนโลยี Realtime RT-PCR ทำไมจึงสำคัญในด้านการตรวจวินิจฉัย #โรคติดเชื้อ
Realtime RT-PCR หรือชื่อเต็มว่า “Realtime Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction” เป็นเทคนิคในการตรวจโรคหรือตรวจหาการแสดงออก (Expression) ของยีนในเซลล์ เทคนิคนี้ได้รับการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี RT-PCR และเทคโนโลยี PCR กล่าวคือ “Realtime” “RT” และ “PCR” นั้นเป็นคนละเทคนิคกัน ก่อนที่จะนำมาใช้ร่วมกัน จึงมีชื่อเต็มว่า Realtime RT-PCR
📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/now/content/3423
กุญแจสำคัญอยู่ที่การทำ PCR เพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมในสารตัวอย่างให้มากพอสำหรับการตรวจจับ ส่วน RT หรือ Reverse Transcription เป็นขั้นตอนก่อนการทำ PCR และ Realtime เป็นเทคนิคในการวัดปริมาณของสารพันธุกรรมอย่าง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งโดยทันที ซึ่งการทำ PCR แบบปกติจะสามารถวัดปริมาณของสารพันธุกรรมได้เมื่อปฏิกิริยาเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยสารพันธุกรรมสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ DNA สำหรับเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม และ RNA ที่ใช้เป็นตัวกลางในการทำข้อมูลทางพันธุกรรมมาสร้างโปรตีน
ร่างกายของเราอยู่ได้ด้วยกันผลิตโปรตีนและเอนไซม์ต่าง ๆ ออกมาซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน โปรตีนเป็นเหมือนเครื่องยนต์และชิ้นส่วนกลไกหลากหลายรูปร่างและขนาด โปรตีนแต่ละชนิดจึงมีวิธีผลิตแตกต่างกัน เซลล์วิธีได้เก็บสูตรสร้างโปรตีนเหล่านี้ให้มีความเสถียรด้วย DNA ในส่วนที่เรียกว่า “Coding Sequence (CDS)” ดังนั้น DNA จึงเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลการสร้างโปรตีนทุกชนิดที่ใช้ในร่างกายของเราไว้
ทั้งนี้ ร่างกายมนุษย์มีความซับซ้อนสูง ทุกครั้งที่ร่างกายต้องการใช้โปรตีนใดโปรตีนหนึ่ง แทนที่จะไปค้นห้องสมุดเพื่อหาสูตรผลิตโปรตีน (CDS) ที่ถูกต้องทุกครั้ง เซลล์จะใช้ RNA เป็นตัวกลาง ซึ่งในกระบวนนี้จะใช้ Messenger RNA (mRNA) นำคำสั่งจากนิวเคลียสส่งไปยังหน่วยผลิตโปรตีนภายในเซลล์ การออกคำสั่ง (mRNA) เรียกว่า Transcription เป็นการแปลงรหัสพันธุกรรมจาก DNA ไปเป็น mRNA จากนั้นหน่วยผลิตโปรตีนของเซลล์ที่เรียกว่า Ribosome จะอ่านรหัสพันธุกรรม mRNA แล้วนำกรดอะมิโนแต่ละชนิดมาประกอบโปรตีนตามสูตร
หลักการนี้ในทางชีววิทยาเรียกว่า Central Dogma หมายถึงการส่งผ่านข้อมูลจาก DNA ไปเป็น RNA และจบที่โปรตีน การสร้างโปรตีนจากรหัสใน RNA จะไม่สามารถเกิดย้อนกลับได้แบบตรงไปตรงมา เนื่องจากลำดับกรดอะมิโนเดียวกันอาจเกิดมาจากรหัส RNA ที่ต่างกัน สูตรการสร้างโปรตีนที่เก็บใน DNA ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจึงไม่เหมือนกัน
Realtime RT-PCR เป็นวิธีในการทำให้เราเห็นว่า “เซลล์กำลังทำอะไรอยู่” ด้วยการส่องว่าเซลล์กำลังจะผลิตโปรตีนอะไร ผ่านการตรวจจับว่ามี mRNA ของโปรตีนอะไรอยู่บ้าง เช่น หากตรวจพบ mRNA ของโปรตีน A อยู่ในเซลล์ เราก็จะคาดการณ์ได้ว่าเซลล์กำลังจะผลิตโปรตีน A เพราะมีเพียงสูตรสร้างโปรตีนที่กำลังจะทำงานเท่านั้นที่จะอยู่ในรูปของ RNA
ไม่ใช่ว่าทุกคำสั่ง mRNA จะถูกแปลงเป็นโปรตีน เนื่องจากเซลล์มีกลไกเพิ่มเติม หากผลิต mRNA มาแล้วสักพักแต่ไม่มีการนำไปใช้งาน เซลล์จะย่อยสลายทิ้งไป Realtime RT-PCR จะช่วยทำให้เราเห็นการทำงานของเซลล์ ณ ขนาดนั้นเพียงคร่าว ๆ
