06/07/2026
สธ. ผนึกภาคีเครือข่าย ชูนโยบาย “สุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย” ดันสู่นโยบายชาติ รับมือ NCDs สร้างคนไทยสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
มูลนิธิอุทัยสุดสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกระทรวงสาธารณสุข จัดการประชุมสรุปผลการดำเนินงาน โครงการยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่นโยบายระดับชาติ (ยกสช.) ณ โรงแรมไมด้า จังหวัดนนทบุรี เพื่อขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) จ.นนทบุรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจาก "ผู้ป่วย" หรือ "ผู้รับบริการ" ไปสู่การเป็น "ผู้จัดการสุขภาพตนเอง" (Self-Health Manager) ที่มีความรู้ วินัย และแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนดังกล่าวอาศัยบุคลากรสาธารณสุขระดับปฐมภูมิเป็นพี่เลี้ยงผ่านกลไก CEME (Coaching, Empowering, Monitoring, Evaluation) ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกผ่านเครือข่าย "บวร.สออ." ซึ่งประกอบด้วย บ้านและชุมชน วัด โรงเรียน สถานบริการสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การสร้างเสริมสุขภาพเกิดขึ้นในวิถีชีวิตจริงของประชาชน
นายแพทย์ศักดา กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันแนวทาง "สุขภาพดีวิถีธรรม วิถีไทย" ให้เป็นนโยบายระดับชาติ โดยบูรณาการทุนทางสังคม หลักธรรม คุณธรรม และวัฒนธรรมไทย มาเป็นพลังในการสร้างสุขภาวะของประชาชน พร้อมเชื่อมโยงสู่การจัดทำร่างแผนบูรณาการสร้างเสริมสุขภาพดีวิถีไทย ฉบับที่ 2 และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอต่อหน่วยงานระดับชาติ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังเตรียมขับเคลื่อนความร่วมมือแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงมหาดไทย การบรรจุแนวทางดังกล่าวไว้ใน Service Plan และระบบการตรวจราชการ เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ในช่วงท้าย นายแพทย์ศักดาได้เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากตนเอง ครอบครัว และชุมชน ผ่านการนำหลัก "3ส. 3อ. 1น." มาใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 3ส. สวดมนต์ สมาธิ สนทนาธรรม 3อ. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ และ 1น. นาฬิกาชีวิต เพื่อสร้างสมดุลทั้งกายและใจ ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว พร้อมกันนี้ ได้แสดงความชื่นชมจังหวัดและบุคคลต้นแบบที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อน "วัฒนธรรมสุขภาพที่ยั่งยืน" ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และร่วมกันลดภาระโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในอนาคต