15/07/2026
เรียนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
1 กรณีนำเข้าในปี69ในช่วงห้าเดือนแรกที่บอกว่าน้อยกว่าเกือบ60% แต่ สศก แจ้งว่าปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้น2.4% ทำให้ต้องนำเข้าหรือครับ ผมอยากทราบปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าวทั้งหมด
2 ปีนี้ทำไมไม่มีการตั้งtrigger volume เพื่อป้องกันการนำเข้ามาเกิน ท่านจะอ้างว่าน้อยกว่าปีที่แล้ว60%แต่จำนวนมะพร้าวมันฟ้อง เท่ากับว่าท่านทำรัฐเสียหายต่อการเก็บภาษี72%
3 กรณีน้ำกะทิ ทุกชนิดต้องนำมาคำนวณเป็นผลแล้วแปลงเป็นเมตริกตัน รวมอยู่ในส่วนของการขอนำเข้า ซึ่งกลายเป็นมะพร้าวนำเข้าเกินแน่นอนจึงเกิดผลกระทบ ซึ่งในปีนี้เพิ่งตั้งคณะกรรมการน้ำมันพืช พืชน้ำมันไม่กี่เดือนเอง แต่อนุมัติกะทิก่อน แล้วปัดภาระใน อย.รับหน้า ทั้งๆที่ อย ไม่เกี่ยวข้องกับการปริมาณเลย และทำแบบนี้กันยาวนานหลายปีแล้ว ข้อหานี้ถือว่าท่านและ สศก ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่
4 เงื่อนไขสัดส่วนในการซื้อ มะพร้าวในประเทศ 2.5 ส่วนแล้วนำเข้าได้ 1 ส่วนทำไม่ไม่ถูกนำมาใช้ หรือว่าเจตตนาในช่วงเวลาที่ไม่มีคณะกรรมการน้ำมันพืช พืชน้ำมัน จึงทำให้เเกิดปัญหาดังที่เห็นกัน
ในวันที่รองอธิบดีมาร่วมประชุมเวทีภาพสวย ที่บางสะพานก็ตอบคำถามผมไม่ได้ เกษตรกรไม่ได้รับคำตอบ ในเรื่องตัวเลขในการรับซื้อ ว่าซื้อออกจากใคร ราคาเท่าไร จนถึงวันนี้ที่แจ้วว่าซื้อ แต่อีกหน่วยงานแจ้งว่ากำลังให้กรมการค้าภายในของบอยู่ ตกลงผ่านไปเป็นเดือนยังไม่ได้อะไรเลย
ความผิดของกรมการค้าต่างประเทศ ที่ไม่พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ เอื้อประโยชน์บางกลุ่ม และทำให้เกษตรได้รับความเสียหายอย่างมาก ท่านควรพิจารณาการทำงานของท่านเองว่าเหมาะสมกับการนั่งตำแหน่งนี้ต่อไปไหม
กรมการค้าต่างประเทศ ลุยแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ดันโรงงานซื้อมะพร้าวไทยแทนนำเข้า
กรมการค้าต่างประเทศ เร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวผลแก่ตกต่ำโดยประสานผู้ประกอบการเพิ่มการรับซื้อมะพร้าวในประเทศ ควบคู่การขอความร่วมมือชะลอการนำเข้า พร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับเกษตรกรและสร้างความสมดุลให้ตลาดมะพร้าว
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศ ได้ติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้ากรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด อาทิ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องเป็นโรงงานที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต กำหนดช่วงเวลานำเข้า และเฉพาะกรณี AFTA ห้ามนำมะพร้าวนำเข้าไปจำหน่ายจ่ายโอนและห้ามนำไปจ้างกะเทาะนอกโรงงาน เป็นต้น
ซึ่งทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว และการนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน (ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง)
ทั้งนี้ สำหรับกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบัน (ภาษีร้อยละ 54) กรมฯ ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมทั้งขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก และตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา ได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการนำเข้าให้ กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า
สำหรับปี 2569 ซึ่งมีผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมากตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างหนัก กรมฯ ไม่นิ่งนอนใจโดยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามบัญชารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธ์) ที่ให้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวผลแก่อย่างใกล้ชิด โดยได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้นำเข้าโดยทันที เพื่อขอให้ผู้นำเข้าชะลอการนำเข้ามะพร้าว และเพิ่มการรับซื้อผลผลิตในประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวผลแก่คงค้างในประเทศกว่า 10 ล้านผล ซึ่งผู้นำเข้าพร้อมให้ความร่วมมือที่จะระบายมะพร้าวคงค้างภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2569 คต. ได้มอบหมายให้รองอธิบดี (นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย) ลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมการค้าภายใน โดยพบหารือกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้รวบรวม และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการของกรมฯ ดังกล่าว จนปัจจุบันผู้นำเข้าได้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกือบทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ กรมฯ จะนำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอเกษตรกรที่ได้จากการลงพื้นที่ เสนอต่อคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อเร่งผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระดับนโยบายโดยเร่งด่วนต่อไป
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) ไทยมีการนำเข้ามะพร้าวผลแก่ 79,126.99 ตัน ลดลงเกือบร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีการนำเข้า 188,858.22 ตัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำเข้าโดยใช้สิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO และมีผู้นำเข้าซึ่งเป็นโรงงานผลิตกะทิสำเร็จรูปส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกเพียง 10 ราย
ทั้งนี้ การส่งออกกะทิสำเร็จรูปและกะทิแช่แข็งที่เป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการส่งออกกว่า 6,134.08 ล้านบาท
นางอารดาฯ กล่าวย้ำว่า กรมการค้าต่างประเทศมุ่งบริหารจัดการการนำเข้าสินค้ามะพร้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยเป็นไปตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการการนำเข้าและผลผลิตมะพร้าวในประเทศเกิดความสมดุล สอดคล้องกับสถานการณ์ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยอย่างยั่งยืน
#กรมการค้าต่างประเทศ #ตต. #มะพร้าว #มะพร้าวไทย #ราคามะพร้าวตกต่ำ #โรงงานซื้อมะพร้าวไทย