การทำ Realtime RT-PCR เริ่มโดยการสกัด RNA ทั้งหมดในเซลล์ออกมา (Total RNA) ซึ่งจะเป็นการฆ่าเซลล์ไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว RNA ในธรรมชาตินั้นมีเสถียรภาพต่ำมาก เพียงทิ้งไว้เฉย ๆ RNA ก็จะสลายไปได้เอง เพราะเอนไซม์ย่อย RNA พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ (Ubiquitous RNase) แม้แต่ในน้ำลายหรือเหงื่อเราก็มีเอนไซม์ย่อย RNA เพื่อยับยั้งการแพร่เชื้อของไวรัสบางประเภท
ดังนั้นในการทำ Realtime RT-PCR เราจึงต้องแปลง RNA ให้กลับเป็น DNA ด้วยกระบวนการ Reverse Transcription (RT) เราจะใช้เอนไซม์ Reverse Transcriptase แปลง RNA ที่สกัดได้กลับไปเป็น DNA ในทางชีววิทยาเราจะเรียก DNA ที่ได้จากการแปลงกลับด้วยการทำ RT ว่า cDNA (Complementary DNA) เนื่องจากเป็น DNA ที่ประกอบไปด้วยสูตรผลิตโปรตีนเท่านั้น
cDNA ที่ได้ออกมาจะเปรียบเสมือนชุดคำสั่งที่เซลล์กำลังจะทำตาม ดังนั้นถ้าเราสามารถรู้ได้ว่ามี cDNA ของคำสั่งสร้างโปรตีนอะไรบ้างที่กำลังทำงานอยู่ เราจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าเซลล์กำลังจะทำอะไร จากนั้นเรานำ cDNA มาวิเคราะห์ต่อด้วย PCR
ปริมาณ cDNA ที่สังเคราะห์ได้ในช่วงแรกนั้นมีน้อยเกินกว่าจะตรวจสอบได้ จึงต้องใช้เทคนิค PCR มาช่วยเพิ่มจำนวนเสียก่อน เอนไซม์สำคัญในขั้นตอนนี้คือ DNA Polymerase ซึ่งจะนำมาใช้สร้างสำเนา DNA ซ้ำแล้วซ้ำอีกผ่านกระบวนการให้ความร้อนและทำให้เย็นสลับกันเป็นรอบ ๆ แต่ละรอบของ PCR จะทำให้จำนวนสำเนา DNA เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น จาก 1 ชุด → 2 ชุด → 4 ชุด → 8 ชุด → 16 ชุด และต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีปริมาณมากพอที่จะตรวจจับได้
ในการที่เอนไซม์ DNA Polymerase จะสร้าง DNA สายใหม่จากแม่แบบเดิมได้นั้น มันจำเป็นต้องมีจุดเริ่มต้นให้ยึดเกาะก่อน ในกระบวนการ PCR จุดเริ่มต้นนี้ถูกกำหนดโดยไพรเมอร์ (Primer) ซึ่งเป็น DNA สายสั้น ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ออกแบบขึ้นให้มีลำดับพันธุกรรมกับบริเวณที่ต้องการจะเพิ่มจำนวน ไพรเมอร์จะจับกับสายแม่แบบของ DNA จากนั้นเอนไซม์ DNA Polymerase จึงจะเข้ามาต่อเติมลำดับพันธุกรรมตามแนวของสายแม่แบบ ทำให้เกิดการจำลองสาย DNA ใหม่ขึ้นมาได้อย่างแม่นยำ
การเลือกไพรเมอร์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าปฏิกิริยา PCR จะเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมส่วนใด หากออกแบบไพรเมอร์ไม่ตรงกับลำดับที่ต้องการ ปฏิกิริยาก็จะไม่เกิดหรือให้ผลลัพธ์ผิดพลาดได้ ในการตรวจจับหาไวรัส ไพรเมอร์หรือสายรหัสพันธุกรรมที่ตรงกับไวรัสนั้น ๆ จึงใช้เป็นตัวต้นแบบในการตรวจจับนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม PCR แบบดั้งเดิมนั้น เราจะเห็นผลได้ก็ต่อเมื่อปฏิกิริยาเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น คล้ายกับการรอให้เครื่องถ่ายเอกสารทำงานจนเสร็จสิ้นก่อนจึงจะรู้ว่าถ่ายสำเนาได้กี่แผ่น เราไม่สามารถรู้ได้ระหว่างทางว่าทำสำเนาเอกสารไปถึงไหนแล้ว เทคนิค Quantitative PCR หรือการทำ PCR เชิงปริมาณ (qPCR) ได้เพิ่มเทคโนโลยีตรวจจับแสงเรือง (Fluorescence Detection) เข้าไปในระหว่างการเพิ่มจำนวน DNA แต่ละรอบ ทำให้เราสามารถมองเห็นปริมาณของ DNA ที่ถูกสร้างขึ้นได้ หรือพูดอีกอย่างคือเราไม่ต้องรอให้การถ่ายเอกสารเสร็จจึงจะเห็นผล แต่สามารถดูจำนวนแผ่นที่ออกมาได้ระหว่างถ่ายเอกสารเลย
ทุกครั้งที่มีการสร้าง DNA ใหม่ในแต่ละรอบ จะมีสารเรืองแสงชนิดหนึ่ง เช่น SYBR Green หรือ Probe แบบ TaqMan ไว้จับกับสาย DNA ที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อจับได้ มันจะเรืองแสงออกมาในระดับที่สัมพันธ์กับปริมาณ DNA ที่มีอยู่ ระบบตรวจวัดของเครื่อง Realtime qPCR จะยิงแสงและตรวจจับความเข้มของสัญญาณเรืองแสงนั้น ทำให้เราสามารถวัดได้ว่าในแต่ละรอบมี DNA เพิ่มขึ้นเท่าใด
เราจึงสามารถสร้างกราฟออกมาได้ที่เรียกว่า “Amplification Curve” ซึ่งกราฟนี้จะบอกให้เรารู้ว่า ตัวอย่างใดมีปริมาณสารพันธุกรรมเริ่มต้นมากหรือน้อย เช่น ถ้ามี mRNA ของไวรัสในตัวอย่างมาก สัญญาณเรืองแสงจะเริ่มพุ่งเร็วตั้งแต่รอบแรก ๆ ของการขยาย แต่ถ้ามีน้อย สัญญาณจะเริ่มเพิ่มขึ้นช้ากว่า การเปรียบเทียบเวลาที่สัญญาณข้ามค่ากำหนด (Threshold Cycle หรือ Ct Value) จึงกลายเป็นหัวใจของการวิเคราะห์ในเทคโนโลยี Realtime qPCR
เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย มันจะมองหาเซลล์ที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตของมัน โดยการเกาะเข้ากับผิวเซลล์ผ่านโปรตีนเฉพาะ แล้วฉีดสารพันธุกรรมของตัวเองเข้าไปในเซลล์นั้นซึ่งอาจเป็น DNA หรือ RNA ก็ได้ ทั้งนี้ทั้งสองจะมีกลไกในการสร้างตัวเองแตกต่างกัน จากนั้นไวรัสจะยึดระบบการทำงานของเซลล์ ซึ่งในที่นี้มักจะเป็น Ribosome ที่มีหน้าที่ผลิตโปรตีน เพื่อให้เซลล์เริ่มผลิตส่วนประกอบของไวรัสแทนที่จะผลิตโปรตีนของตัวเอง กล่าวคือ เซลล์จะถูกหลอกให้สร้างโปรตีนไวรัสออกมาแทน และเมื่อโปรตีนไวรัสและสารพันธุกรรมถูกสร้างครบ ก็จะประกอบกันเป็นไวรัสตัวใหม่ ๆ พร้อมแพร่กระจายไปติดเซลล์อื่น
เนื่องจากไวรัสหลายชนิด เช่น ไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ ใช้ RNA เป็นสารพันธุกรรมหลัก นักวิทยาศาสตร์จึงใช้เทคนิค Realtime RT-PCR มาตรวจจับการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้ในตัวอย่างจากผู้ป่วย เช่น สารคัดหลั่งจากโพรงจมูกหรือลำคอ
กระบวนการตรวจทำงานโดยเริ่มจากการสกัด RNA ทั้งหมดออกจากตัวอย่าง ซึ่งหากมีไวรัสอยู่ RNA ของไวรัสก็จะถูกรวมมาด้วย จากนั้น RNA จะถูกแปลงกลับเป็น DNA ด้วยกระบวนการ Reverse Transcription เพื่อให้สามารถเพิ่มจำนวนต่อด้วย PCR ได้ ในขั้นตอนของ Realtime qPCR เครื่องจะเพิ่มจำนวน DNA ของไวรัส (ซึ่งได้จาก RNA เดิมจากการทำ Reverse Transcription) ทีละรอบพร้อมกับตรวจวัดสัญญาณเรืองแสงแบบเรียลไทม์ หากตัวอย่างมีไวรัสอยู่จริง ปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสจะเพิ่มขึ้นตามรอบการขยาย และสัญญาณเรืองแสงก็จะพุ่งขึ้นบนกราฟ Amplification Curve ให้เห็นอย่างชัดเจน
โดยหลักการแล้ว ถ้าปริมาณไวรัสในตัวอย่างมีมาก สัญญาณจะปรากฏขึ้นเร็ว (ค่า Ct ต่ำ) แต่ถ้ามีไวรัสน้อย สัญญาณจะช้ากว่า (ค่า Ct สูงกว่า) ดังนั้น Realtime RT-qPCR จึงไม่เพียงบอกได้ว่าผู้ป่วย “ติดเชื้อหรือไม่” แต่ยังสามารถบ่งบอกเชิงปริมาณได้ว่า “มีไวรัสมากน้อยเพียงใด”
เรียบเรียงโดย
โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์
ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และการบาดเจ็บ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย The Chinese University of Hong Kong
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของ ได้ที่ https://www.thaipbs.or.th/news/playlists/SciAndTech

--------------------------
🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #วิทยาศาสตร์ www.thaipbs.or.th/SciandTech

หลักสูตรพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พาศึกษาดูงานเปิดบ้าน บริษัท East -West Seed วันพฤหัสที่ 27 พฤศจิกาย...
29/11/2025

หลักสูตรพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พาศึกษาดูงานเปิดบ้าน บริษัท East -West Seed วันพฤหัสที่ 27 พฤศจิกายน 2568🍅🥒🥬🥗🌽🌶️🧬🧪
หลักสูตรฯขอขอบพระคุณบริษัทเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติเชิญบุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมงานค่ะ 🙏

วันที่ 20 พ.ย. 2568 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพันธุศาสตร์ จัดปฐมนิเทศนักศีกษาระดับปริญญาเอก  สำหรับคุณทวีป เสนคำ...
27/11/2025

วันที่ 20 พ.ย. 2568 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพันธุศาสตร์ จัดปฐมนิเทศนักศีกษาระดับปริญญาเอก สำหรับคุณทวีป เสนคำวงศ์ ให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นของหลักสูตรฯ ผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตรฯ การเรียนการสอน การสอบและการจบการศึกษา ฯลฯ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่หลักสูตรฯ ของเรา & ขอให้มีความสุขในการเรียนนะคะ 😊

14/11/2025

This work presents an in planta system for inducing transgenic and gene-edited de novo meristems via the wounding pathway. By combining the transcriptional regulator WIND1 with developmental regulators such as ipt driven by the ESR1 promoter, the method successfully reprograms non-meristematic tissu...

09/11/2025

Dr. James D. Watson, co-discoverer of the DNA double helix, dies at 97.

We mourn the passing of Dr. James Watson, whose discovery of the DNA double helix transformed our understanding of life. In 1990, he was appointed to lead the Human Genome Project, which aimed to map the entire human DNA sequence of 3 billion chemical units. His remarkable work continues to inspire scientists and shape the future of modern biology.

หลักสูตรฯ พันธุศาสตร์ขอแสดงมุทิตาจิตแด่ ผศ. ทุเรียน ทาเจริญ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ และขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร. ช่อทิพ...
08/11/2025

หลักสูตรฯ พันธุศาสตร์ขอแสดงมุทิตาจิตแด่ ผศ. ทุเรียน ทาเจริญ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ และขอแสดงความยินดีกับ รศ. ดร. ช่อทิพา สกูลสิงหาโรจน์ในโอกาสได้รับตำแหน่งทางวิชาการใหม่ค่ะ 🎉🥳🎊

ทางหลักสูตรฯ ขอขอบคุณ อ.นลินี อ.ฝง อ.วศิน และ อ.มุจรินทร์ ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งสองท่านด้วยค่ะ 😊💚🤍💛

ขอแสดงความดีใจกับ คุณพัชรี และ คุณธีรพงษ์ ที่นำเสนอความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ เทอม 1/2568 ผ่านไปอย่างดีเยี่ยม… 👍👏อาจารย์ถาม...
30/10/2025

ขอแสดงความดีใจกับ คุณพัชรี และ คุณธีรพงษ์ ที่นำเสนอความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ เทอม 1/2568 ผ่านไปอย่างดีเยี่ยม… 👍👏
อาจารย์ถามเยอะ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบปกป้องวิทยานิพนธ์เลยนะคะ 😃😇
& รางวัลสำหรับคนทำงานหนัก ต้องพาไปเลี้ยงอาหาร เสริมพลังกันเสียหน่อยค่ะ 😋🥳

ที่อยู่

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
50290

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Genetics MJUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Genetics MJU:

แชร์